ไปวัดได้อะไร

ไปวัดใครบอกน่าเบื่อ

ช่วงระยะเวลาห้าวันของการเข้าวัดปฏิบัติธรรม ที่วัดโพธิ์บ้านโนนทัน  จังหวัดขอนแก่น  คำถามจากพระอาจารย์   เข้าวัดได้อะไร  ผู้เข้าปฏิบัติก็ต่างค้นหากัน  สุดท้ายพระอาจารย์ภาวนาโพธิคุณ  ก็เฉลยว่า ได้กำไร (คือกำไรที่ทำจากด้ายมงคล)  ขำกลิ้งกับแทบทุกคน

  

ห้าวันของการปฏิบัติธรรมนั้นสนุกได้สาระ และอิ่มบุญ  วันแรกของการปฏิบัติธรรมก็รู้สึกว่าอิ่มบุญมาก  เราก็ต่างตั้งใจปฏิบัติตั้งแต่เช้าต้องตื่นมา

ทำวัตรเช้า  นั่งวิปัสสนา  ตีสาม  และพระอาจารย์ก็อบรมจนถึงเวลา  เจ็ดโมงเช้า   พักรับประทานอาหารเช้ามื้อแรกเวลาแปดโมง  อบรมช่วงเช้าแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเช้า  พักรับประทานอาหารมื้อที่  2   บ่ายก็เริ่มปฏิบัติธรรมอีกครั้งจนถึงเย็น   เราจะปฏิบัติอย่างนี้ทุกวัน 

วันที่  29 มีนาคม  เราเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดงูเหลือมและต้องนอนพักที่วัด  โดยจะต้องกางกฏใน ป่าช้า   ทุกคนต่างตื่นเต้นมาก   หลังจากการทำวัตรเย็นเสร็จก็ล่วงเวลามาถึงสามทุ่ม   พระอาจารย์เห็นว่าผู้มาปฏิบัติธรรมยังไม่ง่วงนอน   ก็เลยถือโอกาสเล่าประสบการณ์ที่ท่านเดินธุดงค์ตามป่าต่าง ๆ มาตั้งแต่เริ่มบวชเจอสิ่งที่คิดว่าไม่มีในโลกนี้มากมาย  ที่ทุกคนเรียกว่าวิญญาณ   จนทำให้เรา ๆ ชาวผู้ปฏิบัติธรรมกลัวกันถ้วนหน้า ได้เวลาเข้านอนตามกฏต่าง ๆ ของใครของเรา  บางคนนำพระแขวนที่คอซึ่งนำมาจากที่บ้านก็มี  บางคนไม่มีพระแต่ก็ได้กำไรพระอาจารย์   ก็ต่างอุ่นใจกันอยู่บ้าง   พอตกดึกทุกคนต่างหลับ  ตัวผู้บันทึกเองก็หลับได้ไม่นาน  ก็รู้สึกตัวขึ้นอีกที่ไม่รู้เวลาว่าเป็นเวลาเท่าไหร่   แต่รู้สึกว่าร้อนมากเจนเสื้อที่สวมอยู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ  ที่แท้ก็นอนในถุงนอนนี่เองที่ทำให้ร้อนแต่ก็ไม่กล้าที่จะคลายซิบออกเพราะกลัวมากไม่รู้ว่าตื่นทำไมก็ไม่รู้  ตอนนั้นผู้เขียนก็หลับตาไม่กล้าลืมตารู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา   และหูก็คอยฟังว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตังเองบ้าง  เพราะเวลานั้นบรรยากาศเงียบมากเสียงจักจั่นร้องระงม  ปวกที่อยู่ใต้เสื่อที่ปูนอนก็กัดอยู่นั้นแหละ  แต่มีอีกเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดี   แต่ก็ไม่น่าจะมีคนมาเดินเวลานี้เพราะเป็นเวลาดึกมากแล้ว  เสียงเหมือนคนเดินรอบ ๆ กฏ  คุณพระคุณเจ้า  ผู้เขียนเองก็เริ่มสวดอิติปิโส  สวดอย่างไรก็ย้ำแต่ประโยคเดิม   หลังจากที่ท่องทุกวัน   ภายในคืนนั้นลืมหมด  จะสวดแผ่เมตตาก็ลืม  ก็เลยตั้งสติสวดมนต์ใหม่อีกรอบก็ไม่จบ  สุดท้ายผู้เขียนก็ไม่ท่องอะไรเลย   ก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ มาเรื่อย   เริ่มตัวสั่นหูอื้อ  และก็รู้สึกว่ามีคนมาเล่นผมยิ่งเพิ่มความกลัวเป็นเท่าทวีคูณ  ดังนั้นจึงตั้งสติสวดมนต์อีกครั้งพร้อมกับมุดศรีษะเข้าถุงนอน    ร้อนก็ร้อนกลัวก็กลัว   แถมยังต้องคดตัวอยู่ในถุงแบบไม่กระดุกกระดิก   อีกระยะต่อมาก็มีลมพัดทำให้ดอกไม้ที่อยู่ด้านบนล่นลงมาถูกกฏเหมือนฝนตกอีก  ในใจก็นึกอยู่ว่าเมื่อไหร่นาฬิกาที่ตั้งไว้จะดังสักที   ทุกวันทำไมดังเร็วจังใจคิดไปเรื่อยๆ  ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงอาจารย์ท่านหนึ่งพูดขึ้นมา   ผู้เขียนดีใจมากพร้อมกับเอาตัวออกจากถุงนอนอย่างรวดเร็วเพราะร้อนมาก   ทั้งๆ ที่อากาศด้านนอกเย็นมาก ๆ   และกฏอื่น ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย  คล้ายกับไม่ได้นอน พอมีคนพูดขึ้นมา   อีกคนหนึ่งก็รีบพูดคุยกันทันที  แต่ผู้เขียนไม่ได้เอ่ยอะไรเลย   ได้ยินผู้ร่วมปฏิบัติพูดคุยและถามกันว่าเวลาเท่าไหร่แล้ว  และอีกคนก็บอกว่าตีสอง  เท่านั้นแหละค่ะผู้เขียนมีความรู้สึกสบายใจยังมีเวลานอนได้อีกตั้งชั่วโมงครึ่ง โดยไม่สนใจใคร   จึงหลับตาและถือโอกาสหลับได้อย่างสบายใจ  แต่ได้สักพักรู้สึกว่า  ฝันว่าเห็นเด็ก  และผอ. สุนทร  ทันใดนั้นผู้เขียนเดินเข้าไปหาแล้วถามหาคนที่เล่นผมของผู้เขียนโดยที่บ่นว่า  ใครมาเล่นผมนะรู้ไหม๊คนจะนอน   อีกสักพัก หลังจากนั้นก็รู้สึกตัว  ตื่นจากฝันก็เป็นเวลาที่จะต้องทำวัตรเช้าพอดี  

