ดังนั้น การที่บุคคล ซึ่งเป็นถึงนายอำเภอ ได้ออกมากล่าวหาเช่นนี้ แสดงให้เห็นเจตนาบางอย่างหรือไม่ หรือดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายก็แล้วแต่ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่งผลให้สร้างความสะเทือนใจแก่ภาคประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ตามหลักการปกครองในทางรัฐศาสตร์

แถลงการณ์ ฉบับที่ ๔

เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ นครศรีธรรมราช

วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

ณ สถานีตำรวจภูธรสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

***************************************************************

 

จากคำแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ได้บรรจุไว้ในนโยบายข้อ ๔.๒.๒.๖ ว่า รัฐบาลนี้จะ จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้วยอุตสาหกรรมที่มีความสอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้

จากการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะสานต่อโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือที่เรียกว่าเซาเทิร์นซีบอร์ด  และโครงการสะพานเศรษฐกิจ นั้น ซึ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมหนักและและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเป้าหมายหลัก และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเซาเทิร์นซีบอร์ดภาคใต้ แม้โครงการนี้ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างแต่ การศึกษาในระดับแผนเสร็จสิ้นแล้ว ล่าสุดมีการแต่งตั้ง คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้  โดยได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เพื่อกำกับดูแล และเร่งรัดการดำเนินการตามแผนที่วางไว้

ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๒ เป็นต้นมา  แกนนำในพื้นที่ต่างๆ รับรู้ข้อมูลจากหลายทาง  และเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อเผยแพร่ข้อมูลอย่างจริงจัง  จนสร้างกระแสการรับรู้ได้เกือบทั้งจังหวัดจนรวมตัวเป็นเครือข่ายทีเรียกว่า เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ นครศรีธรรมราช           มีเป้าหมายหลัก คือ หยุด แผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ และได้ประกาศเข้าร่วมกับ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก และ เครือข่ายที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทั่วภาคใต้

จากการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านโครงการขนาดใหญ่  หยุดหายนะของแผ่นดินจังหวัดนครศรีธรรมราชในอนาคต   มีเจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อปกป้องแผ่นดินเกิดอย่างสุดชีวิต  จนในที่สุด นายปิติพงศ์  คิดการเหมาะ       แกนนำคนสำคัญคนหนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถูกนายอิศรา  ทองธวัช นายอำเภอสิชล  กล่าวหาว่า ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และถูกออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มารายงานตัวที่ สถานีตำรวจภูธรสิชล ในวันนี้ เวลา ๑๐.๐๐ น.

เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล  มีเงื่อนงำ และอาจแฝงนัยยะทางการเมืองก็เป็นได้  เนื่องจากกรณีเช่นนี้  เป็นกระบวนการเคลื่อนไหวต่อสู้ปกติของกระบวนการประชาชนในระบอบประชาธิปไตย  อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่ตั้งใจ

 

 

ดังนั้น การที่บุคคล ซึ่งเป็นถึงนายอำเภอ  ได้ออกมากล่าวหาเช่นนี้  แสดงให้เห็นเจตนาบางอย่างหรือไม่  หรือดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายก็แล้วแต่  จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่งผลให้สร้างความสะเทือนใจแก่ภาคประชาชนเป็นอย่างยิ่ง  ตามหลักการปกครองในทางรัฐศาสตร์

เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะฯ จึงขอให้กำลังใจ คุณปิติพงศ์  คิดการเหมาะ  ต่อสู้เพื่อพี่น้องต่อไป  และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมจนถึงชั้นศาล เพราะเชื่อว่า  อำนาจแห่งความดี เจตนาอันบริสุทธิ์จะปกป้องคนดี และจะได้เป็นกรณีตัวอย่างแก่สังคมต่อไป

ในกระบวนการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรของพี่น้องประชาชน  ยังมีระยะทางอีกยาวไกล  และไม่รู้ว่าจะเจอะเจออะไรในอนาคตข้างหน้า  แต่เราเชื่อว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว  และพร้อมยืนหยัดจะเดินต่อไปอย่างเข้มแข็งและไม่หยุดยั้ง  ไม่เกรงกลัวอำนาจข้าราชการ นักการเมือง หรือ อิทธิพลๆใด

เราเชื่อว่า การพัฒนาเพื่อความอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน ยังมีอีกหลายด้านไม่ใช่ นิคมอุตสาหกรรมและองค์ประกอบของโครงการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของคนไม่กี่คน  เราต้องการการพัฒนาที่มีส่วนร่วมและยั่งยืน เราต้องการกำหนดอนาคตของตนเอง เราต้องการปกป้องทรัพยากรไว้ให้ลูกหลาน ไม่ใช่ให้ใครมาทำลาย

 

เราพร้อมแล้วที่จะ สละ ชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อปกป้องสิทธิและทรัพยากร ไว้ให้ลูกหลาน และประเทศชาติ

ชุมชนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ และ ๖๗

และ ไม่มีอำนาจใดๆ เหนือ อำนาจของประชาชน

 

 

เชื่อมั่น และ ศรัทธา

เครือข่ายผลกระทบนโยบายสาธารณะ นครศรีธรรมราช