จะทำวันไหน ที่จริงไม่ใช่เรื่องสำคัญมาก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของพิธีนี้ที่ถือว่าเป็นกุศโลบายของคนโบราณ ที่สร้างประเพณีนี้ขึ้นมาก็เพื่อ การรวมญาติ

     สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่ก็จะเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษ ที่สุสานต่าง ๆ ในวันที่ 5 เมษายน ของทุก ๆ ปี ถือว่าเป็น วันไหว้บรรพบุรุษ หรือ วันเช็งเม้ง ของชาวไทยเชื้อสายจีน เรียกกันว่าเป็น วันเช็งเม้งใหม่ เนื่องจาก วันเช็งเม้งเก่า จะยึดถือตามปฏิทินจีน จะไม่ตรงกับวันที่เดิมในปฏิทินไทยที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน บางปีก็เป็นต้นเดือนเมษายน บางปีก็เป็นปลายเดือนมีนาคม ลูกหลานจีนที่อ่านปฏิทินจีนไม่ค่อยจะออกกันแล้วในปัจจุบันจึงเปลี่ยนมาใช้ วันที่ 5 เมษายน ของทุกปีแทน เพื่อให้จำได้ง่าย และในปัจจุบันหลาย ๆ ครอบครัวก็จะถือเอาวันเสาร์หรืออาทิตย์แรกของเดือนเมษายน เป็นวันเช็งเม้งแทน เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาทำพิธีไหว้บรรพบุรุษกัน สำหรับบ้านวรารักษ์ ท่าน LinHui จัดไหว้ที่บ้านในวันนี้ครับ

     สำหรับครอบครัว วราอัศวปติ ของเรายังคงใช้ วันเช็งเม้งเก่า อยู่เพราะยังมีผู้ใหญ่ (อาม่า) และอีกหลายท่านที่ยังคงสามารถดูปฏิทินจีนได้อยู่ สำหรับปีนี้จะตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2552  และเนื่องจากปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดด้วย จึงมีผู้มาไหว้กันค่อนข้างมากกว่าปีที่ไม่ตรงกับวันหยุดปีนี้ผลไม้ 5 อย่างจากบ้านวรารักษ์ที่นำไปไหว้ ถูกจัดใส่ตะกร้าสวยงามกว่าทุกปีที่ผ่านมาเพราะฝีมือของท่าน LinHui พร้อมการประดับด้วยช่อดอกไม้หอมจากที่บ้านคือ ดอกสายน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นไม้สมุนไพรที่มีประโยชน์มาก นอกเหนือจากดอกมีกลิ่นหอมแล้ว ใบยังเป็นสมุนไพรที่นำมาต้มรวมกับดอกเบ็ญจมาศ (เก๊กฮวย) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและแก้ร้อนในอีกด้วย  สำหรับ ดอกสายน้ำผึ้ง ภาษาจีนเรียกว่า กิมงึงฮวย หรือ แปลเป็นไทยว่า ดอกเงินทอง เคยถามคุณแม่ว่าทำไมเขาตั้งชื่ออย่างนี้ คุณแม่บอกว่า ดอกสายน้ำผึ้งถ้าสังเกตให้ดี ช่วงดอกบานตอนแรกจะเป็นสีขาวเปรียบเหมือนสีเงิน เมื่อบานเต็มที่จะเปลี่ยนเนสีเหลืองทอง  

       วันเช็งเม้งหรือวันไหว้บรรพบุรุษ จะทำวันไหน ที่จริงไม่ใช่เรื่องสำคัญมาก เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของพิธีนี้ที่ถือว่าเป็นกุศโลบายของคนโบราณ ที่สร้างประเพณีนี้ขึ้นมาก็เพื่อ การรวมญาติ ให้ญาติ ๆได้มีโอกาสมาพบกัน พูดคุยกัน อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างญาติพี่น้องให้แน่นแฟ้นและยืนยาวต่อไป