ข้อคิดจาก Wordsmith.org ใน ข้อคิดวันนี้เป็นของนักวิทยาศาสตร์ นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ คือ เบนจามิน แฟรงคลิน ตามไปอ่านประวัติของเขาใน Wikipedia แล้ว ชื่นชมเขามากๆ เพราะเขาไม่จดลิขสิทธิ์สิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นมา โดยให้เหตุผลไว้ว่า "... as we enjoy great advantages from the inventions of others, we should be glad of an opportunity to serve others by any invention of ours; and this we should do freely and generously." อ่านแล้วพลอยรู้สึกมีความสุขกับเขาไปด้วย เช่นเดียกับข้อคิดในการหาความสุขให้ชีวิตที่เขาฝากไว้
A THOUGHT FOR TODAY:
There are two ways of being happy: We may either diminish our wants or augment our means - either will do - the result in the same; and it is for each man to decide for himself, and do that which happens to be the easiest. If you are idle or sick or poor, however hard it may be to diminish your wants, it will be harder to augment your means. If you are active and prosperous or young and in good health, it may be easier for you to augment your means than to diminish your wants. But if you are wise, you will do both at the same time, young or old, rich or poor, sick or well; and if you are very wise you will do both in such a way as to augment the general happiness of society.
-Benjamin Franklin, statesman, author, and inventor (1706-1790)
ไว้พรุ่งนี้จะมาแปลให้นะคะ ตอนนี้ขอทำงานต่อก่อน
มาแปลความตามที่บอกไว้ค่ะ หวังว่าจะได้ความลึกซึ้งเหมือนที่ท่าน Franklin สื่อสารไว้นะคะ เขาบอกว่า
"มีวิธีที่จะมีความสุขอยู่ 2 วิธี คือ โดยการละลดความอยาก หรือ เพิ่มความสามารถที่จะให้ได้มา ซึ่งใช้วิธีไหนก็ได้ใน 2 อย่างนี้ก็จะได้ผลเหมือนกัน ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของแต่ละบุคคลว่าจะเลือกทำแบบไหนที่ตัวเองทำได้ง่ายที่สุด ถ้าหากท่านขี้เกียจ ป่วยหรือยากจน ไม่ว่าจะยากแค่ไหนที่จะลดความอยากก็ยังง่ายกว่าการเพิ่มความสามารถที่จะให้ได้มา ในขณะที่ถ้าคุณขยันขันแข็ง มั่งคั่ง อ่อนเยาว์และแข็งแรงก็จะง่ายดายที่จะเพิ่มความสามารถที่จะให้ได้มา โดยไม่ต้องละลดความอยาก แต่หากท่านเป็นคนฉลาด ไม่ว่าท่านจะอ่อนเยาว์หรือสูงอายุ ป่วยหรือแข็งแรง ท่านต้องทำทั้งสองแบบไปพร้อมๆกัน และท่านจะยิ่งฉลาดมากหากท่านทำทั้งสองแบบนั้น เพื่อเพิ่มความสุขโดยรวมให้กับสังคมที่ท่านอยู่"
มารออ่านคำแปลครับผม
ชื่นชมแนวคิดเขานะพี่ ถ้าอยู่ใน Utopia ก็คงทำได้ แต่ความเป็นจริงคือโลกนี้มันมีคนมักได้แบบเห็นแก่ตัวเยอะ คืออย่างถ้าไม่จดลิขสิทธิ์อาจจะกลายว่ามีคนไปจดสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำแล้วก็กลับมาฟ้องคนที่ทำเวลานำไปใช้ ไอ้อย่างนี้มันก็ไม่แฟร์ ไม่เอ็นจอย ถ้านำไปใช้เกิดประโยชน์ win win โดยไม่มีใครทำนิสัยแบบนั้นสิถึงจะ happy
ดีใจจังค่ะ คิดถึงท่านผ.อ.บวร
อยู่เลย ไม่ได้อ่านกลอนจากท่านสักพักแล้วนะคะ เห็นคำทักทายเลยต้องรีบมาแปลฉลองศรัทธาค่ะ หากท่านจะช่วยกรุณาเขียนเป็นกลอนได้คงจะเยี่ยมมากนะคะ
น้องซูซาน Little Jazzคะ โลกนี้หาสมดุลยากจริงๆค่ะ เราก็คงต้องเลือกปฎิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั่นแหละนะคะ แต่หากมีคนเก่งๆ คิดแบบเขาเยอะๆ อีกฝั่งก็คงละอายไปเองละมังคะ (ฝันไปไหมนี่)