ช่วงทำวัตรเช้าทุกคนต่างมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มเท่านั้นเพราะยังไม่กล้าจะเล่าอะไรที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ใครฟังเพราะเราตื่นมาทำวัตรเช้ากันประมาณตีสามทุกคนต้องรอให้สว่างก่อนจึงจะพูดคุย  เหมือนทุกคนรู้โดยปริยาย   โดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ๆ ออกมาเลย   

หลังจากทำวัตรเสร็จก็ต่างพากันเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้คนอื่น ๆ ฟัง เป็นอันว่าเหมือนกันเกือบทุกอย่าง  คือไม่มีใครได้นอนเลยคืนนั้น   และรู้สึกมาคนมาเดินรอบ ๆ กุฏ  และได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์    ตอนเช้าเราก็เลยถามพระอาจารย์ว่าเกิดอะไรกันแน่    พระอาจารย์ก็ยิ้มแล้วก็บอกว่าสงสัยเขามาขอส่วนบุญกับเรา  ก็ให้ทุกคนแผ่เมมตาให้เขาก็แล้วกัน    เรื่องคืนที่ 29  ยังไม่จบแค่นี้ทุกคนต่างก็แลกเปลี่ยนกันเล่าเหตุการ์ที่ตนเจอจนต้องเดินทางมาที่วัดพระธาตุขามแก่น 

หลังจากนั้นเราก็เดินธุดงค์พอมาถึงพระธาตุขามแก่นทุกคนบอกสวยมากเหมือนได้มาสวรรค์เลย   คืนวันที่  30  มีนาคม52  ทุกคนไม่เจออะไรเลยต่างก็ได้นอนหลับกันถ้วนหน้าอย่างสบายใจ

 เหตุการณ์ต่างๆ  ที่ผ่านมาจากการที่ได้เข้าปฏิบัติไม่น่าเบื่อเลยสักนิดมีแต่ความสนุกและตื่นเต้นที่สุด   ทุกคนมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันไม่เคยรู้จักกันกับสนิทสนมกันเหมือนรู้จักกันมานาน  และก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กันและดูแลกันและกันช่วงปฏิบัติ  สนุกและสุขมากค่ะ

 

ประมวลภาพ