มาช่วยกันสร้างสื่อที่มาจากมวลชนในระหว่างรอสื่อกระแสหลักพัฒนาให้มีพื้นที่ทางปัญญาให้มากกว่านี้

วันนี้ดูข่าวทีวี (ปกติไม่ค่อยได้ดูช่วงกลางวัน และช่วงกลางคืนก็เลิกดูมาพักใหญ่แล้ว) เลยคิดถึงคำพูดของอดีตคนทำข่าว CNN ที่เคยไปพูดในการประชุมที่จัดโดย US CDC ว่าด้วยเรื่องการเอางานวิจัยไปใช้ประโยชน์

คนทำงานวิชาการ โดยเฉพาะในประเทศที่มีเสรีภาพทางสื่อค่อนข้างสูงจะเชื่อกันมากว่า สื่่อมวลชนเป็นภาคีสำคัญในการสื่อเรื่องราวดีๆ ให้กับสังคม โดยเฉพาะความรู็ใหม่ๆจากการวิจัย และพย่ายามชักชวนสื่อมวลชนให้เข้ามามีบทบาทในลักษณะดังกล่าว

นักข่าวจาก CNN ท่านนั้นถูกเชิญให้มาเล่าประสบการณ์ในฐานะนักข่าว เพื่อแนะนำนักวิชาการว่าควรจะทำงานกับสท่อมวลชนอย่างไร

ผมตกใจมากเมื่อได้ยินเขาบอกว่า เขาเลิกทำงานที่ CNN แล้ว เพราะเขาคิดว่า แนวคิดเรื่องการทำข่าวไม่เหมือนกัน เพราะสำหรับสำนักข่าวอย่าง CNN สื่งสำคัญคือทำให้ข่าวน่าสนใจ พสกเขาไม่ได้ทำข่าว แต่พวกเขากำลังทำธุรกิจบันเทิง

ข่าวที่ผมได้ยินวันนี้จากโทรทัศน์ เป็นข่าวว่าด้วยความสัมพันธ์ของเสี่ยกับนักแสดงหนุ่ม (บางคนอาจพอทราบว่าผมพูดถึงข่าวอะไร ถ้าไม่ทราบก็คงอย่าไปทราบมันเลยครับ) อีกข่าวพูดถึงนักแสดงทีแม่ไปประกาศตามหาที่โรงพัก แต่ที่สุดก็ได้พบกัน แล้วปรากฏว่านักข่าวไปถามถึงพ่อ กลายเป็นการค้นพบความลับว่าด้วยเรื่องครอบครัวที่เจ้าตัวก็อาจจะไม่อยากให้ใครรู้ แต่ก็มารั่วไป เพราะนักข่าวไปรู้เข้าโดยบังเอิญ

ผม่คิดว่า เราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราบริโภคทุกวันนี้เป็นข่าว หรือเป็นเรื่องบันเทิง แต่ผมเชื่อว่า ข่าวที่เราอ่านและรายการที่เราดู ฟัง อ่าน ล้วน มีอิทธิพลต่อวิธีคิด และวิธีมองสังคมของเรา

และผมเชื่อว่า คนในวงการสื่อมวลชนมีหน้าที่ในการเรียกร้องให้สังคมได้มีสื่อที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ไม่ใช่มีแต่สื่อที่มุ่งขายความบันเทิง หรือทำเพราะเป็นไปตามกลไกตลาด

เรื่องแบบนี้ไม่ง่าย แต่ก็ต้องทำ เพราะมีเรื่องมากมายที่ไม่ง่าย

ผมเป็นหมอ และรู้สึกตลอดเวลาว่า ถ้าสังคมทยไม่จัดระบบให้ดี ก็คงไม่มีใครอยากไปทำงานในชนบท เพราะคนมีอำนาจซื้อนั้นอยู่ในเมือง และผมเชื่อว่ารัฐบาลกับ แพทยสภามีหน้าที่ คิดว่าระบบควรเป็นอย่างไร เพื่อให้เรามีแพทย์ในชนบท และคนชนบทมีคนดูแลสุขภาพ ไม่ใช่แค่คนไปขายบริการตามความต้องการ

