เมื่อวันที่ 20-21 เม.ย.ที่ผ่านมาผมได้เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาประจำปีของหน่วยงาน 2 หน่วยงานที่ได้จัดร่วมกัน โดยมีการนำ KM ที่พนักงานในแต่ละหน่วยงานได้เข้าร่วมเรียนรู้ในโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการปฏิบัติงานที่ดีเพื่อวลัยลักษณ์ที่ได้จัดผ่านมาทั้ง 3 รุ่น  โดยในการจัดสัมมนาของหน่วยงานทั้ง 2 นี้ ได้กำหนดหัวข้อให้ผมได้บรรยายพิเศษในเรื่องเกี่ยวกับ KM ของวลัยลักษณ์เรา และแนวทางการพัฒนาเชิงนโยบายเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆในวลัยลักษณ์ ซึ่งสิ่งที่ผมได้สัมผัสจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ได้เตรียมไว้ ผมรู้สึกได้เลยว่า ความรู้สึก care and share ได้เกิดขึ้นอย่างมากในเพื่อนพนักงานใน 2 หน่วยงาน ซึ่งทำให้เป็นผลดีอย่างมากต่อหน่วยงานทั้ง 2 ในการที่พัฒนาการทำงานเป็นทีม และเชื่อมโยงไปสู่การสร้างค่านิยมร่วมที่ดี ๆ ตามแนวทางของวลัยลักษณ์ที่ควรมี 6 ประการ ที่ผมได้เคยเขียนไว้ในบันทึกก่อนนี้นะครับ อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมพนักงานทั้ง 2 หน่วยงานนี้มากนะครับ และหวังว่าพวกเราจะได้ช่วยกันสร้างค่านิยมร่วมที่ดีของวลัยลักษณ์ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างให้แก่เพื่อน ๆ ในหน่วยงานอื่น ๆอีก ข้อสังเกตุอีกประการหนึ่งที่ผมได้รับ และมองเห็นว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับที่ ส่วน กจน. เคยทำก็คือ การจัดสัมมนาพนักงานในหน่วยงานตนเองแต่ก็ได้มีการเชิญเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะในหน่วยงานที่ต้องทำงานร่วมกันเข้าร่วมสัมมนา  ซึ่งแนวคิดนี้ถือว่าดีมากนะครับ เพราะจะทำให้เกิดการทำงานเป็นทีมข้ามหน่วยงานได้ง่าย ซึ่งนั้นจะช่วยเพิ่มศักยภาพของการทำงานเป็นทีมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และจะสอดคล้องส่งเสริมกับปรัชญาการทำงานของวลัยลักษณ์ที่ว่า รวมบริการ ประสานภารกิจ ให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นการที่ ศบศ.และสหกิจ ได้มีการทำเพื่อนพนักงานทั้ง 2 หน่วยงาน เข้าร่วมสัมมนาหน่วยงานด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้น นับว่าเป็นแนวคิดและการปฏิบัติที่น่าชื่นชมมากครับ ซึ่งผมเองก็อยากที่จะได้เห็นแนวคิดที่เกิดจาก ส่วน กจน. และ ศบศ. และสหกิจ นี้ได้มีการขยายวงออกไปยังหน่วยงานอื่นๆ อีกด้วย โดยเฉพาะการจัดสัมมนานอกสถานที่ของหน่วยงานสายงานหลักของมหาวิทยาลัยคือ สำนักวิชาต่าง ๆ ก็น่าจะได้มีผู้แทนของหน่วยงานสายสนับสนุนที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกันอยู่เสมอ ๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมด้วยน่าจะดีนะครับ อย่างไรก็ตามบริบทเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในวลัยลักษณ์เรา ถึงแม้ว่าจะยังไม่แพร่หลายมากนัก แต่ก็ถือว่าได้เริ่มเกิดขึ้นแล้ว และเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้วลัยลักษณ์ของเราก้าวไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยได้ไม่ยากเลย ขอเพียงแต่พวกเราทุกคนที่เป็นชาวลัยลักษณ์ ได้ตระหนักอยู่เสมอว่า พวกเราทุกคนรักวลัยลักษณ์ และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อวลัยลักษณ์ของเรา ใช่ไหมครับ