สำนึกความเป็น " ไท"
ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ประเทศไทยกลับถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชนต่างๆ รวมทั้งประชาชนทั้งหลายคงต้องหันมาทบทวนบทบาทของตัวเองว่า สิ่งที่ท่านได้กระทำ หรือละเว้นการกระทำนั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุขที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง...
---------------------------
การปกครองของไทย
---------------------------
ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมายาวนาน พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นที่ชื่นชมของชาวต่างประเทศทั่วโลก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ เป็นศูนย์รวมจิตใจ และความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยอย่างที่ไม่เคยพบเห็นจากประเทศใดมาก่อน แม้ว่าประเทศอื่นจะมีสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นกัน แต่ประชาชนไม่ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีเทียบเท่ากับประชาชนชาวไทย จึงเป็นที่น่าแปลกประหลาดใจแก่ชาวต่างประเทศอย่างมากว่า พระองค์ทรงกระทำอย่างไรจึงสามารถครองใจคนไทยได้ทั้งแผ่นดิน พระองค์ทรงปกครองดูแลพสกนิกรด้วย "ทศพิธราชธรรม" ทรงรักและห่วงใยเหมือนดั่ง "พ่อดูแลลูก"พระองค์จึงทรงเป็น "พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย" ผู้นำหลายประเทศได้นำหลักการปกครองและหลักการทรงงานในพระองค์ไปประยุกต์ใช้ พระปรีชาสามารถในพระองค์มีมากมายหลายเรื่อง อาทิเช่น ทรงนำ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" พระราชทานเป็นแนวทางใช้แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ หรืองานตามโครงการพระราชดำริอีกมากมาย เพื่อใช้แก้ปัญหาความยากจนของประชาชนให้กินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน และเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศของไทย เป็นต้น การปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงถูกบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตลอดมา ซึ่งเป็นการปกครองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งในหลายๆ ประเทศที่ปกครองในระบอบเดียวกันไม่มี พวกเราประชาชนชาวไทยทุกคนควรภาคภูมิใจในความเป็น "ไท" จงรักหวงแหนไว้อย่าให้ผู้ใดมาล่วงเกิน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๒ บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้
มาตรา ๑๓ การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๑๔ องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ
พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานองคมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่การชุมนุมเรียกร้องของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" เพื่อต้องการล้มล้าง "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" ตามที่กล่าวอ้างนั้นเหมือนหรือแตกต่างกับ "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" อย่างไร? กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเรียกร้องให้ถอดถอนประธานองคมนตรีและองคมนตรีพ้นจากตำแหน่งได้หรือไม่? เหมาะสมหรือไม่? อำนาจในการถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งเป็นของใคร? สมควรหรือไม่ในการเรียกร้อง? เป็นความต้องการของประชาชนชาวไทยที่แท้จริงหรือไม่? และท้ายที่สุดใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์?
คำตอบทั้งหมดนี้มีเหตุผลอยู่ในตัวเอง ผลงานของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ คงพิสูจน์ให้ประชาชนชาวไทยในยุคสมัยนั้นได้รู้ว่า ท่านเป็นผู้นำที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ปกครองด้วยหลักธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบทางการเมือง พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤต ท่านจึงได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถึง ๓ สมัย และด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำ จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น "ประธานองคมนตรี" และได้รับการยกย่องเป็น "รัฐบุรุษ"
