คำถามนี้เป็นสิ่งที่เราอาจไม่ค่อยคิด
แต่บางทีเราก็เลียนแบบคำพูดของคนอื่นว่า เรามีเวลา ๒๔ ชั่วโมงเท่าๆกันทุกคน
เมื่อผมมาพิจารณาดูในการพัฒนาและการดำรงชีวิต ผมพบว่าบางคนได้ยืมเวลาคนอื่นมาใช้ โดยให้คนอื่นทำงานแทนในส่วนที่ตนจะต้องทำ
ในกรณีนี้เราควรจะนับเวลาที่คนอื่นทำแทนให้เป็นเวลาของเราได้ไหม
ถ้าคิดว่าได้ละก็ ท่านจะเริ่มมีจินตนาการแบบไม่สิ้นสุด
แต่ถ้าไม่นับ ท่านจะอธิบายว่าอย่างไร ในงานที่คนอื่นทำแทน งานที่เราต้องทำ มีคนช่วยจนงานเสร็จ
สำหรับผมเอง ผมคิดว่าควรนับว่าเป็นเวลาของเราด้วย ของเขาด้วย ในลักษณะได้งานทั้งสองฝ่าย
ถ้าเป็นเช่นนี้ เราจะมีเวลาเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น เป็นแสน หรือ ล้านๆชั่วโมงต่อวัน
ท่านต้องคิดว่าผมบ้าแน่ๆ ที่พูดว่าเรามีเวลาเป็นล้านๆชั่วโมงต่อวัน
ที่ผมคิดอยู่ก็คือการทำงานเชิงเครือข่าย ที่เรามีคนช่วยมากมาย ต่างคนต่างได้ เขาทำแทนเรา เขาก็ได้ เราก็ได้
และถ้าพูดถึงระบบสนับสนุน และระบบทรัพยากร ยิ่งจะชัดเจนมากขึ้น
เช่น เมื่อเราปลูกต้นไม้ แล้วต้นไม้ก็โตได้โดยที่เราใช้เวลาเพียงเล็กน้อย
และถ้าปลูกหลายต้นล่ะ แต่ละต้นก็เก็บพลังงานไว้ (ให้เรา??)
เมื่อนับรวมหลายๆต้น เราน่าจะมีเวลาเป็นพัน หรือหมื่นชั่วโมงต่อวัน
ถ้าเราคิดอย่างนี้ เราน่าจะมีเวลามากในการทำงาน
เพื่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม โลก และทรัพยากรที่เป็นที่อยู่อาศัยของเรา
ยิ่งมีเพื่อนมากก็น่าจะมีเวลามากนะครับ
ท่านเห็นด้วย หรือเห็นต่างมุมอย่างไรครับ
นี่ผมกำลังคิดดังๆ เท่านั้นนะครับ
อยากทราบว่าผมคิดเกินไปหรือเปล่าครับ
อยากฟังความเห็นครับ
เพราะผมกำลังขยายเวลาที่จำกัดให้ตัวเองครับ
ในมุมนี้น่าสนใจมากครับ เวลาของเรามีมากกว่า 24 ชั่วโมงแน่ๆ และถ้าเราแบ่งปันเวลากันตามความชำนาญด้วย อาทิเช่น ถ้าในเรื่อง A คนคนหนึ่งใช้เวลาสองชั่วโมงในการทำแต่คนเดียวกันนี่เองใช้เวลาในการทำเรื่อง B เพียงครึ่งชั่วโมง คนอีกคนถ้าต้องการทำเรื่อง B แต่ไม่สามารถทำได้อาจเอาทักษะในการทำเรื่อง A มาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ยิ่งกว่านั้นเราอาจจะ pay it forward ได้ด้วยครับ
มองในมุมนี้เราจะมองว่า "เวลา" อาจเป็น currency ประเภทหนึ่งได้ไหมครับ
เรียน ท่านอาจารย์
หลังจากที่อาจารย์คุยกับผมเรื่องนี้เมื่อวันก่อน...ผมมานั่งคิดทบทวนอีกนานเลยครับ
ผมมีเวลามากกว่า ๒๔ ชม. ครับอาจารย์ และ ผมก็จะเป็นผักตบชวาที่งดงามท่ามกลางกองสวะครับ
ขอบคุณและขอคาราวะครับ
ครับ น่าคิดครับ
ถ้าเราจะมองเชิงประสิทธิภาพของการทำงานยิ่งน่าทึ่งไปกันใหญ่
เช่น ผมปลูกต้นไม้บางอย่างแค่ ๖ เดือนก็ได้สองสามเมตร แต่บางอย่าง ๓ ปี ยังไม่ถึงเมตรเลย
ในมุมนี้ ถ้ามองในเชิง มวลชีวภาพ ก็ต่างกันชัดเจน แต่ถ้ามองในเชิงประโยชน์ใช้สอย ก็อาจต้องพิจารณาให้ลึกอีกสักหน่อย ว่าอะไรของแท้ เป็นประโชน์ อะไรของเทียม ไม่ค่อยได้อะไร
ทำให้เป็นกรณีตัวอย่างในการคบเพื่อน หรือ ใช้คน
บางคนอาจทำมาก แต่ไร้แก่นสาร ก็น่าจะถือว่า ประสิทธิภาพต่ำได้เหมือนกัน
ดังนั้น การจะเพิ่มเวลาให้ตนเอง จึงจำเป็นต้องคบคนดีเป็นมิตร อยู่ห่างจากความไร้สาระ ที่ต้องใช้สมองและประสบการณ์ เป็นตัวชี้วัดนำทาง
ยิ่งคิดยิ่งมองเห็นสัจธรรม
ขอบคุณมากครับ ผมได้อะไรเพื่มอีกแล้ว
ขออนุญาติแลกเปลี่ยนนะครับ
ถ้าจะมองว่าเรามีเวลา 24 ชั่วโมงก็ไม่ผิดหรือไม่ถูกครับ ผมเห็นว่าถ้าเราใช้เวลาของเราอย่างถูกวิธี เช่น ในทางพุทธศาสนา เราศึกษาปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้า เวลาของเราก็จะหมดไปในที่สุดครับ คือ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอีก แต่ทำเราปล่อยให้ชีวิตไหลตามกิเลสไปเรื่อยในชาตินี้ เวลาของเราก็อาจเป็นอนันต์ก็ได้ครับ
ขอบคุณครับ
แหม พอไปจับเข้าประเด็นศาสนา ก็ยิ่งน่าสนใจนะครับ
แล้วเราควรจะมีเวลามากขึ้น หรือน้อยลงล่ะครับ
แต่วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์นี่ ผมว่าน่าจะอยู่มี่การเลือกคบคน และเลือกคบเพื่อนนะครับ
ขืนคบดะ ก็อาจเจอวิกฤติได้ง่ายๆนะครับ
อันเวลาเป็นกาลผ่านไปเถิด.....ท่านอาจารย์ชาพูดเป็นคติสอนใจไว้ว่า.คิดไป๕นาทีก็บ้า๕นาที..เมื่อคนคิดตามเวลาค่ะอาจารย์...ยายธีค่ะ
สาธุ