การผลิตกล้วยไข่ส่งออกทดแทนพื้นที่การปลูกส้มที่สักงาม ตอนที่ 1 นี้จะกล่าวถึงการตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกส้มมาเป็นกล้วยไข่เพื่อการส่งออก
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 ผมและทีมงานของสำนักงานเกษตรอำเภอคลองลาน ไปจัดเวทีสนทนากลุ่มผู้ปลูกกล้วยไข่ ณ.ศาลาการเรียนรู้ หมู่ 1 บ้านสักงาม ตำบลสักงาม อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ในขณะที่ทำการสนทนาและแลกเปลี่ยนกันอยู่นั้น จึงได้ทราบว่า มีเกษตรกรรายใหญ่จำนวน 2 ราย มาร่วมเวทีการสนทนากลุ่มอยู่ด้วย ซึ่งมีการผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ ที่มีการติดต่อการซื้อขายกับบริษัทส่งออกโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านนายหน้าในระดับท้องถิ่น
ก่อนอื่นผมจะขอเล่าถึงการผลิตกล้วยไข่ของอำเภอคลองลานก่อนนะครับ ว่า แต่เดิมนั้นมีตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลสักงาม เคยมีพื้นที่การปลูกกล้วยไข่หลายร้อยไร่ บางปีมีข้อมูลถึงพันไร่ ในช่วงระยะประมาณ 7-8 ปีที่ผ่านมา กระแสของการปลูกส้มเขียวหวานแรงมาก ในขณะเดียวกัน เกษตรกรชาวสวนส้มเขตรังสิต และจังหวัดปทุมธานี ได้ย้ายถิ่นฐานมาประกอบอาชีพการปลูกส้มในเขตจังหวัดกำแพงเพชร มีทั้งเช่าที่ดินปลูกส้ม บางรายก็ลงทุนซื้อที่ดินเป็นการถาวร
ณ.ปัจจุบันนี้ พื้นที่การปลูกส้ม ได้ลดลงอย่างหน้าใจหาย จากเดิม ราวปี 2545 -2549 จังหวัดกำแพงเพชรมีพื้นที่การปลูกส้มเกือบหนึ่งแสนไร่ ปัจจุบันหลือประมาณ 3-4 พันไร่ สาเหตุประการหนึ่งก็พบว่า สัมที่ปลูกไปแล้วผลิตต่อไร่ลดลงประกอบกับต้นส้มไม่แข็งแรงเป็นโรค ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุน จึงทำให้เกษตรกรที่เช่าที่ได้เลิกปลูกส้มไปแล้ว บางรายที่มีที่ดินเป็นของตนเองอยู่ จึงตัดสินใจปลูกพืชทดแทนการปลูกส้ม
กล้วยไข่เป็นพืชหนึ่ง ที่ชาวสวนส้มเดิมที่เลิกปลูกส้มไปแล้ว ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกกล้วยไข่เพื่อการส่งออกแทน เท่าที่ทราบ จากการลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่และชุมชน จึงทำให้ผมได้ทราบว่าในเขตอำเภอคลองลาน โดยเฉพาะ หมู่ 1 ตำบลสักงามมีเกษตรกรจำนวน 2 ราย ที่เป็นรายใหญ่คือคุณวิศรุต ปิติวิทยากุล และ คุณนิคม ภูมะแต่เดิมเคยประกอบออาชีพสวนส้ม อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี

คุณวิศรุต ปิติวิทยากุล
คุณวิศรุต ปิติวิทยากุล ได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้มาซื้อที่ดินเพื่อการปลูกส้มเขียวหวาน ที่หมู่ 1 ตำบลสักงาม โดยปลูกส้มมาประมาณ 8 ปี ส้มไปไม่ไหว จึงได้ปรับเปลี่ยนมาผลิตกล้วยไข่เพื่อการส่งออก ซึ่งผลิตกล้วยไข่ส่งออกมาแล้ว 3 ปี ปีแรกๆถูกลมพายุพัดต้นกล้วยหักล้มเสียหาย นอกนั้นยังพบปัญหาเกี่ยวกับการรับซื้อของนายหน้าผู้รับซื้อกล้วยเพื่อการส่งออก โกงเงินขายกล้วยไปแล้วก็มี แต่ปัจจุบันได้เรียนรู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้ยกระดับตนเองเป็นผู้ประสานกับบริษัทส่งออกกล้วยไข่โดยตรง จึงสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

สภาพสวนส้มเดิมที่ไปไม่ไหวยังมีให้เห็นบางส่วนในพื้นที่ของคุณวิศรุต

สภาพเครื่องมือทางการเกษตรที่เคยใช้ในแปลงส้มในอดีต

แปลงกล้วยไข่ส่งออก

แปลงกล้วยไข่แปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 100 ไร่ของคุณวิศรุต
คุณวิศรุต ยังได้เล่าต่อไปอีกว่า สำหรับในเขตพื้นที่เดิมที่เคยยกร่องปลูกส้มเขียวหวานมาก่อน ที่ตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขลุง และที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี มีเกษตรกรเลิกจากการปลูกส้มไปแล้ว ตนเองจึงได้ไปเช่าที่ดินปลูกส้มเดิมมาทดลองทำการปลูกกล้วยไข่เพื่อการส่งออกจำนวน ไม่น้อยกว่า 200-300 ไร่แล้ว ในอนาคตคิดว่าพื้นที่การปลูกกล้วยไข่ในภาพรวมของจังหวัดกำแพงเพชรน่าจะเพิ่มขึ้นได้ แต่ก็มีหลายปัจจัยด้วยกัน ( โปรดติดตามตอนต่อไปแล้วเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่รายย่อยจะอยู่ได้หรือไม่)
หวัดดีครับพี่สายัณห์ ผมณัฐพล ที่เคยคุยกันช่วงที่ไปสัมมนา เคเอ็ม ของ กพร. คงจำกันได้เนาะ ช่วงนี้กำลังดูแฟ้มเก่าๆ เรื่องเคเอม ที่เค้าทำไว้ ยังไงถ้าไม่เข้าใจจะขอคำแนะนำจากพี่ได้นะครับ
ขอบคุณครับ