อยากให้ประชาชนชาวไทยได้พิจารณาเปรียบเทียบผู้นำทั้งสองท่านระหว่าง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ กับอดีตนายกรัฐมนตรีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้นิรโทษกรรมว่า ใครควรมีน้ำหนักในความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน? บ้านเมืองในรัฐบาลชุดใดมีความสงบสุขกว่ากัน? การปกครองในรัฐบาลชุดใดมีความขัดแย้งมากกว่ากัน? รัฐบาลชุดใดมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากกว่ากัน? มีการคอรัปชั่นโกงกินมากกว่ากัน? นอกจากนี้คงต้องพิจารณาต่อไปว่า ความขัดแย้งของการเมืองไทยในปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร? สาเหตุของปัญหาคืออะไร? นักการเมืองที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้กลับมาเป็นรัฐบาลปกครองด้วยหลักธรรมาภิบาล และมีความรับผิดชอบทางการเมืองหรือไม่? ระบบศาลเกิดความไม่เป็นธรรมตามที่ถูกกล่าวอ้างจริงหรือ? นักการเมืองในสมัยใดทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติและสมัยใดทำเพื่อให้พวกพ้องตนเองอยู่รอด? การเมืองในสมัยใดทุจริตเชิงนโยบายมากกว่ากัน? ระบอบประชาธิปไตยตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องเป็นสิ่งที่คนไทยต้องการ และมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยจริงหรือ? และจะนำพาประเทศชาติให้พัฒนาจริงหรือ? สิ่งเหล่านี้ประชาชนชาวไทยทุกคนควรทบทวนบทบาทและตอบคำถามกับตัวเองให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและตกเป็นเครื่องมือของผู้ทำลายประเทศชาติโดยง่าย เพราะในปัจจุบันมีความเจริญทางเทคโนโลยีและการสื่อสารทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงมีความเสี่ยงต่อการถูกบิดเบือนข้อเท็จจริงสูงเช่นกัน ดังนั้นการบริโภคข้อมูลข่าวสารทั้งหลายต้องเพิ่มความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณอย่างมาก
--------------------------------
แนวคิดผู้เขียน
-------------------------------
ในฐานะที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องเสี่ยงชีวิตทุกครั้งที่ออกไปทำงานเพื่อสร้างความสงบสันติสุขให้กลับคืนมาอีกครั้ง ได้ตั้งความหวังไว้เช่นเดียวกับประชาชนชาวไทยทั้งหลายว่า ขอให้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยุติเสียทีไม่ต้องการเห็นความสูญเสียของเพื่อนทหาร และของพี่น้องชาวบ้านทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียงบประมาณจำนวนมหาศาลของรัฐบาลที่ต้องใช้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว หากนำงบประมาณจำนวนนี้ไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นคงจะเกิดประโยชน์อีกไม่น้อย ในขณะที่ผู้เขียนหวังให้เกิดความสงบสุขในผืนแผ่นดินไทย แต่กลับต้องได้ฟังข่าวความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งล้วนสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงอยากให้ประชาชนชาวไทยที่มีความรักชาติหันมาร่วมมือร่วมใจกัน ทบทวนบทบาทของตนเอง เพื่อให้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศคลี่คลายให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ผู้เขียนไม่เห็นด้วยกับการก้าวล่วงสถาบัน โดยพยายามดึงประธานองคมนตรีและองคมนตรีอื่นลงมาเป็นส่วนหนึ่งของเกมการเมือง ด้วยเหตุผลที่ว่าประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรีเป็นตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย มีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปรึกษา หากพิจารณากันดูให้ดีแล้วการกระทำครั้งนี้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง แท้จริงแล้วเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ ซึ่งเป็นการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์แต่บิดเบือนไม่กล้าโจมตีโดยตรง จึงนำประธานองคมนตรีและองคมนตรีอื่นมาเป็นตัวละครในการโจมตี