กมลวัลย์
รศ.ดร. กมลวัลย์ ลือประเสริฐ

ความรัก(ความทุกข์)ของพ่อแม่


สำหรับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ คงเป็นที่ทราบกันดีว่าฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลของการหาที่เรียนต่อสำหรับลูกหลานในช่วงชั้นต่างๆ

ตัวเองนั้นไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ แต่ได้เห็นเพื่อนๆ ที่มีลูกสอบเข้า หรือหาที่เรียนในระดับต่างๆ แล้วได้คิด เลยเอามาเล่าแลกเปลี่ยนกัน

ได้เห็นความทุกข์ของพ่อ ที่ส่งเสริมลูก กวดวิชา รับ ส่ง ทำสารพัด และกังวลเป็นห่วงในสุขภาพของลูกที่ต้องอ่านหนังสือดึกดื่นเพื่อเข้าสอบให้ได้

แล้วก็ได้เห็นความสุขของพ่อ ตอนประกาศผล ว่าลูกนั้นสอบติดตามที่ตั้งใจ

ในขณะเดียวกัน พ่ออีกคนหนึ่ง ที่ลูกสอบไม่ติด ต้องวิ่งหาที่เรียน ไปอ้อนวอนคุณครู ให้ช่วยรับเอาไว้  ทั้งกังวลว่าลูกจะไม่มีที่เรียน ทั้งกังวลว่าลูกจะเสียกำลังใจ หมดกำลังใจ เป็นห่วงเป็นใยสารพัด

ตัวเองได้เห็นอารมณ์ของพ่อแม่ทั้งสองกลุ่มอย่างชัดเจนบนใบหน้าและน้ำเสียงของพวกเขา

ได้เห็นความทุกข์และสุขของพ่อแม่ที่ขึ้นอยู่กับความเป็นไปของลูกอย่างชัดเจน

การที่ความสุข ทุกข์ของเราขึ้นอยู่กับบุคคลอีกคนหนึ่ง ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่นำมาแต่ความทุข์เสียจริงๆ

ยิ่งยึดบุคคลนั้นไว้มากๆ อยากให้คนๆ นั้นเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ก็ยิ่งทุกข์

 

ขอเป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนนะคะ

 

หมายเลขบันทึก: 251235เขียนเมื่อ 27 มีนาคม 2009 11:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 พฤษภาคม 2012 15:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า


ความเห็น (23)

กังวลเรื่องหาที่เรียน แล้วยังกังวลค่าเรียนและค่าใช้จายในระดับอุดมศึกษาค่าเรียนค่อนข้างแพงค่ะ

น่าเห็นใจผู้ปกครองค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ berger0123

ตอนนี้ก็ยังดีที่ยังมีระบบให้กู้ยืมบ้างในมหาวิทยาลัยรัฐ แต่อย่างไรก็ดี คิดว่าความทุกข์ความสุขของพ่อแม่ที่ขึ้นอยู่กับลูกก็คงยังมีอยู่ไปตลอดแหละค่ะ ^ ^

สวัสดีค่ะ

ไม่ได้อ่านบันทึกคุณกมลวัลย์นานมากแล้ว

คิดถึงอยู่เสมอค่ะ

เป็นความทุกข์ของคนรักกันค่ะ

วันก่อนมีลูกเพื่อนของน้องสอบเข้า ม.4

โรงเรียนประจำจังหวัดไม่ได้

ประกาศชัดแจ้งว่า

ทุ่มเต็มที่ถ้าใครช่วยได้

การที่เราช่วยตัวเองไม่ได้

เป็นเรื่องที่ทำให้มีความกังวลสูง

แต่ถ้าเราเปลี่ยนเข็มทิสศบ้างว่า ไม่ยึดติดสถานที่

ก็ทำให้สบายใจ และชีวิตก็จะดำเนินไปตามปกติ

ไม่มีเรื่องกดดันอีกต่อไปนะคะ

เล่าสู่กันฟังค่ะ

  • ต้องให้ผู้ปกครองปล่อยวางบ้างครับ
  • การยึดติดเป็นทุกข์
  • เพราะผู้ปครองอยากให้ลูกเรียนสถานที่ดังๆ
  • วันก่อนเห็นผู้ปกครองมาดูผลสอบ
  • ดูผู้ปกครองทุกข์ใจมากกว่าลูกอีกครับ
  • พี่หายไปนานมากๆๆ
  • คิดถึงๆๆๆ

สวัสดีค่ะ  เห็นใจหัวอกคนที่เป็นพ่อแม่ค่ะ  ท่านทำเพื่อลูกๆได้ทั้งนั้น  ด้วยเป็นห่วงอนาคตของลูก  อยากให้ลูกได้ที่เรียนที่ดีๆและมอบสิ่งดีให้กับลูกจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

