แม้ว่าคนไข้ที่นี่จะเป็นคนชนเผ่าเป็นส่วนใหญ่ และการเดินทางที่ยากลำบากด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ที่มีถนนคดเคี้ยวไปมาถึง ๑๘๖๔ โค้ง การทำงานเชิงรุกอาจจะมีความยากลำบากมากๆ แต่น้องยังมีความสุขจากการทำงาน ไม่มีความน้อยเนื้อต่าใจอย่างไร กลับพบแววตาแห่งความสุข ส่องประกายออกมาเสียด้วยซ้าไป

เป็นอันว่าการประชุมในวันแรกก็ผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย น้องๆจากทุกโรงพยาบาลมาพร้อมเพรียงกันเวลา ๙ โมงเช้าพอดี ทั้งหมดมีโรงพยาบาลจำนวน ๗ แห่ง มีรพ.ศรีสังวาลย์ รพ.แม่สะเรียง รพ.ปางมะผ้า รพ.ขุนยวม รพ.ปาย รพ. แม่ลาน้อย   และ รพ.สบเมย

       แม่ต้อยสัมผัสได้ว่าน้องๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาลหรือบุคลากรวิชาชีพอื่นๆในจังหวัดนี้ ดูจะเป็นคนที่มีพื้นฐานอารมณ์ดี ใจเย็น และมองโลกในแง่ดีมากๆ  หลายๆคนเป็นคนกรุงเทพฯ แต่สมัครใจมาทำงานที่นี่ เพราะนิสัยชอบความสงบ และธรรมชาติ  คิดว่าจะมาอยู่สักสองสามปี แต่ก็กลายเป็นหลายๆปี ประจวบกับเมื่อพบการขาดแคลนแพทย์ของจังหวัดนี้ จึงทำให้อาสาสมัครอยู่ทำงานต่อด้วยความสมัครใจ และส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งคุ้นเคยกับวัฒนธรรมของคนในพื้นที่

       แม้ว่าคนไข้ที่นี่จะเป็นคนชนเผ่าเป็นส่วนใหญ่ และการเดินทางที่ยากลำบากด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ที่มีถนนคดเคี้ยวไปมาถึง ๑๘๖๔ โค้ง  การทำงานเชิงรุกอาจจะมีความยากลำบากมากๆ แต่น้องยังมีความสุขจากการทำงาน ไม่มีความน้อยเนื้อต่าใจอย่างไร กลับพบแววตาแห่งความสุข ส่องประกายออกมาเสียด้วยซ้าไป

       เช่นน้องคนหนึ่ง เล่าให้แม่ต้อยฟังด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า

“ อาจารย์ ครับ.. เรามีผู้เชี่ยวชาญ มากครับที่นี่..”

“ เชี่ยวชาญด้านไหนคะ.. ใจแม่ต้อยนึกไปถึงปัญหาสาธารณสุขที่เป็นปัญหาเฉพาะในพื้นที่”

       “ เราเชี่ยวชาญ ด้านการเดินดอยครับ..”( แหม จะ มีมุก ก็ไม่บอก ทำเอางง )

 

       แพทย์ คนหนึ่ง เล่าว่า

“ อาจารย์ มาอยู่ที่นี่เราต้อง เรียนภาษากะเหรี่ยงให้เข้าใจนะครับ “

วันหนึ่งคนไข้กะเหรี่ยงผู้หญิงมาหาผม และบอกว่า

“ หมอ... เฮา... บ่ ม่วน”

“ เป็นจาใด...มะก่า” ( เป็นอย่างไรครับ ป้า)

“ เฮา ..มะคิซู..” ( เวียนหัว)

ผมก็รักษาให้ มะก่าคนนี้ ตามอาการละครับให้ยาให้น้ำาเกลือ  แต่อาการไม่ดีขึ้นเลย อยู่โรงพยาบาล หลายวัน จนวันหนึ่งผมจึงเข้าไปคุยกับ มะก่าคนนี้

“ มะก่า.. กึ้ดว่าเป็นหยัง..” ( ป้า คิดว่าเป็นโรคอะไร )

“ เฮาตึงกึ้ดว่ามันเป๋นจากอันนี้นะหมอ.” ( ป้าคิดว่าป้าป่วยจากอันนี้แหละ)

พุดพลางก็เปิดเสื้อให้คุณหมอดู ก็ปรากฏว่า เป็นรอยที่ฝังยาคุมกำเนิดที่หน่วยงานหนึ่งคงทำให้เป็นเวลานานมาแล้ว..

คุณหมอเลยถึงบางอ้อ.. และบอกว่า งั้น ผมจะจัดการให้หายเดี๋ยวนี้เลยนะ มะก่า

อาจารย์ครับ.. มะก่า..หายป่วยในทันที ก็แกมีความเชื่อมาตลอดว่าสิ่งที่ฝังในตัวแกนั้น มันทำให้มะก่า เกิดอาการป่วย ดังนั้น ไม่ว่าเราจะรักษาอย่างไรก็ไม่หาย

คุณหมอเล่าอย่างขำๆในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และคนไข้ชาวกะเหรี่ยง

แม่ต้อยก็เลยได้เรียนรู้ภาษากะเหรี่ยงหลายๆคำ เช่น

 มะก่า คือป้า, พะตี คือลุง ,  อะพี คือ อุ้ย หรือยาย  ย่า ( หญิง )

 อะเพอคือ อุ้ย หรือตา ปู่( ชาย)

ยังมีเรื่องราวดีดีอีกคะ ที่แม่ต้อยคงจะนำมาเล่าในโอกาสต่อไป

พรุ่งนี้ ต้องนั่งรถไปทางไกล ( มีคนเตือนว่าให้นอนหัวค่ำ)

แม่ต้อยจึงขอเข้านอนพักเพื่อทำงานต่อพรุ่งนี้ก่อนนะคะ

สวัสดีคะ