วันนี้...วันที่เศรษฐกิจทุนนิยมเจอวิกฤต...
หลายๆ คน คิดถึงอดีต...คิดถึงท้องไร่ ท้องนา
blogger หลายคน นำความจริง ความฝัน ความคิด เกี่ยวกับผืนดิน ถิ่นเกิด และ "ท้องไร่ ท้องนา" มาวางบน blog
เลยหวนคิดถึง "นิทานแห่งบ้านนา" ที่เคยขีดเขียนไว้ ด้วยอาลัยตายายที่จากลาไปแล้ว
เพราะท่านทั้งสองเป็น "ชาวนา" โดยแท้ แต่มาเจอ...หลานอย่างเรา...ไม่เอาถ่าน...ไม่เอาไร่ ไม่เอานา
มีแต่ "นิทานแห่งบ้านนา" ไว้ให้ทบทวน.
.....................
นิทานแห่งบ้านนา
กาลครั้ง ที่บ้านนา มียายตา คู่หนึ่งนั้น
สร้างตัว มาด้วยกัน จากข้าวปลา ที่หากิน
สร้างเรือน ที่อบอุ่น จากทุนหนุน บนแผ่นดิน
ทั้งนาสวน ใช้ทำกิน ทั้งน้ำ-ป่า มีครบครัน
สืบสาน ชุมชนเก่า ด้วยแรงเรา ช่วยสร้างกัน
เอาแรง แล้วแบ่งปัน ร่วมฝ่าฟัน ร่วมหารือ
มีลูกที่เติบใหญ่ ได้ส่งไป เรียนหนังสือ
ให้ครู ได้ฝึกปรือ เพื่อยึดถือ เป็นครรลอง
ความรู้ แบบใหม่ใหม่ ถูกจับใส่ ในสมอง
นับเลข ท่องทำนอง อย่างคล้องจอง แลตั้งใจ
การศึกษา ภาคบังคับ มันได้จับ เขาจากไกล
ชีวิต ที่เติบใหญ่ นั้นไม่เหมาะ กับชุมชน
กลายเป็น แรงงานทาส เพื่อสร้างชาติ แบบสากล
เศรษฐกิจ และชั้นชน นั้นแตกต่าง จากเจ้ามา
เงินตรา กลายเป็นทุน ที่นำหนุน พัฒนา
ไม่เห็น ซึ่งคุณค่า ภูมิปัญญา ที่เคยมี
เศรษฐกิจ ทุนนิยม เข้าทับถม ทุกข์ทวี
"โง่ จน เจ็บ" เป็นวลี ที่ชุมชน ถูกตรึงตรา
"ชุมชน" จะพลิกฟื้น ลุกกลับคืน ได้ไหมหนา
หากลูกหลาน ไม่หวลมา มองเห็นค่า ของ...ชุมชน.
....................
แต่งโดย pis.ratana.
บันทึกไว้ ณ 25 มีค.52 เวลา 23.57 น.
สวัสดีครับ
หลายๆ แห่ง ชุมชนเริ่มหาย
กลายเป็นบ้านใครบ้านมัน กระจัดกระจาย เป็นหย่อมๆ
:)
สวัสดีค่ะ คุณธ.วัชชัย
หากคนในชุมชนต่างคนต่างอยู่ ก็น่าจะเรียกว่า "ชุมชนล่มสลาย" หรืออย่างไร???
ขอบคุณค่ะที่แวะมา เยี่ยม blog community แห่งนี้
ยินดีที่มาเยี่ยมค่ะ อาจารย์กวิน
แต่ไม่รู้ว่า สัญญะ " :) " แปลว่าอะไรเอ่ย???
สังคมแบบไทย ๆ เดิม มีเสน่ห์ของท้องทุ่งนะครับ...