ผู้เขียนไม่เคยได้ยินข่าวประธานองคมนตรีหรือองคมนตรีอื่นเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรีด้วยคุณสมบัติที่ครบถ้วนเหมาะสม ท่านได้รับการยกย่องจากผู้นำทางการเมืองมาโดยตลอด ผลงานของท่านที่ผ่านมาน่าจะพิสูจน์ได้ว่าท่านไม่ได้โกงกินบ้านเมือง ไม่เคยทำผิดกฎหมาย และการวางตัวของท่านได้รับการยกย่องให้เป็น"รัฐบุรุษ" แต่ในขณะที่อดีตผู้นำทางการเมืองที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องคำพิพากษาของศาลเป็น "ผู้กระทำความผิด" ในหลายคดีและหลบหนีออกนอกประเทศโดยไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาของศาล แต่กลับไปกล่าวหาว่าสถาบันศาลไม่ให้ความเป็นธรรม ทำให้สถาบันศาลได้รับความเสื่อมเสีย
ผู้เขียน อยากให้ประชาชนชาวไทยเปรียบเทียบทั้งสองท่านว่า ในสมัยที่แต่ละท่านปกครองประเทศมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อจะได้เห็นว่าใครดีและใครไม่ดี ผู้เขียนไม่อยากให้เกิดกรณีทำดีแล้วไม่ได้ดี เพราะเท่ากับเรากำลังส่งเสริมให้สังคมตำหนิคนดี แต่ยกย่องคนรวยที่ขาดคุณธรรมและจริยธรรม เพราะหากเป็นไปตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องจะก่อให้เกิดปัญหากับอีกหลายสถาบันและหลายองค์กร ยกตัวอย่างเช่น สถาบันศาลที่ได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีไปแล้ว ถ้าจะนิรโทษกรรมให้พ้นผิด ก็จะมีบุคคลอื่นที่กระทำความผิดใช้กระบวนการเช่นเดียวกันนี้บ้าง โดยไม่พึ่งพากระบวนการทางศาล แต่พึ่งสื่อและประชาชนในการกดดันให้นิรโทษกรรม ปัญหาความไม่เสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมายจะเกิดขึ้น เพราะทุกคนจะพยายามทำทุกวิถีทางให้พ้นความผิดและเกิดความไม่เท่าเทียมกันในสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอันเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔๐
หวังว่าประชาชนที่ร่วมชุมชน ควรใช้วิจารณญาณในการไตร่ตรองว่า สมควรจะช่วยกันสร้างสถาบันและสังคมไทยให้เข้มแข็ง หรือจะดึงสถาบันต่างๆ ลงมาทำลายโดยรับฟังข้อมูลจากฝ่ายเดียว ก่อนที่เราทุกคนจะตัดสินหรือทำอะไรลงไป อยากขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจ และไม่เกิดความผิดพลาดกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะนั่นมิใช่ความผิดพลาดของคนเพียงคนเดียว แต่เป็นความผิดพลาดที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศชาติโดยส่วนรวม
เปราะบางมากครับเรื่องเหล่านี้ ผมติดตามข่าวแล้วก็ตกใจ อยากให้ทุกอย่างถึงบทสรุปเสียที เพราะในแผ่นดินนี้การที่จะหาคนไทร้อยเปอร์เซนต์คงจะยาก เพราะแต่ละ
คนหากนับลำดับญาติไปเพียงลำดับที่ 2 หรือ 3 เท่านั้น ไม่ลาว ก็ญวน เขมร หรือ
มอญ มาเลย์ หรือแขก หรือไม่ก็ฝรั่งไปโน้นเลย แต่ขอให้ทุกคนสำนึกว่า ใครอาศัย
อยู่ในแผ่นดินนี้ คือ คนไทยก็พอ อย่าเอารากเหง้ามาล้อเลียนกันเลย อย่างท่านนายก
ผมก็เห็นใจท่าน เพราะลำดับญาติที่ 3 ของท่านเป็นญวน ฝ่ายตรงข้ามเลยเรียกท่าน
ว่า "เหงียนมาร์ค" เรียกท่านดี ๆ ว่า นายก"มาร์ค" ก็พอมั้งครับ
เมื่อไรประเทศสยามจะเป็นสุขสงบก็ไม่รู้
สงสารตัวเอง และประชาชนตาดำๆจริงๆ
นั่นซิ ไม่อยากให้เด็กๆเห็น ตัวอย่างที่ไม่ดี ไม่อยากให้เด็กเห็นความขัดแย้งที่คนไทยไม่รักกัน
ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่านที่ทำหน้าที่ทหารหาญ
ผู้ชุมนุมทั้งหลายช่วยไปทำงานช่วยทหารที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
เจตนาของการ ล้มล้างองคมนตรีนั้น มีเพียงแค่นั้น หรือมากกว่านั้น
ต้องพิจารณาดูดีดี
....
และ ร่วมกันปกป้อง ด้วย .... ผมยังคิดไม่ออกครับ
เขียนได้ดีครับ แต่เบาไปไหม พวกเสื้อแดงที่ร่วมประท้วง
จะเข้าใจได้หรือไม่เพราะเงินบังตา
ผมเองไม่ใช่นักรัฐศาสตร์ แต่ฟังแล้วว่าก็รู้ว่า
การล้ม"อำมาตยาธิปไตย" ก็คือพยายาม"ล้มระบบกษัตริย์"ของเรานั่นเอง
เสื้อแดงน่าจะเข้านะว่าการที่อดีตนายกโฟนอินนั้นทำเพื่อใครกันแน่
ตัวเองบอกจะอยู่(ท่ามกลาง)กับประชาชนหากมีการใช้กำลัง(โดยมีเสื้อแดงเป็นเกราะ)
แล้วเสื้อแดงเขาจะตายเพื่อใครกันนะ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หรือว่าเพื่อใคร?
