เวลามีนักข่าว หรือคนในวงการมาบอกผมว่า ก็ชาวบ้านเขาชอบ ถ้าไปทำข่าวแบบอื่นเขาก็ไม่ซื้อ ผมมักจะนึกถึงสองเรื่องที่ผมคุ้นเคย

หนึ่งคือเรื่องหมอ เพราะเราก็รู้ว่ามีหมอบางประเภททำเงินได้ดีกว่าหมอประเภทอื่น แต่ความจริงก็คือ หมอส่วนใหญ่ยังไม่ได้วิ่งไปทำงานประเภทได้เงินแยะ แต่อาจจะมีผลต่อสุขภาพไม่มาก (อย่าให้ยกตัวอย่างดีกว่านะครับ) ซึ่งคงต้องมีสาเหตุมากกว่าแค่เรื่องว่าคนในวงการนี้เขาชอบทำงานที่มีประโยชน์ เพราะในอาชีพเดียวกนนี้ เราก็ยังเรียกร้องอยากได้ หมอเวชปฏิบัติทั่วไป กับหมอห้องฉุกเฉินกันอยู่บ่อยๆ เพราะมันมีประโยชน์มาก แต่ก็ยังมีคนเรียนน้อย

ที่แน่ๆคือผมเห็นคนในวงการแพทย์เขาคุยเรื่องพวกนี้กันบ่อยมาก ทำได้มากได้น้อย อย่างน้อยก็ยังได้คุยกัน ทำให้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ

ผมอยากเห็นอย่างเดียวกันกับเรื่องสื่อมวลชนกระแสหลัก แต่คนที่จะเข้ามาคุยดวยต้องไม่ใช่มีแต่คนในวิชาชีพสื่อ ต้องมีชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆเข้ามาร่วมด้วย

อีกตัวอย่างคือวงการภาพยนตร์ ที่แม้จะมีหนังเอาใจตลาด แต่ก็มีหนังก้าวหน้า และที่สำคัญ การแจกรางวัลก็จะให้กับหนังที่ก้าวหน้าอยู่ไม่น้อย ถึงกับมีเทศกาลประกวดหนังนอกกระแส ที่เรียกว่าหนังอินดี้ ที่แต่ก่อนเป็นแค่เทศกาลเล็กๆ แต่เดี๋ยวนี้เป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียง และปีล่าสุดก็ได้ข่าวว่าเสนอหนังที่วิพากษ์ สังคมอยู่ไม่น้อย หนังเข้าชิงออสการ์ปีนี้ก็มีหลายเรื่องที่แตะเรื่องความยุติธรรม และการเปิดโปงความไม่ตรงไปตรงมา อย่าง อุตสาหกรรมยา และธุรกิจนำ้มัน รวมทั้งสื่อมวลชนด้่วย

ผมไม่รู้ว่าวงการหนังใน ต่างประเทศเขามีกลไกอะไร ที่จะกระตุ้นให้คนทำหนังไม่ใช่มัวแต่เอาใจตลาด หรือว่ามันเป็นเพราะเขามีคนที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้าไปทำงานกันแยะ ซึ่งถ้าพูดอย่างนี้ก็จะดูถูกวงการสื่อของเราไปหน่อย

แต่ที่แน่ๆคือต้องมีการสร้างกลไก มีการพูดคุย ถึงสิ่งท่ควรเป็น และไม่ควรเป็น อย่างกว้างขวางพอสมควร แล้วก็มีนเอาความคิดบางอย่างไปลงมือทำ อย่างที่ว่า

ทำแล้วก็สื่อสารทำความเข้าใจ ลปรร กับคนอื่นๆด้วย

การทำกับการ ลปรร ที่มีควบคู่กันไป โดยมีการเชื่อมต่อเครือข่าย คงจะเป็นเคล็ดสำคัญของการเปล่ยนแปลง ไม่ว่ามันจะเริ่มจากคนน้อยแค่ไหนก็ตาม

ท่านที่เรียนสื่อสารมวลชน  ท่านที่สนใจจะสื่อสารเพื่อสร้างสรรค์สังคม  ท่าสที่รู้สึกอึดอัดกับสื่อที่ไม่สร้างสรรค์  ผมคิดว่าท่านทั้งหลายน่าจะเป็นแนวร่วมสำคัญขอการทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมทางปัญญา ที่มีคุณภาพดีขึ้นสำหรับสังคมไทยนะครับ 

สำหรับผม สื่อสารมวลชนคือสิ่งแวดล้อมทางปัญญาที่มีมลภาวะอยู่มาก และดูท่าจะมีพิษต่อสมองมากกว่า ตะกั่ว เสียอีก เราต้องการการมาช่วยกัน ลดมลพิษ เพื่อคุณภาพปัญญาที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคมไทย นะ