กระโดดขึ้นเวทียักย้ายส่ายร่างตามจังหวะเพลง

                    เคยอยู่คนเดียว ทำงานคนเดียว ได้ดีคนเดียวและถ้าจะผิดก็ผิดคนเดียว แต่หลายปีมานี่ ผมมีเพื่อนร่วมงานเพิ่มขึ้น จึงมีเวลาคิด มีเวลาโผล่ไปดูความเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆในโลกกว้าง สิ่งหนึ่งที่ผมมักชอบไปดู นั่นคือสีสันวันเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวเขาเผ่าม้ง เคยสังเกตได้ว่าอดีตนั้น พอสิ้นเทศกาลขึ้นปีใหม่ เด็กสาวๆจะพากันไปแต่งงาน  เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี  ต่อมา เขาเหล่านั้นมักจะมีลูกตัวน้อยๆ บ้างก็อุ้ม บ้างก็มัดใส่หลัง หรือไม่ก็ป้อนนมลูกต่อหน้าต่อตาฝูงชนที่มาดูหนุ่มสาวรุ่นน้องละเล่นโยนลูกคลี(ก้อนผ้ากลมๆ)ในลานประเพณี ปีนี้ผมกวาดสายตาไปทั่ว ไม่พบสิ่งเก่าๆที่เคยชินตา ทำให้รู้สึกแปลกใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผมไปเที่ยวหลายๆหมู่บ้านเพราะถนนหนทางสมัยนี้ไปมาสะดวกมาก ก็เหมือนๆกันคือไม่ค่อยเห็นแม่ลูกอ่อนมาดูเขาเล่นปีใหม่ ไปอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งเขาจัดงานเวลากลางคืน ต้องตกตะลึงครับ คาดไม่ถึงว่าสตรีที่กระโดดขึ้นเวทียักย้ายส่ายร่างตามจังหวะเพลงนั้น เป็นเหล่าแม่บ้านที่กล้าแต่งหน้าทาผิวให้ดูสวยงามด้วยเครื่องสำอางหอมกรุ่น สามียืนปรบมือเชียร์เป็นกำลังใจอยู่ใกล้ๆข้างเวที แม่บ้านบางคนงอน มาต่อว่าผมว่าทำไมไม่ช่วยคณะกรรมการจัดงานจัดคิวแสดงให้ บางคนยังไม่ได้ขึ้นเวทีเลย   มากมายขนาดนี้เลยเชียวหรือ?  แม่บ้านบางคนคุยจ้อ บอกว่าเขาได้ไปเที่ยวถึง หลักกิโลเมตร 52 ในประเทศลาว(หลักกิโลเมตร 52 หมายถึง ชุมชนม้ง ที่อยู่บนเส้นทางเวียงจันทร์ ไปหลวงพระบาง) โอกาสเหล่านี้มีให้เฉพาะแม่บ้านที่คุมกำเนิดและไม่มีลูกตัวน้อยๆเป็นภาระ เท่านั้น ผมคิดและทำถูกตามวิถีทางของผม ทางอ้อมที่อาจไกลเกินไปและใช้เวลานาน  ส่วนผู้ที่ทุ่มเทกับแนวคิดนี้คือ คุณษมาวีร์  พรชัยวิรุฬ หมออนามัยตัวเล็กๆและเพื่อนญาติพี่น้องที่ก่อร่างสร้างวงดนตรีเยาวชนบ้านขุนสถานแสนสุข   เธอเป็นผู้ปิดทองหลังพระทำให้เกิดภาพแห่งความสร้างสรรค์ดีๆมากมาย  ผมมักจะเขียนและบอกเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาว่า ผมไม่สามารถจูงใจให้ใครมาทำหมัน แต่มีปัญญาทำให้เขาเหล่านั้นมีความรู้สึกไม่อยากมีลูกเพิ่มและไม่อยากมีลูกมาก ภาพจากเรื่องเล่าเหล่านี้ดูอาจจะเป็น แสงสว่าง ณ ปลายอุโมงค์”ส่วนหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความสำเร็จที่อยู่ใกล้สุดเอื้อมในการดำเนินงานวางแผนครอบครัวชาวเขาเผ่าม้ง