การพลาดโอกาส  จากสิ่งที่หวังในความตั้งใจของหลายๆคนจึงทำใหเเครียดและอาจคิดมากและอาจทำให้อนาคตของตนมืดมนได้สำหรับบางคนค่ะ

    และขอเป็นกำลังใจให้พ่อแม่ที่น่ารักทุกคนค่ะ

                                                   

สวัสดีครับมาเยี่ยมเยียนครับ

ผมคิดว่า..การสอบเข้าเรียนได้ ไม่ได้ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ถ้าได้ก็อาจจะดี ถ้าไม่ได้ก็ต้องมีทางออกทางอื่นครับ พ่อ แม่ต้องคอยชี้แนะ บอกกล่าว ให้กำลังใจลูกๆนะครับ

เจริญพร โยมอาจารย์กมลวัลย์

มีคำที่พูดกันว่า

ทุกข์ของพระมหากษัตริย์ ทุกข์ของสมภารเจ้าวัด และทุกข์ของพ่อแม่

เป็นทุกข์อย่างหนักหนาที่สุด

เจริญพร

สวัสดีครับ..

อืม..ทุกคนรอท่านอาจารย์จริงๆ...

 

เรื่องความรักความผูกพัน ของพ่อแม่กับลูกนั้น  เป็นเรื่องที่ประสบด้วยตนเองครับ...

เป็นเรื่องที่ท้าทาย  ต่อการดำรงของสติและปัญญา....

น่าจะเป็นทั้งวิกฤติ  และโอกาส  ต่อการปฏิบัติครับ...  ขึ้นกับการใช้ การมอง   ... น่าจะเป็นเชื้อแห่งการปฏิบัติและพัฒนาการทางปัญญาครับ...

 

..บางครั้ง  บางที  ก็เหมือนกับว่า...  เขามาสอนธรรมเรา  มาช่วยเรานะครับ  ช่วยเราให้รู้จักบ่วง  รู้จักพันธะ  และอีกหลายๆเรื่อง  ผ่านวิถีแห่งความสัมพันธ์

 

...เช่นตอนนี้  สบาย  เธอสอนผม  เหมือนครูเลยครับ  พูดผิดเธอก็สอนว่าผิด  และการที่เธิแสดงกิริยา บางครั้งรักพ่อมาก  บางครั้งก็ไม่ชอบ  ท่าทีรังเกียจและไล่เราไปไกลๆ...แรกๆก็สะอึกเหมือนกันครับ...  แต่ตอนนี้มองเป็นเรื่องของธรรม  ลงไตรลักษณ์ก็ไม่ทุกข์...

 

กรรมที่เรามีต่อกันนั้น  อาจจะนำพาให้เราได้มาทดแทนกันและกันหรือเปล่าครับ....

แล้วถ้าเรารู้ทันแล้ว   เราอาจะสามารถตัดจากบ่วงที่อาจจะต้องมีอีกหรือเปล่าครับ  โดยการพัฒนาทางสติและปัญญาของเราเอง  ผ่านการเจริญสติ  รู้ทันสภาวะรูปนามต่างๆ   ที่ปรากฏอยู่ตลอดเวลาเรื่อยๆ...

 

หวังว่าเราจะรู้เท่าทันบ่วงที่เรามี(ตอนนี้ 2 แล้วครับ ^_^)

 

วันอาทิตย์นี้จะไปงานที่วัด เชียงใหม่กับพี่หยดน้ำครับ  ...

 

ขอบพระคุณอาจารย์ครับ

สวัสดีค่ะคุณหมอตันติราพันธ์

ขอบคุณที่ระลึกถึงอยู่เสมอนะึคะ ตัวเองก็ไปๆ มาๆ เข้าเน็ตมาบ้าง แต่ไม่ค่อยได้เขียนเท่าไหร่ค่ะ

เรื่องการยึดติดเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ากำลังยึดติดอยู่ ดังนั้น เมื่อมองไม่เห็นว่ายึดติดอยู่ ก็ยากที่จะละหรือจะทำใจให้เข้าใจได้ แต่ก็เข้าใจพ่อแม่ผู้ปกครองที่ย่อมต้องการให้บุตรหลานของตนได้ดี พยายามสนับสนุนในทุกด้าน การสนับสนุนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เด็กๆ ควรต้องได้รับการสนับสนุนและการเลี้ยงดูที่ดี แต่การสนับสนุนใน"ทุกด้าน"นั้น มากไป น้อยไปอย่างไร คงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณากันอีกขั้นหนึ่ง ถ้าครอบครัวยึดทางสายกลาง เข้าใจธรรมะและธรรมชาติ ก็จะสบาย เบา กันทั้งครอบครัวแน่นอนค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะ ^ ^

สวัสดีค่ะน้องขจิต

พี่เพิ่งมารายงานตัวค่ะ ไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อยนัก แต่ก็ยังแวะเวียนมาบ้างเล็กๆ น้อยๆ และเวลามีเรื่องที่เหมาะจะมาแลกเปลี่ยนก็จะเข้ามาเขียนแน่นอนค่ะ ^ ^

น่าเห็นใจผู้ปกครองทุกคนค่ะ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าระบบคิดที่ทุกคนอยากให้ลูกของตนสอบได้กันหมดนั้น มันคงเป็นไปไม่ได้.. เพราะเมื่อไหร่ที่สอบได้กันหมดทุกคน การสอบได้นั้นจะหมดความหมายไปในทันที (ฮา...)