บางทีอาจต้องถึงขั้นควบคุมการทำงานที่มีลักษณะทีเป็นอันตรายต่อสังคม ไม่ปล่อยให้อ้างได้ว่าเป็นเรื่องของ ตลาดต้องการ ก็ย่อมมีความชอบธรรมที่จะสนองตอบต่อความต้องการของตลาด

เพราะยาเสพติดก็มีตลาดของมัน แต่สังคมคงไม่ต้องการให้ตลาดนี้เติบโตขยายตัวตามความต้องการ แต่คงต้องการคนมาดูแลไม่ให้มันเติบโตขยายตัว

พูดเรื่องสื่อ แล้วไปต่อถึงเรื่องยาเสพติด เพราะอยากจะเห็นว่า กลไกสื่อ และกลไกรัฐมาช่วยกันทำให้เรามีสื่อที่สร้างเสริมปัญญา และมาช่วยกันกำหนดกติกา (ในหมู่วิชาชีพสื่อ) ที่จะช่วยกันเพิ่มพื้นที่ดี ลดพื้นที่ลบ

อะำไรดี อะไรลบ ช่วยกันหา ช่วยกันถกเถียง แล้วนำเสนอต่อสังคมให้ใสัดส่วนของเรื่องดีๆให้มากขึ้น ก็น่าจะช่วยได้ดี

ในฐานะคนชอบดูหนังมีหนังสองเรื่องที่อยากให้ทุกคนไปหามาดู ไม่ว่าจะเป็นคนทำสื่อ หรือคนบริโภคสื่อ

เรื่องนึงนานกว่า 5 ปี แล้วชื่อ quizshow ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า แม้กระทั่งรายการเกมส์โชว์ที่ดูเหมือนเป็นการแข่งขันที่อาศัยความสามารถนั้น แท้จริงก็อาจเป็นเพียงการแสดง เหมือนมวยปลำ้้ที่มีคนชอบดูกันอยู่ไม่น้อย

อีกเรื่องคือ good night and good luck หนังเข้าชิงออสการ์ปีล่าสุด แต่ไม่ได้สักรางวัล ที่พูดถึงนักข่าวที่มีตัวตนจริงๆ ชื่อ edward R morrow กับนักการเมืองอิทธิพล McCarthy นักปลุกผีคอมมิวนิสต์ แถมด้วยเบื้องหลังธุรกิจทีวีที่มีอืทธิพลต่อคนดู แต่ตัวเองก็ถูกควบคุมด้วยอิทธิพลทางธุรกิจที่เชื่อมกับการเมืองอีกต่อหนึ่ง

ดูแล้วอาจจะทำให้เราตั้งตัวได้ดีขึ้น ในสภาวะสังคมไทยที่ เรายังต้องมีการพัฒนาคุณภาพสื่อกระแสหลักกันให้มากกว่านี้อีกมาก 

และอาจจะอยกาช่วยกันผลักดันให้มีกลไกและกติกาในสังคมไทยที่จะช่วยให้สื่อดีๆมีที่ยืนที่มั่นคงกว่านี้ มากกว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด แต่เพียงอย่างเดียว

หรือไม่พวกเราที่มีปัญญาก็มาช่วยกันสร้างสื่อที่มาจากมวลชนอย่างแท้จริง (ผมเขียนไว้ใน  http://gotoknow.org/archive/2006/04/22/23/09/55/e25057 ) เผื่อจะเป็นทางเลือกของคนอยากได้ข้อมูล และความรู้ที่หาไม่ได้ง่ายนักในสื่อกระแสหลักส่วนใหญ่ และอาจจะอีกนานกว่าจะมีที่ยืนที่มั่นคงกว่านี้ในสังคมไทย