ช่วงนี้มีประเด็นให้นำมาเขียนบันทึกเยอะครับ แต่บังเอิญว่างานอื่นที่ต้องรีบทำก็เยอะเหมือนกัน ทำเอามึนตึบครับ สมองคิดไม่ทันจริงๆ ทำไมงานมันชุกชุมขนาดนี้เนี๊ยะ เอาเป็นว่า เพื่อการประหยัดเวลา ขอประมวลความรู้และการรับรู้ที่ได้จากหลายวันที่ผ่านมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วกันครับ
หลายวันก่อนมีเมลจากสาขาวิชาแจ้งประชุมซ้อนกันสองงานครับ งานแรกประชุมของคณะ และอีกงานหนึ่งก็ประชุมเหมือนกันแต่ของบัณฑิตวิทยาลัย ที่ระบุเจาะจงว่า ให้อาจารย์สาขาวิชาชีพครูร่วมประชุมทั้งหมด โดยเป็นการประชุมร่วมกับอธิการบดี ก็เลยต้องเข้าประชุมอย่างหลังครับ ก่อนการประชุมก็ได้ทราบข้อมูลจากรองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยว่า เป็นความประสงค์ของท่านอธิการบดีที่จะมาร่วมพูดคุยในทุกๆ เรื่องกับคณาจารย์ในสาขาวิชาชีพครู ท่านเน้นว่าขอเป็นบรรยากาศอย่างเป็นกันเองที่สุด
เป็นการประชุมที่คุ้มค่าจริงๆ ครับ เพราะเป็นการประเมินผลการดำเนินงานของสาขาวิชาในรอบแปดปีที่ผ่านมา ผ่านมุมมองของท่านอธิการบดีเองเลย รอบนี้ท่านพูดแสดงความคิดเห็นครบทุกเรื่อง และเป็นที่มาที่ผมตั้งชื่อบันทึกนี้ว่า "สอบตกหรือนี่"
ผมเชื่อว่า ข้อมูลที่ท่านอธิการบดีนำมาคุยวันนี้เป็นข้อมูลที่มีความถูกต้องและรอบด้านมากครับ จนผมฟังไปยอมรับไปว่า จริงอย่างท่านว่าครับ ถึงแม้บางอย่างอาจจะคลาดเคลื่อนในรูปแบบของการดำเนินการไปแล้ว แต่ผลมันก็เหมือนกัน
ท่านอธิการบดีนำเสนอภาพผลการจัดการศึกษาของหลักสูตรนี้ว่า แน่นอนปัจจุบันไม่มีข้อสงสัยถึงคุณภาพของการผลิตบัณฑิตในหลักสูตรนี้ เราตอบได้ว่า หลักสูตรนี้สร้างคนสู่อาชีพครูได้ มีมาตรฐานไม่ต่างจากสถาบันรอบข้าง แต่ความสำเร็จนั้นตอบโจทย์ (เป้าหมาย)สำคัญของมหาวิทยาลัยหรือเปล่า? อันนี้ท่านตอบเองเลยครับว่า เป้าหมายตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยนั่น สาขาวิชาชีพครูไม่สามารถตอบได้เลย หรืออาจจะตอบได้ไม่สมบูรณ์
คำว่า "ครู" ในการผลิตของสาขาวิชา ไม่ใช่แค่จะบอกว่า เหมือนกับครูที่จบจากสถาบันอื่น เพราะเราไม่ได้ต้องการสร้างคนสู่อาชีพครู แต่เราต้องการสร้างครูมุสลิม ครูที่สามารถสอนศิษย์ เป็นแบบอย่างของการเป็นมุสลิมที่ดีให้กับศิษย์ได้ อันนี้ท่านอธิการบดีว่า จากการรับฟังมามันยังไม่ถึงเป้าที่สาขาวิชาควรจะทำได้
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าคิดคือ เรื่องของการให้การศึกษาต่อเนื่อง การมีกิจกรรมต่อเนื่องกับศิษย์เก่า อันนี้ในสาขาวิชาเราคุยกันมานานแล้วครับ แต่ไม่ได้ทำให้เป็นรูปธรรมสักที ก็เลยต้องยอมรับโดยดุษฏี
