วันที่ ๘ – ๙ มี.ค. ๕๒ กกอ. ประชุม retreat ที่สวนสามพราน   เพื่อระดมความคิดหาวิธีทำงาน และหาทางเลือกประเด็นที่เป็นจุดคานงัด   ที่จะทำให้การทำหน้าที่กำกับดูแลระบบอุดมศึกษา นำไปสู่การปฏิรูปอุดมศึกษาไทย

          ความยากอยู่ที่การชวนคณะกรรมการคิดใน governance mode ไม่ใช่ management mode   และคิดทำหน้าที่ใน 3 mode ของ governance function ไปพร้อมๆ กัน   คือ fiduciary (สร้างผลต่อสังคมคุ้มค่าเงินลงทุน), strategic (เป็น strategic partner กับฝ่ายบริหาร), และ generative (คิดไกล คิดนอกกรอบ หาบทบาทใหม่ๆ ของระบบอุดมศึกษา)

          ผมสรุปประเด็นจาก keynote speaker ๓ ท่าน คือ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา, ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ และ ศ. ดร. ภาวิช ทองโรจน์   และจากการระดมความคิดกันในช่วงบ่ายของวันที่ ๘ มี.ค.   ได้ดังนี้

• อุดมศึกษาอยู่ในวิกฤตคุณภาพ   วิกฤต relevance   วิกฤตคุณธรรม
• ต้องดำเนินการ reform จริงๆ   ไม่ใช่ incremental change
• ยุทธศาสตร์ differential incentives
• เอาจิตสำนึก  professionalism  บรรยากาศมนุษย์สัมผัสมนุษย์ คุณธรรม  กลับคืนมา
• ต้องปฏิรูปร่วมกันทั้งระบบการศึกษา    ไม่ใช่ทำแยกเฉพาะระบบอุดมศึกษา  


          ผมสรุปกับตัวเองว่าต้องใช้ยุทธศาสตร์ตั้งเป้าและ ลปรร. จากความสำเร็จที่พึงประสงค์   แตกเป้าใหญ่ออกเป็น SS – Success Story ที่อยากเห็นใน ๑, ๒, ๓, ๔ ปี    ที่จะประกอบกันเข้าเป็นภาพใหญ่ที่ พึงประสงค์   จัดเวที SSS – Success Story Sharing และให้นักวิชาการเข้าร่วมตีความ    ว่าความสำเร็จเหล่านั้นเกิดได้จากทฤษฎีอะไรบ้าง    จะขยายความสำเร็จนั้นๆ ได้อย่างไร 

          อีกยุทธศาสตร์หนึ่งคือ ยุทธศาสตร์วิจัยระบบ    นำออกสื่อสารเสวนากับสังคมวงกว้าง

          ยุทธศาสตร์ที่ ๓  ส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอุดมศึกษา  

          น่าชื่นชม ที่ทีมฝ่ายบริหาร สกอ. สรุปการระดมความคิดออกมาเป็นประเด็นต่างๆ มากมาย   จัดหมวดหมู่สำหรับให้แต่ละสำนักใน สกอ. รับไปดำเนินการ    เราได้โจทย์วิจัยระบบอุดมศึกษาน้อยใหญ่มากมาย

          ผมสรุปกับตัวเองว่า กกอ. ก็ปฏิูรูปตัวเองเหมือนกัน   คือเปลี่ยนจากวิธีคิดแบบตั้งตัวเป็น “ผู้รู้”    กลายเป็นทำงานบนฐานของความเป็น “ผู้ไม่รู้”

 

วิจารณ์ พานิช
๑๘ มี.ค. ๕๒