น่าจะเอาข้อความข้างต้น เปิดเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รับร้บรู้ เพื่อจะได้หูตาสว่างบ้าง
ดีใจจริงๆ ที่ท่านเขียนบทความนี้ขึ้นมา เขียนได้ดีมาก ทำให้เราที่เป็นประชาชนคนไม่มีสี มีความเชื่อมั่นว่า ยังมีนายทหาร อีกมากมายที่จงรักภักดี และจะปกป้องสถาบัน พระมหากษัตริย์ของชาวไทย และเราจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องด้วย (ถึงแม้จะไม่ใช่ทหารหาญ)แต่ก็ขอเป็นทหารพระราชา และพระราชินี ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เราจะขอปกป้องสถาบันฯ และเราขอเป็นศัตรูกับใครก็ตาม ที่คิดจะล้มล้างสถาบันฯ โดยเฉพาะคนชั่วที่หนีอาญาแผ่นดิน และยังปุกปั้นให้คนไทยแตกแยกกันเองอีก ... ไอ้คนเลว
หวัดดีพี่หนุ่ม ไม่ได้เจอกันนานเลย ตอนนี้ได้ข่าวอยู่ภาคใต้เหรอ ผมอยู่เชียงใหม่ครับ แมทักทาย
ปิ๊ก
เยี่ยมมากคับท่านเสธ ผมขอสนับสนุนแนวคิดของท่าน
ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรมีทัศนคติแบบท่านมาก แผ่นดินไทยนี้คงไม่ลุกเป็นไฟเหมือน 19-5-53
เยี่ยมมากเลยท่านเสธ
ยินดีและดีใจที่เพื่อนมีแนวคิดที่ประเสริฐสุด..การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชนกลุ่มน้อยที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องมาเดือดร้อนด้วย..เพราะเราเงียบ..และอดทน..แต่เมื่อไหร่ที่ความอดทนของคนถึงที่สุด..ไม่อยากนึกถึงเลย..ความอดทนของประชาชนหรือจะหมายถึงเมื่อไหร่ที่ความเดือดร้อนนั้นยังมีผลกระทบมาไม่ถึงตัวเรา..เราจึงอดทนกันอยู่ได้จนทุกวันนี้กระนั้นหรือ..อะไรคือความถูกต้อง อะไรคือสิ่งที่ควรทำ อะไรคือการพัฒนา อะไรคือการอยู่ดีมีสุข ท่านผู้มีความรู้ความสามารถทั้งหลายที่มีอำนาจอยู่ในมือ..สามัญสำนึกที่ท่านสามารถจัดทำสิ่งเหล่านั้นได้..แต่ทำไมท่านนิ่งเฉยกัน....กฎหมายมีไม่ปฏิบัติ..แต่ชอบถามหาความเป็นธรรม เกิดท่านก้อไม่ได้นำอะไรติดตัวมา เมื่อท่านจากไปก้อไม่สามารถนำอะไรติดตัวไปได้เช่นกัน แต่ก้อยังมุ่งแสวงหาและกอบโกย คุณพ่อท่านให้ข้าวสุนัข เมื่อสุนัขกินอิ่มแล้วก้อยังยกเท้าสะกิดขอข้าวกินอีก ไม่เข้าใจเลยว่าสุนัขนั้นสมควรทำเยี่ยงนั้นแล้วหรือ กินตัวเดียวไม่พอ พาเพื่อนมากินอีก ทีนี้พอเพื่อนเยอะข้าวไม่พอ กัดกันอีกวุ่นวายเนาะ กัดกันจนไม่ดูอะไรเลย กัดแม้กระทั่งคุณพ่อที่เอาข้าวให้กิน สุนัขพวกนี้จะเหมือนม้าของพระพุทธเจ้าหรือเปล่านะที่ท่านทรงตรัสไว้ว่าให้นำไปฆ่าซะ เพราะยากเกินจะสั่งสอนและอบรมได้แล้ว..สักวันคงถึงวันนั้น..สุนัขรับใช้..แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านยังทรงอนุญาติให้ฆ่าได้เร่ย์..สักวันวันนั้นจะมาถึง..ที่เรารอ..เราก้อรอให้คุณพ่อท่านอนุญาติ..แต่สุนัขเหล่านั้นก้อหาได้สำนึกไม่..ไม่ประเสริฐเร่ย์..จิง..จิง..ยอดสุนัขกตัญญู..อิ..อิ..