หุ่นเป็นมหรสพเก่าเเก่ของไทยที่นิยมเล่นกันมานานกว่าสามศตวรรษ

 

     ตามหลักฐานที่มีปรากฏบ่งบอกให้เห็นว่าหุ่นเป็นมหรสพเก่าเเก่ของไทยที่นิยมเล่นกันมานานกว่าสามศตวรรษ 
โดยที่ในระยะเเรกตามที่มีหลักฐานบ่งเเสดงว่าเป็นมหรสพที่นิยมเล่นควบคู่ไปกับการเล่นมหรสพเเละการเเสดงอื่นๆคือ โขน หนัง ละคร ตลอดจนการละเล่นต่างๆเช่น ไม้สูง ระเบง ระบำ เท่าที่มีหลักฐานให้สืบสาวศึกษาได้ปรากฏว่าหลักฐานเ
ก่าเเก่ที่สุดที่เเสดงให้เห็นว่ามีการเล่นหุ่นในสังคมไทยมาตั้งเเต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีการเล่นชนิดนี้ใช้เป็น
เครื่องมหรสพทั้งในงานหลวงเเละงานราษฎร์
     ในสมัยอยุธยาหุ่นที่นำมาเล่นเเสดงคือหุ่นหลวงหรือหุ่นใหญ่มีลักษณะดังนี้คือเป็นหุ่นที่มีขนาดความสูงถึงประมาณ 
๑ เมตร เเต่งตัวอย่างโขน ละคร ทุกประการกลางลำตัวมีเเกนไม้ให้คนเชิดยึดเเละมีสายใยกลไกสอดร้อยตามศีรษะ เเขน
มือ มือเเละขาของหุ่นเพื่อให้ผู้เชิดหุ่นชักสายใยกลไกเหล่านั้นให้หุ่นร่ายรำไปได้ในท่าทางตามที่ต้องการ เเต่เดิมในสมัยอยุธยาคงเรียกกันว่า
หุ่นเเต่อยู่ต่อมาในชั้นหลังจึงมีผู้นิยมเรียกว่า หุ่นหลวงหรือ หุ่นใหญ่
     หลังจากนั้นการเเสดงหุ่นยังคงเป็นเครื่องมหรสพที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางอยู่โดยทั่วไปตามที่ได้มีการบันทึกไว้
มีการเเสดงหุ่นหลวงในงานสำคัญต่างๆมากมายหลายครั้ง ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่๒พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ทรงมีฝีพระหัตถ์ในทางช่างเเกะหัวหุ่นเป็นอย่างยิ่งเเละยังได้โปรดเกล้าฯให้มีการระดมช่างฝีมือในยุคนั้นสร้างหุ่นหลวงขึ้น
ใหม่การเล่นเชิดหุ่นเป็นมหรสพที่ผู้ชมชื่นชอบโดยทั่วไปในยุคนี้

ในรัชกาล๕ได้เริ่มเกิดมีการเล่นเชิดเเสดงหุ่นกระบอกขึ้นเป็นครั้งเเรกภายในชั่วระยะเวลาไม่นานนัก หุ่นกระบอกก็
กลายเป็นเครื่องบันเทิงที่ปวงชนนิยมเป็นอย่างยิ่งจนเป็นที่รู้จักดีในหมู่ชาวไทยทั่วไปอกจากนี้ยังปรากฎหุ่นของ
กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลขึ้นอีกชุดหนึ่ง มีทั้งหุ่นจีนเเละหุ่นไทย หุ่นชุดนี้สร้าง
ในลักษณะดังเช่นหุ่นหลวงเเต่มีขนาดเล็กกว่า ฝีมือช่างผู้ประดิษฐ์หุ่นชุดนี้ประณีตเป็นเลิศอย่างยากที่จะหาช่างหุ่นอื่น
มาเทียบเทียมได้
      อย่างไรก็ตามเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช๒๔๕๓ ต่อมาภายหลัง
การเล่นเชิดเเสดงหุ่นหลวงก็ได้เสื่อมสูญไปฝ่ายหุ่นของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญคงจะเลิกเเสดงไปเสียเเล้วด้วยเช่นกัน
ตั้งเเต่ก่อนสิ้นรัชกาลคื่อเมื่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเสด็จทิวงคตในปีพุทธศักราช ๒๔๒๙ ส่วนหุ่นกระบอกยังคงมี
เล่นต่อมาถึงเเม้จะไม่เฟื่องฟูเช่นดังเดิม
     ในปีพุทธศักราช๒๔๕๓พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลราช-สมบัติ ในสมัยนี้เกิดมีการเล่นหุ่น
อีกประเภทหนึ่งขึ้นเรียกกันเป็นสามัญว่า
ละครเล็กซึ่งเป็นหุ่นที่สร้างขึ้นโดยเลียนเเบบหุ่นหลวงเเต่มีขนาดเล็กกว่าวิธีการ
เชิดละครเล็กต้องใช้คนเชิดหลายคน ช่วยกันเชิดเเสดง เมื่อไม่มีหุ่นหลวงเเล้วละครเล็กจึงเป็นที่นิยมในยุคนี้เจ้าของคณะ
ละครเล็กหรือหุ่นเลียนอย่างหุ่นหลวงคือนายเเกร ศัพทวนิชดังนั้นทั้งหุ่นกระบอกเเละละครเล็กจึงอาจถือได้ว่าย
ังเป็น
มหรสพเครื่องเล่นการเเสดงที่ได้รับความนิยมในยุคนี้
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชสมบัติในปีพุทธศักราช๒๔๖๘ ระยะเวลานั้นทั่วโลกเกิดวิกฤตการณ
์ทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาเเต่สถานการณ์สงครามโลกการเเสดงมหรสพต่างๆ เพื่อความบันเทิงเริงรมย์ลดน้อยลง ส่วนในการบริหารประเทศเกิดความเปลี่ยนเเปลงจนถึงขั้นระส่ำระสายในหน่วยงานต่างๆทางราชการของประเทศไทย เนื่องจากงบประมาณลดน้อยร่อยหรอลง หน่วยงานหลายฝ่ายรวมทั้งกรมมหรสพต้องถูกยุบศิลปะการเเสดงเครื่องเล่นมหรสพ
ต่างๆซบเซาลงเป็นลำดับ ในที่สุดเกิดภาวะคับขันทางการเมืองพระบาทสมเด็จ
-พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกาศสละราชสมบัติ โดยคืนอำนาจการปกครองเเก่ปวงชนชาวไทย ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ หลังจากยุคนั้นมาจนถึงปัจจุบัน มหรสพเเละการละเล่นตาม
ประเพณีนิยมที่มีมาเเต่โบราณไม่ได้รับความเอาใจใส่การละเล่นเเสดงหุ่นทุกชนิดจึงเริ่มเสื่อมสูญไป
อ้างอิง:ศักดา ปั้นเหน่งเพ็ชร์.การศึกษาวิวัฒนาการหุ่นกระบอกไทยสื่อพื้นบ้านในภูมิภาคตะวันตก.  
กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์ศิริวัฒนา,หน้า ๒๖๕๒๗๗