ประเด็นต่อมาคือ การสร้างครูที่เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง ท่านอธิการบดีให้ความเห็นว่า คนที่มาเรียนในหลักสูตรนี้เป็นคนที่มีความพร้อม มีความสามารถ และอยู่ในหน่วยงานสถานศึกษาอยู่แล้ว การที่เขามาเรียน เพื่อให้เราจุดประกายเพื่อให้เขากลับไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานของเขา แต่ท่านอธิการบดีให้ความเห็นว่า เรายังทำได้ไม่สำเร็จ ท่านว่า การทำให้คนเปลี่ยน ไม่ใช่ต้องเน้นการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องจุดประกายให้ได้ การจุดประกายไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ บางทีคุยแค่คำเดียว ก็กระตุ้นให้เขาลุกขึ้นมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงได้แล้ว คำถามคือ สาขาวิชามีการดำเนินการเพื่อจุดประกายให้กับผู้มาเรียนแล้วหรือยัง
นอกจากนี้ท่านอธิการบดีได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับสาขาวิชาในหลายประเด็นครับ โดยเฉพาะการนำเอาทรัพยากรที่มีในมหาวิทยาลัยมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด จนมีคำพูดหนึ่งของท่านคือ "ทำไม่ได้เพราะไม่มีเงิน อันนี้คือคำพูดของคนโง่เท่านั้น เพราะเราไม่ใช่ข้าของเงิน เราต้องรู้จักนำเอาปัญหาความรู้มีสู่การบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์มากที่สุด"
ถ้าให้ผมประเมินตนเองจากการพูดคุยครั้งนี้ ผมว่าผลการดำเนินงานทั้งหมดของสาขาวิชา น่าจะอยู่ที่ 49.99 คะแนน เอาเป็นว่า เกือบผ่านครับ อีกนิดเดียว (เข้าข้างตัวเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบครับ)
ผมคุยกับเพื่อนอาจารย์หลังจากได้ร่วมพูดคุยครั้งนี้ว่า สิ่งสำคัญต่อไปนี้ของสาขาวิชาคือ การนำนโยบายที่ท่านอธิการบดีมาสู่การปรับแผนปฏิบัติงานของสาขาวิชาให้มีความชัดเจนครับ และเป็นหน้าที่ของอาจารย์ในสาขาวิชาที่จะต้องร่วมไม้ร่วมมือกันทำให้การทำงานของพวกเราสอบผ่านให้ได้ในการประเมินครั้งต่อไป
ต้องบอกว่า ด้วยบรรยากาศการพูดคุยที่เป็นกันเองครับ ทำให้การถูกประเมินครั้งนี้ไม่ได้ตึงเครียด ฟังไปก็ได้แง่คิด และทำให้รู้ตัวเอง ท่านอธิการบดีไม่ได้พูดในเชิงตำหนิครับ เพียงแต่นำเสนอแนะแนวคิดของท่านเพื่อการพัฒนา ดังนั้นการประเมินว่า สอบตก ก็เป็นเพียงการประเมินของผมเอง ซึ่งผมคิดว่า เป้าหมายที่มีให้กับสาขาวิชานี้มันชัดอยู่แล้วครับ แต่เราเองในฐานะคนปฏิบัติเท่านั้นเองที่มุ่งตอบคำถามเพียงคำถามเดียว ทั้งๆ ที่มันมีอีกสองข้อ ถึงแม้เราได้ตอบคำถามสองข้อนี้ไปบ้างแล้ว แต่ผลที่ได้มันยังไม่เด่นชัดออกมาให้เท่าเทียมกับข้อที่หนึ่ง ดังนั้นยังงัยๆ เราก็ยังไม่ผ่านนั่นแหละครับ (ย้ำว่า ความเห็นผม และไม่ได้ต่อว่าหรือตำหนิใคร ว่าผมเอง)
ส่วนวันนี้ ผมก็ได้เจอกับพฤติกรรมของคนบางคนในวงสนทนาเข้า จนรู้สึกอึดอัดมากครับ ผมไม่คิดว่าจะเจออย่างนี้ ในฐานะที่คุณทำหน้าที่ในนามของมหาวิทยาลัย คุณไม่ควรทำอย่างนั้นกับแขกของมหาวิทยาลัยเลย ผมเลยออกจากกลุ่มสนทนา โดยแจ้งกับรองคณบดี บัณฑิตวิทยาลัย ซึ่งเป็นประธานการคุยว่า ผมมีสอนขอตัวก่อน ปรากฏขับรถมาถึงหน้าตึก ท่านรอบคณบดีก็โทรมาบอกว่า ท่านเองก็ออกจากวงสนทนาแล้ว ท่านว่าท่านทนพฤติกรรมของอาจารย์ท่านนี้ที่คุยกับแขกอย่างนั้นไม่ได้ เป็นการทำผิดกติกา ผมเลยตอบท่านไปว่า ท่านเป็นประธานนะครับ ต้องเบรกสิไม่ใช่หนีออกมาเหมือนผม ฮิฮิ (สงสัยท่านรอง เดาออกว่าผมลุกจากวงมาด้วยเหตุผลอะไร)
