และเครื่องดนตรีไทย มีความพิเศษในการเล่น จนต่างชาติงวยงงสงสัยตลอดมา

  วันนี้ผู้เขียนเกือบจะโทรศัพท์ ไปยกเลิกการเรียนตีขิมแบบสัมผัส กับคุณครูน้อยแล้ว ตามสภาพร่างกายที่ยังไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่ เนื่องจากเจ็บป่วยด้วยโรคงูสวัด  แต่แล้วก็ตั้งใจลุกขึ้นแต่เช้า เตรียมตัวไปเรียนเหมือนเดิม

  ผู้เขียนเอาชนะใจตนเอง ที่จะต้องมีความพากเพียรในการเรียนดนตรีไทยตีขิม เคยเห็นมาหลายต่อหลายครั้ง คุณครูน้อยท่านมีอาการ ไม่สบายในขณะสอนให้เห็น แต่ถึงแม้จะบอกให้ครูพัก ไว้วันหลังค่อยมาเรียนใหม่ แต่ครูก็ไม่เคยจะพักแต่กลับสอนผู้เขียน เหมือนว่า ไม่ได้เป็นอะไร ในเมื่อครูมีความตั้งใจที่จะสอนผู้เขียนมาก แล้วทำไมจึงจะมาท้อถอย อ่อนแอ กับการเจ็บไข้ได้ป่วย ที่พอทุเลาแล้ว

  การเป็นนักดนตรี ต้องมีความอดทน ครูน้อยสอนเสมอ สมัยก่อน กว่าจะได้เรียนรู้เพลงสักวรรคสักตอน ค้องมาคอยช่วยเหลือดูแลครู จนงานของครูเรียบร้อย จึงจะได้ขอเข้าไปต่อเพลงอีกสักวรรคหนึ่ง นักดนตรีสมัยโบราณ บางคนต้องมาช่วยครูทำไร่ไถนา จนเป็นที่รัก เอ็นดู ครูจึงจะสอนเพลงให้ ไม่มีการบันทึกตำรับตำราเหมือนสมัยนี้

  และแม้สมัยนี้จะมีการทำโน๊ตเพลง ขายกัน ก็ใช่ว่าจะทำให้ผู้สนใจดนตรี จะเรียนได้รู้เรื่อง เอาแค่ขิม ที่มีโน๊ตตั้ง ๓ แถว ผู้เขียนก็ไม่รู้แล้ว ว่าคืออะไร จะตีอย่างไร ดังนั้นการเรียนที่มีครูสอน จึงเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุด

 ครูน้อยบอกผู้เขียนว่า การเรียนตีขิมแบบสัมผัสนี้ ทำให้เราอ่านโน๊ตเป็น เข้าใจวิธีการ ก็สามารถไปฝึกฝนต่อได้ เป็นการบันทึกตำราเรียน อย่างไม่ให้สูญหาย ครูเป็นคนใจกว้าง และอยากให้ดนตรีไทย เล่นแบบสากลได้ โดยการตีตามโน๊ต และการไม่ต้องดูขิมเป็นสิ่งที่ครูน้อยฝึกให้เป็นเฉพาะ

  วัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะดนตรีไทย เป็นสิ่งที่คนไทยควรให้ความสนใจ และเรียนรู้ อย่างน้อยคนไทย ควรเล่นดนตรีไทยได้ คนละหนึ่งอย่างก็จะเป็นการอนุรักษ์ และเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยทีเดียว 

  ผู้เขียนเห็นว่าเอกลักษณ์ของคนไทย มีให้เห็นไม่เด่นชัดนัก จะเป็นเรื่องการแต่งกายก็ดูไม่ออก อาจจะมีภาษาพูด ภาษาเขียน ที่ยังแสดงว่าเป็นไทยได้อยู่ ถ้าเราจะนำเอาการเล่นดนตรีไทยได้ เป็นเอกลักษณ์ของเราอีกสักอย่าง ก็น่ายินดีนะคะ

  การมาเรียนดนตรีไทย ได้มากกว่าที่เราคิด รับรองค่ะว่าเสียงดนตรีไทย เหมาะสมกับคนไทยเป็นที่สุด ความเสนาะหูจะช่วยให้ความอ่อนโยน ใจดี ที่คนไทยเรามีเป็นพื้นฐานนั้น จะได้แสดงออกชัดเจนยิ่งขึ้น

  และเครื่องดนตรีไทย มีความพิเศษในการเล่น จนต่างชาติงวยงงสงสัยตลอดมา ว่าทำไมคนไทยเป่าปี่ เป่าขลุ่ยได้นานมากโดยไม่หยุดหายใจ หรือทำไมไฟฟ้าดับ แต่เสียงดนตรีไทยยังบรรเลงต่อไปได้อีก จนจบเพลง

  จึงอยากบอกว่า ถ้าใครตอบชาวต่างชาติไม่ได้ ในเรื่องที่กล่าวมา ก็ขอให้มาศึกษาการเล่นดนตรีไทยซิคะ แล้วจะรู้คำตอบเอง

  วันนี้นำเพลงที่เล่นด้วยขิม และมีความไพเราะมากๆ มาฝากอีกหนึ่งเพลง ชื่อ "แขกต่อยหม้อ(ปั้นหม้อ)" เป็นเพลงไทยร้อยเปอเซนต์ค่ะ ส่วนประวัติเพลง จะนำมาขยายในวันหน้าค่ะ

ภาพจาก blog.slb1.sanook.com/PortalPics/_krujeab2007


แขกต่อยหม้อ - เดี๋ยวขิม