ผมออกมาจากห้องประชุม กกอ. เมื่อวันที่ ๔ มี.ค. ๕๒ ด้วยความรู้สึกว่าราชการของเราใช้เงินกันอย่างคล่องมือจริงหนอ เพราะได้เห็นรัฐบาลไทยใช้เงินภาษีอากรของชาวบ้านอุดหนุนมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยไทย แต่มาตั้งอยู่ในประเทศไทยแห่งหนึ่งปีละกว่า ๑๖๐ ล้านบาท โดยที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้นไม่ติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และกรรมการ กกอ. ที่รู้เรื่องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากมหาวิทยาลัยแห่งนั้นน้อยมาก
การดูแลเงินก้อนนี้ดูแลโดยหน่วยงานอื่นมานาน เพิ่งโอนมาให้ สกอ. ดูแล เรื่องจึงเปิดเผยใน กกอ. ว่า เงินก้อนนี้ขาดการจัดการที่ดีมาเป็นเวลานานมาก เราจึงแนะนำให้มีการประเมินความคุ้มค่าของการที่รัฐบาลไทยได้ใช้เงินอุดหนุนมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาช้านาน เป็นการประเมินเพื่อใช้ในการทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายต่อรัฐบาลผ่าน รมต. ศึกษาธิการ ว่าควรใช้เงินอุดหนุนที่รัฐบาลไทยเคยเซ็นสัญญาตกลงไว้อย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์คุ้มค่าเงิน เราจะเสนอรัฐบาลให้จัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเป้าหมายจำเพาะ โดย “ซื้อ” บริการเฉพาะส่วนที่ตรวจสอบแล้วว่าคุณภาพดีเท่านั้น
ผมเกิดความรู้สึกว่า เงินราชการที่ใช้อย่างไม่ระมัดระวังน่าจะยังมีอีกมาก ถ้าราชการและการเมืองทำงานกันอย่างโปร่งใสซื่อสัตย์จริงๆ ต้องจัดให้มีการประเมินโครงการต่างๆ แบบที่ สกว. กำลังประเมินผลงานของตนเองอยู่ในขณะนี้ ที่ประเมินโดยคณะบุคคลที่เอาจริงเอาจัง เชื่อถือได้ แล้วประกาศให้สังคมรับรู้ จะเกิดการทำงานแบบระมัดระวัง ตรวจสอบตนเองให้ไม่ใช่แค่ work hard เท่านั้น ต้อง work smart ด้วย
ผมเป็นคนซื่อบื้อ จึงรู้สึกว่า โครงการใหญ่ๆ ใช้เงินเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาทนั้น น่าจะมีการบริหารจัดการให้เกิดคุณค่าต่อสังคมได้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างมากมาย ถ้าเราใช้วิธีการจัดการอย่างถูกหลักและโปร่งใส ให้ใช้ความสร้างสรรค์ได้เต็มที่ มีระบบกำกับดูแลที่จริงจังระมัดระวัง ซึ่งรวมถึงการประเมินโดยบุคคลภายนอกแบบจริงจัง ตั้งคำถามที่คม เป็นระยะๆ เน้นการประเมินเพื่อปรับวิธีดำเนินการให้เกิดคุณค่าสูงส่งได้จริง
การบริหารบ้านเมืองด้วยสมการชั้นเดียว ก่อคุณค่าต่อสังคมน้อย การบริหารบ้านเมืองด้วยสมการหลายชั้น แต่ซุกผลประโยชน์ส่วนตน/กลุ่มไว้ในสมการ เป็นการบ่อนทำลายบ้านเมือง เราต้องการการบริหารบ้านเมืองด้วยสมการหลายชั้น ที่ทุกชั้นเป็นไปเพื่อคุณค่าต่อบ้านเมือง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการทุจริต
วิจารณ์ พานิช
๕ มี.ค. ๕๒
เห็นด้วยครับ คงไม่ใช่เป็นการขี้เหนียวนะครับ ผมคิดว่า เป็นจิตสาธารณะที่อาจารย์ห่วงใยบ้านเมืองเรามากกว่า มีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา ห่วงใยและออกมาร้องทักเช่นนี้มากๆ ผู้บริหารและนักการเมือง คงต้องตระหนัก และใส่ใจมากๆ แล้วหละครับ
มาอ่าน ค่ะ (เป็นคนขี้เหนียวคนหนึ่ง)