อันนี้พูดยากครับ นึกถึงแต่ว่า การให้เกียรติแก่แขกเป็นสิ่งสำคัญครับ วัจนะของท่านศาสนทูต (ซ.ล) กล่าวไว้ว่า "ผู้ใดที่ศรัทธาในอัลลอฮ์และวันกียามัต เขาจะต้องให้เกียรติต่อแขกของเขา" ซึ่งปกติ คนที่มาติดต่อกับมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะมาสมัครงาน การติดต่องานอะไรก็ตาม แม้กระทั่งมาสอบ การเรียน เป็นแขกของเราทั้งนั้น ซึ่งเราก็ต้องเกียรติเขาด้วย ผมเชื่อว่า เราก็เวลาไปไหน ก็อยากที่จะได้รับการให้เกียรติจากเจ้าของบ้านครับ ยิ่งเมื่อเราได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการ เป็นผู้รู้ด้วยแล้ว สิ่งนี้ยิ่งสำคัญมากขึ้นไปอีกครับ ฮือ ลำบากใจจริงๆ เสร็จจากงานนั้น เลยมันอึดอัดจริงๆ ครับ จนกระทั่งต้องเอามาระบายให้เพื่อนอาจารย์ในสาขาวิชาได้รับรู้เป็นอุทาหรณ์กันไปก็แล้วกัน
มาชม
หลายเรื่องหลากรสนะครับผม
มาเยี่ยมค่ะ เก็บประเด็นละเอีดมากเลยค่ะ โดยเฉพาะในแง่การประเมินเพื่อพัฒนา เยี่ยมค่ะ และเห็นด้วย ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้บัณฑิตใหม่แม้อยู่ในสถานศึกษาแล้วก้าวขาไม่ออก เพราะมันเป็นพฤติกรรมวัฒนธรรมที่สั่งสมมานานจนยากและอาจใช้เวลา
เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้โชคดีค่ะ
ประเด็นที่ต้องปรับแก้เราก็แก้ไขกันไปครับ ผู้ใหญ่เขาแนะนำก็รับฟังและทบทวน การเดินต่อไปของสาขาวิชานี้ผมเชื่อครับว่าจะไปสู่เป้าหมายอย่างสวยงาม(อินชาอัลลอฮฺ)อาจจะเดินอย่างเนิบแต่มั่นคงก็ยังดีกว่ารีบกระโดดแล้วหกล้มทุกครั้งไป เป็นกำลังใจให้ครับ ผมมาทำงานในสาขาวิชานี้ผมรู้สึกมีความสุขมากครับกับคนทำงานในสาขา เคยมีคนตั้งทฤษฎีว่าอยู่ได้ไม่เกิน ๓ เดือน ๖ เดือนหรอกลองดู แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเพราะมนุษย์มีศิษย์ที่จะแสดงความคิดเห็นและเขาก็คงตอบความคิดของเขาได้แล้ว ณ วันนี้
พฤติกรรมที่อาจารย์เจอของคนคือรสชาติของคนที่เราได้พบเจอ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ "ไม่มีมนุษย์คนไหนสมบูรณ์แบบซะทุกอย่าง"
ขอบคุณครับอาจารย์ umi
ในแต่ละวัน ก็ครบทั้งหวาน ขม เปรี้ยว ฯลฯ ทุกรสเลยครับ
ขอบคุณครับkrutoi
เพราะมันสังสมมานานครับ การเปลี่ยนแปลงจึงต้องใช้พลังเยอะๆ หนอ่ย
ขอบคุณครับอาจารย์เสียงเล็กๆ
อาจารย์มาอยู่สาขานี้เกินสามเดือนแล้วยังครับ ถ้าเกินแล้วอย่าลืมประเมินผลด้วยนะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์Ibm ครูปอเนาะ
การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญครับ และการผลิตผู้ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ก็ยิ่งยากเข้าไปอีกครับ