ส่วนสนามบินเก่าที่ชื่อสนามบินคิมโป กลายมาเป็นสนามบินภายในสำหรับ Domestic Flight พูดแล้วทำให้รู้สึกเสียดายสนามบินดอนเมืองขึ้นมาทันที!!

          ปิดสามวันที่ผ่านมานี้ (วันจักรี) ผมพาครอบครัวหนีร้อน (ทั้งอากาศและบรรยากาศทางการเมือง) ไปเที่ยวเกาหลี 4 วัน ทริปนี้เป็นการไปเกาหลีครั้งแรกของผม (ไม่นับที่เคยมาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินเมื่อกว่าสิบปีมาแล้ว) เลือกที่จะไปกับทัวร์เพราะต้องการสบาย และเนื่องจากไม่มีเวลาค้นหาข้อมูลและเตรียมการล่วงหน้ามากนัก

         เหินฟ้าจากสุวรรณภูมิวันศุกร์ที่ 3 เมษา เวลาเกือบเที่ยงคืน (เครื่องออกช้ากว่ากำหนดประมาณหนึ่งชั่วโมง) ไปสายการบินเกาหลี KE 652 ถึงสนามบินอินชอน (Incheon) วันเสาร์ที่ 4 เมษา เวลา 6.15 น. (เวลาไทย 4.15 น.) ใช้เวลาบินเพียงสี่ชั่วโมงครึ่ง สนามบินนี้เป็นสนามบินนานาชาตินอกเมือง  (52 กม. จากเมืองหลวง) คล้าย ๆ กับสุวรรณภูมิของไทย ถือว่าเป็นสนามบินใหม่เปิดใช้เมื่อ 29 มี.ค. 2001 ส่วนสนามบินเก่าที่ชื่อสนามบินคิมโป กลายมาเป็นสนามบินภายในสำหรับ Domestic Flight พูดแล้วทำให้รู้สึกเสียดายสนามบินดอนเมืองขึ้นมาทันที!! ตอนที่ผ่านตรวจคนเข้าเมือง (ต.ม.) มีเรื่องให้ลุ้นระทึกพอสมควร เพราะการมาเกาหลีนั้นไม่มีการขอวีซ่า แต่ว่าต้องมาวัดดวงกันตอนผ่าน ต.ม. ที่สนามบิน ถูกซักถามพอสมควรว่าพักอยู่ที่ไหน? โรงแรมอยู่ที่ไหน? ได้แต่บอกว่ามากับทัวร์ . . . ไม่รู้รายละเอียด ต.ม. ดูท่าทางไม่ค่อยพอใจเท่าไร แต่ก็ยอม Stamp วีซ่าให้ สำหรับคนไทยเข้าใจว่ามีข้อตกลงพิเศษให้อยู่เกาหลีได้ถึง 90 วัน แต่จ้างให้ก็ไม่อยู่หรอก!!

         สนามบินอินชอนอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซล เป็นบริเวณที่เรียกว่าเกาะยองจอง แต่การสร้างสนามบินทำให้ต้องมีการถมทะเลและสร้างทางด่วนพิเศษ (Expressway) เพื่อเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ สำหรับรายการทัวร์วันแรกนี้ (ทางทัวร์ถือว่าเป็นวันที่สองเพราะนับวันที่ 3 เมษาเป็นวันแรก) รถบัสพาไปยังจังหวัดซอรัก (ซอรักซัน) ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศ ใช้เวลาอยู่บนรถประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงบริเวณที่จะต้องลงเรือไปเกาะนามิ  หรือ นามิซอง  ซองแปลว่าเกาะ (เล็ก ๆ) เกาะนามิโด่งดังมาจากละครทีวีเกาหลีที่ชื่อว่า “Winner Love Song” เป็นละครเกาหลีรุ่นแรก ๆ ที่ผมได้มีโอกาสได้ดูหลังจากต่อว่าภรรยา (ช่วงนั้น) ว่าทำไมดูแต่หนังเกาหลีก็เลยเจอดีจนได้ คือพอดูไปแล้วก็หยุดไม่ได้เช่นกัน ช่วงนั้นดูกันวันละหลายชั่วโมงเลยทีเดียว!

   

         บริเวณทางขึ้นเกาะนามิ                                                     เรือที่พาข้ามมายังเกาะ (ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที)

    

  

 โปสเตอร์ละคร Winter Love Song (คนเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองอยู่ด้วยกันได้)      ภรรยากับลูกชายคนโตตอนมื้อเที่ยง

  

                                                            วิวทิวทัศน์ของเทือกเขาเมาท์โซรัค

         ออกจากเกาะนามิ 11.30 น. แวะร้านคึมมุม (แปลว่าประตูทอง) ในเมืองคุนซอน ทานข้าวผัดเกาหลีที่เรียกว่า “Dakkalbi” ทานเสร็จ ซื้อสเตอร์เบอรี่ (ราคากล่องละ 5000 วอน) มาทานรสหวานอร่อยมาก คิดเป็นเงินไทยแค่ 130 บาท เท่านั้นเอง !! เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงถึงเขตอุทยานแห่งชาติ เมาท์โซรัค เวลา 15.15 น. แวะ วัดนักซาน นมัสการเจ้าแม่กวนอิมประทับยืนหันหน้าสู่ทะเลตะวันออก ตามความเชื่อแต่โบราณว่าท่านช่วยปกป้องชาวเกาหลี ระหว่างทางที่เดินไปยังรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ผ่าน ศาลาอุยซางแด เป็นศาลาที่ชาวเกาหลีนิยมมาชมแสงแรกแห่งปีในวันขึ้นปีใหม่ หลังจากนั้นเดินทางไปนมัสการพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางสมาธิขนาดใหญ่ที่ วัดซินฮันซาวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยอาณาจักรชิลล่า เย็นวันนี้กินโอซำ (ปลาหมึกกับหมูสามชั้น)  แล้วเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติ โอแดซาน เพื่อเข้าพักที่โรงแรม Kensington Flora  หลังรายการทัวร์อันยาวนานในวันแรกนี้

   

                                                              พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางสมาธิที่วัดซินฮันซา

   

                                                                ศาลาอุยซางแด และทะเลตะวันออก

    

                                                รูปสลักเจ้าแม่กวนอิมประทับยืนหันหน้าสู่ทะเลตะวันออก