วันนี้สโมฯทันตะมีเรื่องราวท่องเที่ยวดีๆมาเล่าสู่กันฟัง หลายๆคนคงอยากไปเที่ยวทะเลกันใช่ม้าช่วงนี้ แต่พอไปถึงกลับพบคนมากมาย แถมอากาศก็ร้อนอีกตังหาก เดินทางก็นาน(จากพ.ล.อ่ะนะ ) เราจึงหลบทะเลไปภูเขากัน ... เขาค้อ เพชรบูรณ์ ใกล้ๆไปง่ายๆชิลๆ
บรรยากาศภายในรีสอร์ท สวยงาม ร่มรื่น
           อย่านึกว่าเราไปกันทำไมร้อนๆอย่างนี้จะมีวิวอะไรให้เราดู? เราไม่ได้ไปชมดอกไม้ หรือทะเลหมอกอะไรทั้งนั้น ทริปนี้เราไปภูแก้วรีสอร์ต Adventure Park หาเกมสนุกๆเล่นกันคลายร้อน พิสูจน์ดูสิว่า สังขารเรายังไหวอยู่เหรอเปล่า
           ที่มีมี Package ต่างๆให้เลือกมากมาย อยากเล่นแบบไหนก็เลือกเอาตามใจชอบ เราเริ่มต้นจากฐานเชือกต่างๆที่พิสูจน์แรง และกึ๋นได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังต้องใช้ความสามัคคี และฝึกทักษะความเป็นผู้นำอีกด้วย
ฐานดึงตัวด้วยเชือก กินแรงใช่ย่อย (สงสัยหนัก)
ฐานไต่เชือก อาศัยการทรงตัวและกึ๋นนิดหน่อย
ฐานสะพานเชือก อาศัยการทำงานเป็นทีม
         หลังจากผ่านฐานเชือกต่างๆที่กินแรงเราไปจนเกือบหมดแล้ว เราก็ต่อด้วยฐาน High Fying ก็ตามชือนั่นแหละ มันคล้ายๆการโดดหอที่เราสโมฯทั้งหลายเคยโดดกันไปแล้ว เป็นการโดดและปล่อยตัวไปตามความยาวของสลิง โดยภายใต้เป็นพื้นน้ำ
         จากนั้นก็ตามด้วยฐาน Giant Swing!! ฐานนี้ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าผู้เขียนเองยังกลัวไม่น้อยกับฐานนี้ เพราะเป็นการโดดจากแท่นสูงประมาณตึก6-7ชั้น โดยมีเพียงเหล็กอันเล็กๆให้เราเกาะ เหมือนเราทำตัวเป็นชิงช้า ไกวอยู่บนคานนั่นเอง!! (อาจจะนึกภาพไม่ออก ดูรูปเอาละกันนะค้า)
ยิ้มไปเหอะเดี๋ยวก็รู้!!
          พอเริ่มกระโดด อ่อ ลืมบอกไปวิธีกระโดดของที่นี่ไม่ธรรมดา เค้ามีแผ่นเหล็กกว้างประมาณ1เมตร ยื่นออกไปจากแท่น ให้เราไปยืนบนแผ่นเหล็กนั้น (คล้ายๆSpring boardค่ะ แต่ไม่เด้ง) แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะชักแผ่นเหล็กกลับโดยไม่ให้เรารู้ตัว ทำเอาหัวใจแทบวายไปตามๆกัน แต่พอเชือกตึง ความรู้สึกของเราก็ผ่อนคลายลง คล้ายๆไกวตัวอยู่บน ชิงช้าอากาศ ปะทะลมเย็นสบาย
          จากนั้นเราก็ขึ้นรถไปตามความชันของภูเขาเพื่อพบกับฐานต่อไปคือ Mountain Speed Luge หรือเรียกกันว่า Formula แม้ว เป็นการปล่อยรถให้ไหลไปตามความชันของภูเขา มีโค้งให้เราสนุกระหว่างทาง
นี่แหละ Formula แม้ว (ขับโดยแม้วนั่นเอง!!)
     จากนั้นเราก็ไปพายเรือแคนูเล่นต่อ  พร้อมเข้าที่พัก เหนื่อยไปตามๆกัน
     วันต่อมาเราได้เดินทางไปอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงเพื่อล่องเรืออีโปงไปตามลำน้ำ ชมบรรยากาศรอบๆลำน้ำซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง โดยจุดมุ่งหมายครั้งนี้เพื่อชม "แมงกะพรุนน้ำจืด" สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่หาได้ที่นี่ที่เดียวในโลก!!
บรรยากาศรอบๆลำน้ำ
     หลายๆคนคงหาว่าเราโกหก แมงกะพรุนมาอยู่ในแม่น้ำได้ไง วิทยากรเล่าให้เราฟังว่า เมื่อก่อนโลกยังมีแต่ผืนน้ำอยู่ แมงกะพรุนก็ตัวเดียวกะที่เห็นตามทะเลนั่นแหละ  แต่พอเกิดแผ่นดินขึ้นมา ไอ้เจ้าแมงกะพรุนจึงโดนขังโดยแผ่นดินให้อยู่ในน้ำจืด มันจึงต้องวิวัฒนาการตัวเองแปลงร่างมาเป็นแมงกะพรุนน้ำจืด เราก็อยากเห็นละว่ามันเป็นยังไง  พี่วิทยากรชี้ให้ดูในน้ำ "นั่นไงๆโผล่มา3ตัวแล้ว" ไหนหว่า....."นั่นอีกๆ" ไหนอ่ะ...........จนถึงบางอ้อ เราก็นึกว่ามันจะตัวเท่าแมงกะพรุนที่เห็นทั่วไป ที่ไหนได้ตัวของมันขนาดเพียงแค่เหรียญบาท หรือใหญ่หน่อยก็เหรียญสิบเท่านั้น ตัวของมันจะใสบางโปร่งแสง ถึงเห็นได้ไม่ชัด แต่ถ้าดูดีๆจะเห็นลายคล้ายๆดอกไม้อยู่กลางตัว และรอบๆจะมีขนอยู่ ดูน่ารักจุ๋มจิ๋มดี
สัตว์ตัวน้อยที่มีให้เห็นตลอดทาง
          พี่วิทยากรฝากไว้ว่า "แมงกะพรุนน้ำจืดนี่มีที่เดียวในโลก มันชอบอยู่ในน้ำที่สะอาดจริงๆ เดี๋ยวนี้มันลดจำนวนลงไปเยอะ เพราะผู้คนไม่ดุแลแหล่งน้ำ ทำสกปรกอีกด้วย ถ้าอยากให้มันอยู่กับเราไปอีกนานๆ ให้ลูกหลานได้เห็น ก็ต้องช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดตลอดไป" และการท่องเที่ยวของเราก็จบลงที่นี่ กับเจ้าแมงกะพรุนตัวน้อย กับความเมื่อยล้าที่เป็นผลมาจากเมื่อวาน แต่สิ่งที่ยังคงอยู่กับเราอีกอย่างคือความประทับใจที่แต่ละที่ให้เรามาไม่เคยซ้ำรูปแบบ เมืองไทยนี่ดีอย่างนี้เอง ขอยืมคำพูดหน่อยเหอะ "เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้"