เมาแล้วขับ อันตราย น่าเป็นห่วงนะคะ

เมษายน เป็นเดือนแห่งวันสงกรานต์  มีการเดินทาง เพื่อร่วมงานในวันครอบครัว   ขอให้ทุกท่านมีความสุขและปลอดภัยในการเดินทางและการเล่นน้ำสงกรานต์ นะคะ

สงกรานต์ปีนี้  นอกจากเที่ยวให้สนุกกันแล้ว ก็ต้องช่วยกันเฝ้าระวังในช่วง 7 วันอันตราย กันด้วยนะคะ  เพราะฝ่ายสาธารณสุขไม่สามารถยับยั้งการจำหน่ายสุรา  เมาไม่ขับก็ยิ่งน่าเป็นห่วงค่ะ 

วันนี้หาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาให้ทราบ เรื่อง เมา ไม่เมา สามารถตรวจสอบกันอย่างไรได้บ้างมาฝากค่ะ

วิธีการตรวจหาระดัับแอลกอฮอล์ในเลือด

วิธีการตรวจหาระดัับแอลกอฮอล์ในเลือดในปัจจุบัน ทำได้ 3 วิธีหลักๆ คือ

  1. ทางลมหายใจ โดยให้ผู้ดื่มสุราเป่าลมหายใจเข้าไปในเครื่องตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือดทางลมหาใจ ตัวเลขที่ปรากฎบนจอของเครื่องจะบอกระดับแอลกอฮอล์ในเลือด หน่วยเป็นมิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
  2. ทางเลือด โดยการเจาะเลือดจากผู้ดื่มสุราแล้วส่งตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยตรงในห้องปฏิบัติการผู้ตรวจวิเคราะห์ต้องมีความชำนาญเฉพาะทาง ผลที่ได้มีความถูกต้องมาก
  3. ทางปัสสวะ โดยการเก็บตัวอย่างปัสสาวะจากผู้ที่ดื่มสุรา แล้วนำปัสสาวะนั้นส่งตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือดในห้องปฏิบัติการผลที่ได้มีความถูกต้องใกล้เคียงกับในเลือด

การตรวจพิสุจน์ "เมา"
       นอกเหนือจากการตรวจหาระดับแอลกอฮอล์ในเลือดด้วยวิธีการหลัก 3 วิธีดังกล่าวมาแล้วยังมีวิธีการตรวจเพื่อพิสูจน์ว่า "เมา" หรือไม่นั้นได้อีกหลายวิธี และไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือใดๆ โดยการสังเกต ดังนี้

  1. กลิ่นสุรา จากลมหายใจ หรือเสื้อผ้า
  2. การเดินไม่ตรงทาง
  3. การพูดจาอ้อแอ้ ไม่สื่อความหมาย
  4. การขับรถเร็ว หรือช้า โดยไม่มีเหตุผล
  5. การขับรถในอัตราเร็วไม่คงที่
  6. การหยุดรถไม่ถูกจังหวะ ไม่เรียบร้อย
  7. การแซงหรือสวนรถในขณะที่ยังไม่สมควร หรือหักหลบมากเกินสมควรเมื่อมีรถผ่าน
  8. ไม่ปฏิบัติตามกฎจารจร
  9. ขับรถในเวลากลางคืนไม่เปิดไฟ
  10. ขับเกียร์ต่ำตลอด หรือเปลี่ยนเกียร์บ่อยๆ โดยไม่มีเหตุผล
  11. ขับรถไม่ตรงทาง ส่ายไปมา
  12. ขับรถเปลี่ยนช่องทางบ่อยๆ


    ในประเทศไทยได้กำหนดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสำหรับผู้ขับขี่ ไม่ให้เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามประกาศกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 16/2537

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

http://www.thaiantialcohol.com/th/index.php?option=com_content&task=view&id=164&Itemid=65