สวัสดีครับ

เดินในที่นี้  หมายถึงการเดินทางด้านใน  นักเดินทางเพื่อการหลุดพ้นจากสภาวะแห่งการครอบงำของอวิชชา....

 

เพราะไม่เคยรู้  ไม่เคยได้ยินได้ฟัง  ได้ศึกษาพระธรรม...

    หลายคนอยู่ในมุมอื่นๆ  จึงไม่มีโอกาส  แต่หลายคนก็เปิดใจ  มารู้  มาเอา  มารับ....

   ..เชื่อว่าเราคนไทยทุกคน  น่าจะได้รู้....แต่จะรู้แบบไหน...

 

 

รู้ไม่ถูกต้อง  รู้ไม่ถูกทาง  รู้ไม่จริง  ทั้งนี้เพราะสติปัญญาน้อย  ขาดผู้ชี้แนะ  ขาดครูบาอาจารย์...

    ...หลายคนอาจจะอยู่กับพระธรรม  ไกล้คำสอน  แต่หาได้รับรู้และนำมาใช้ในการเดินทางไม่..

   ... บางครั้งเราเองเหมือนว่า..เราก็รูเเล้ว...

 

 เพราะกรรมเก่า    หรือเปล่านะ?...

     อาจจะเพราะทำมาน้อย... บำเพ็ญเพียร สร้างปัญญาไว้น้อย  ครานี้เลยไปไม่ถึงไหน  อาจจะต้องเพียร  อดทนทำใหม่อยู่  ยังไม่เห็นผล

 

เพราะกิเลส  อวิชชา  ความไม่รู้ ครอบงำ

  ...น่าจะเป็นบทสรุป..  

    เมื่อเราปฏิบัติได้ตรง  ถูกทาง  และเดินตามแนวทางที่พ่อแม่ครูอาจารย์แนะนำ...  พร้อมทั้งมีเพื่อนนักเดินทางคอยชี้แนะ  กำกับเมื่อเราหลงทาง 

 

 

  ....แต่ปัญหาของเรา   ณ  ตอนนี้คือ.......

  ....ครูอาจารย์ของเรานั้นอยู่ที่ไหน  เป็นใคร  เราพบท่านแล้วหรือยัง

 

  ....หนทาง  วิธีปฏิบัติ  ทางที่ตรง  ลัด สั้นนั้น  เป็นอย่างไร  แล้วรู้และแน่ใจได้อย่างไร  เราเข้าใจถูกต้อง     จริงแล้วหรือไม่...

 

....แม้จะเห็นหนทาง  แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าถึงได้ง่ายๆ

....แม้จะเห็นหนทาง   แต่ระหว่างทางก็อาจจะหลงทางจนต้องถอยหลังไป  หรือกลับมาที่เดิม

....แม้จะเห็นหนทาง... แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย  หากเรายังไม่สามารถละความหลงว่าตัวตน  ว่าเรานั้นไม่มีจริง

...แม้จะเห็นหนทาง...  แต่ในวิถีแห่งโลกปัจจุบัน...  ท้าทายต่อการจัดการ  และการปฏิบัติของเราอย่างยิ่ง...

 

  อุบายที่จะใช้เพื่อให้เราไปถึงฝั่งอีกทาง  ( ไม่รู้ฝั่งไหน) ...

  เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลจริงๆ

  เพราะจิตนั้นไม่เหมือนกัน.....

 

  จะลองตั้งใจเดินไปเรื่อยๆครับ

  ขอครูบาอาจารย์ในนี้เมตตาและชี้เเนะต่อไปครับ....