เป็นแค่คนธรรมดาชาวนาไร่ ไม่วิเศษกว่าใครในโลกหล้า

เป็นแค่คนธรรมดาชาวนาไร่
เรื่องจิตใจใสซื่อคือสิ่งหมาย
หากรักแล้วรักมั่นเพียงใจกาย
เกินบรรยายหวานนักรักเราปอง
ไม่วิเศษกว่าใครในโลกหล้า
ไร้เงินตราหนุนนำทำจองหอง
ชนรากหญ้าเขาตีตราอย่าลำพอง
เราคือกองกำลังระวังไทย
ชีวิตคนเดินดินกินเห็ดป่า
ถึงยามนาตรากตรำกรำหว่านไถ
ข้าวมีกินดินมีเดินเพลินจิตใจ
เหนืออื่นใดรู้พอไม่ฉ้อโกง
มีน้ำใจไหลล้นแม้จนยาก
ใครลำบากเจ็บป่วยหรือตายโหง
ต่างพึ่งพาอาศัยใจผูกโยง
ยามลาโรงเผาจี่ช่วยแม้ม้วยมรณ์
อยู่บ้านนอกคอกนาราคาถูก
บอกลูกลูกกลับบ้านมานะขวัญอ่อน
มาปลูกผักหักฟืนฟื้นดินดอน
มิเดือดร้อนข้าวปลาอาหารแพง
ผักข้างรั้วบัวข้างคูดูสดใส
เก็บเอาไปพิษภัยไม่แอบแฝง
ปรุงอาหารรสดีมีต้มแกง
นั่นคือแหล่งอาหารต้านโรคภัย
อ่านแล้วเห็นเป็นภาพฉาบอักษร
คือความงามแห่งกลอนทรงคุณค่า
สะท้อนถึงวิถีไทยในท้องนา
พร้อมบอกว่ามีน้ำใจให้ทุกคน
เป็นลูกชาวนาเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีไร่นาให้ทำ จึงต้องมาเป็นครู ไม่ได้ลงทุ่งนามานานแล้วค่ะ แต่ก็จำภาพเหล่านี้ได้ดี
เป็นชาวนาครับ แต่ไม่เลี้ยงควาย เลี้ยงแต่วัว อาจารย์สบายดีไหมครับ
ร่ำเริงกลอนตอนเช้าเรามาพบ
ได้ประสบพบกลอนสอนตนหนา
ไม่ระเริงหลงตนคนชาวนา
นำชีวาหากินถิ่นไทย...เอย.
อย่าดูหมิ่น ชาวนาเหมือนดั่ง ตาสี
เอาพื้นนาเป็นที่ พำนัก พักพิงร่างกาย
ชีวิตเอย ไม่เคยสบาย ฝ่าลมแดด แผดร้อนแทบตาย
ไล่ควาย ไถนา ป่าดอน....เอิง เอย.....
เหมือนบ้านของพ่อ แม่ สมัยก่อนเลยค่ะ เป็นบ้านที่อบอุ่น บรรยากาศดีมากค่ะ คล้ายๆเพิงพักค่ะ อยู่แบบพอเพียง