

ฉันเพิ่งผ่านการฝึกปฏิบัติงานกา่รดูแลผู้ป่วยวิกฤตทางด้านโรคหัวใจ ฉันเรียนรู้ว่า การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจชนิดใดก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือการป้องกันไม่ให้เขาเกิดภาวะของหัวใจล้มเหลว ซึ่งนั่้นหมายถึง หัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆในร่างกายได้เพียงพอที่จะทำหน้าที่ได้ตามปกติ
คนไข้ที่ฉันให้การดูแล เป็นผู้ชายสูงอายุ มีอาการของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งมีอาการของการเจ็บหน้าอก เจ็บแน่นบริเวณกึ่งกลางหน้าอก มีอาการปวดนานกว่าครึ่งชั่วโมง แม้ว่าจะนอนพักหรือกินยาแก้ปวดแล้วก็ตาม
ถึงโรงพยาบาลมหาราช(สวนดอก) คนไข้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ได้รับการสวนหัวใจฉีดสีเพื่อดูว่ามีการอุดตันที่ใดบ้าง คนไข้ของฉันมีการอุดตันของส้นเลือดถึงสามเส้น บางเส้นอุดตัน ร้อยเปอร์เซ็นเลยทีเดียว คุณหมอโรคหัวใจทำการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและขดลวด หลังทำการสวนหัวใจคนไข้ของฉันปลอดภัยดี ผลการให้การรักษาคุณหมอพึงพอใจและประสบความสำเร็จในหัตถการดังกล่าว วันต่อมาคนไข้ฉันถูกย้ายไปอยู่ตึกสามัญซึ่งคนไข้ของฉันดูแข็งแรงมาก สิ่งที่คนไข้ของฉันต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นั่นก็คือการพยายามเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ เพราะบุหรี่จะทำให้คนไข้มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดภาวะีตีบตันของหลอดเลือดได้อีก แต่ผู้ป่วยของฉันโชคดีที่ไม่มีโรคประจำตัวที่จะเสริมให้เกิดอาการยกเว้นเรื่องของอายุที่มากถึง 72 ปี และไม่มีอาการของโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน


โรคหัวใจขาดเลือด หรือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่และเป็๋นสาเหตุการตายที่สำคัญของผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น เพศชาย การสูบบุหรี่ ภาวะไขมันในเบือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และการไม่ได้ออกกำลังกาย
อาการสำคัญของโรค ได้แก่ อาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือเหนื่อยง่ายในเวลาออกกำลังกาย เจ็บเป็นเวลานาน พักแล้วก็ไม่หายเจ็บ
การรักษาโรคนี้ ปัจจุบัน มี 3 วิธี คือ
- การผ่าตัดนำหลอดเลือดดำที่ขาหรือหลอดเลือดแดงที่ผนังหน้าอกมาตัดต่อกับหลอดเลือดที่อุดตันทำทางเดินของเลือดใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า ทำบายพาส
- การรักษาด้วยยา
- การใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจรวมถึงการใส่ขดลวดในหลอดเลือดหัวใจ
คนไข้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกและได้รับการวินิจฉัย ภายใน 3 ชม.จะได้รับการรักษาด้วยยากละลายลิ่มเลือด และการใช้บอลลูนหรือขดลวด หากมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่า 3 ชม. ก็จะได้รับการรักษาด้วยการใช้บอลลูนและขดลวด
หลังจากที่คนไข้กลับจากห้องสวนหัวใจ คนไข้จะได้รับการดูแล ดังนี้
- งดน้ำงดอาหารต่ออีกประมาณ ครึ่ง ชม. ไม่มีคลื่นใส้อาเจียนก็รับประทานอาหารได้
- กรณีที่ทำที่ขาหนีบ ห้ามผู้ป่วยงอเข่าและงอขา หากทำที่งอมือ ก็ห้ามงอข้อมือเช่นกัน
สำหรับการพยาบาลที่ต้องดูแล ได้แก่
- การเฝ้าระวังสัญญานชีพ
- การเฝ้าระวังเรื่องที่การมีเลือดออก ทั้งจากแผลที่เจาะเส้นเลือดและหลอดเลือดรวมถึงการอุดตันของหลอดเลือดซ้ำ
- การให้่ยาละลายลิ่มเลือดต่อ
- ใช้หมอนวางทับแผลป้องกันเลือดออกอย่างน้อย 2 ชม.
- คลำชีพจรส่วนปลาย หากคลำไม่ไ้ด้ต้องรายงานแพทย์
- ให้คนไข้เริ่มเดินได้เมื่อครบ 4 ชม. หากผู้ป่วยไม่มีอาการหน้ามืด วิงเวียน หรือเหนื่อยหอบ

ขอขอบพระคุณ ข้อมูลและคำแนะนำจาก อ.จิตตวดี เหรียญทอง
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล หน่้วย CCU โรงพยาบาลมาหราชนครเชียงใหม่
สวัสดีค่ะ
- เป็นกำลังใจให้นะค่ะ พยาบาลคนเก่ง
สวัสดีค่ะ ป้าแดง
ขอบคุณพยาบาลที่แสนดีค่ะ
CCU ก็เป็น ward หนึ่งที่น้องอยากอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ได้ขึ้นไปดูแล้วก็แอบเครียดค่ะ
ผู้ป่วยหนักทั้งนั้นเลย
น้องก็ได้แต่ภาวนาให้ผู้ป่วยหายป่วยไว ๆ
CCU ก็เป็น ward หนึ่งที่น้องอยากอยู่เหมือนกันค่ะ
แต่ได้ขึ้นไปดูแล้วก็แอบเครียดค่ะ
ผู้ป่วยหนักทั้งนั้นเลย
น้องก็ได้แต่ภาวนาให้ผู้ป่วยหายป่วยไว ๆ
ดูแลหัวใจด้วยหัวใจที่กรุณาค่ะ
ขอบคุณป้าแดงและทีมงานที่ทำให้ทุกหัวใจแข็งแรงปลอดภัยค่ะ
สวัสดีค่ะป้าแดง
มาเป็นกำลังใจคะ
การดูแลหัวใจด้วยหัวใจ
ป้าเเดงกำลังเรียนเฉพาะทางอยู่เหรอคะ
เอาใจช่วยค่ะ จบเมื่อไหร่บอกด้วยจะมาร่วมยินดี
หนูจบเฉพาะทางที่ ศิริราช หลักสูตรการพยาบาลผู้ป่วยเด็กโรคเรื้อรัง
กลับมาแล้วได้จุดประกายหลายต่อหลายอย่างในการพัฒนางานและได้นำความรู้มาใช้ประโยชน์ชนิดที่ว่าไม่เคยใช้ความรู้จากไหนที่คุ้มค่าเท่านี้
สวัสดีค่ะ เอากล้วยไม้มาฝากเป็นกำลังใจให้นักเรียน