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ ^ ^

สวัสดีค่ะคุณตุ๊กตา

เห็นด้วยค่ะว่าทางเลือกทางการศึกษานั้นส่งผลต่อชีวิตของคนๆ หนึ่งนั้นมากทีเดียว พ่อแม่ผู้ปกครองก็ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ทำให้อยากส่งเสริมลูกของตนให้ได้ดีกว่าตนเสมอ แต่บางทีก็ต้องให้ผู้ปกครองเข้าใจด้วยว่าบางทีการศึกษาดี ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนดี หรือประสบความสำเร็จเสมอไป มันขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นๆ ด้วยว่าได้ปฏิบัติดีด้วยหรือไม่ และบางครั้งจังหวะและโอกาส(กรรม) ของแต่ละคนก็คงไม่เหมือนกันด้วย ^ ^

ขอบคุณที่แวะเข้ามา ลปรร นะคะ

สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน

ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนนะคะ

สวัสดีค่ะคุณPhornphon

เห็นด้วยมากๆ ค่ะ ว่าการสอบได้หรือไม่ได้นั้นไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะบ่งบอกถึงความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่แวะมา ลปรร นะคะ

กราบนมัสการท่านพระปลัด

เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าวจริงๆ ค่ะ เห็นทุกข์สุขของพ่อแม่ที่เกิดจากลูกอยู่มากทีเดียวค่ะ

บางครั้งพ่อแม่คงต้องมีอุเบกขาในบางเรื่องบ้าง มิเช่นนั้นคงเป็นทุกข์สุขไปตลอดชีวิตแน่ค่ะ

สวัสดีค่ะน้องหมอสุพัฒน์

เห็นด้วยเลยค่ะ ที่บอกว่า "เหมือนกับเขามาสอนธรรมเรา" เพราะเป็นเช่นนั้นจริงๆ

เด็กๆ เป็นครูในเรื่องอารณ์ที่ดีกับเราค่ะ เพราะเขารู้สึกอย่างไร เขาก็บอกเช่นนั้น เราจะเห็นเขาโกรธ เขามีความสุข หรืออาการต่างๆ ของเขาอย่างชัดเจนไม่มีปิดบัง และอาการเหล่านั้นมักจะไม่มี residual เป็นอคติต่อไปในอนาคต (ลืมเร็ว ไม่มีติดค้าง จบแล้วจบกัน) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี คือรู้จักปล่อยวาง แต่ที่จะต่้างกันคือ เด็กเขาปล่อยวางเนื่องจากธรรมชาิติอันเดียงสาของเรา แต่เรานั้นปล่อยวางเพราะเข้าใจ และเพราะปัญญาค่ะ ^ ^

ทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ล้วนแล้วแต่ใช้เป็นครูสอนธรรมได้ทั้งสิ้นค่ะ

ธรรมรักษานะคะ

ทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ล้วนแล้วแต่ใช้เป็นครูสอนธรรมได้ทั้งสิ้นค่ะ

ครับ....

แล้วอาจารย์ก็กลับมา ...

บันทึกนี้ การจับฉลากเข้าเรียน ม.๑ สอนวิธีคิดอะไรให้กับคนในสังคมไทยบ้าง ?

ใกล้เคียงกันแต่เป็นในแง่ของ "สังคม" ครับ

ระลึกถึงครับ :)

  • เห็นใจคุณพ่อคุณแม่ที่ทุกข์ใจที่ลูกผิดหวังค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่มีทางออกที่ดีสำหรับอนาคตลูกค่ะ

สวัสดีค่ะอ.วสวัตฯ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ ^ ^

สวัสดีค่ะคุณ Sila Phu-Chaya

เห็นใจคุณพ่อคุณแม่ในยุคนี้จริืงๆ ค่ะ

ขอบคุณที่แวะมาให้ข้อคิดเห็นนะคะ

เมื่อลูกได้มีที่เรียนแล้ว

พ่อแม่ก็ทุกข์ต่อเพราะความกังวลค่ะ

เมื่อลูกใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ลูกจะเรียนอย่างไรจบหรือไม่ เราต้องคอยดูแลลูกอย่างไร

รออ่านบันทึกของพ่อแม่อีกหลายๆท่านที่มีประสบการณ์เรื่องลูกเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยค่ะ

ขอบคุณที่นำเล่าให้ฟังนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี