ความยากของการทำนาแบบประหยัด ก็อาจมาจากชาวนา ไม่ยอมเป็นชาวนา

ทุกครั้งที่ผมไปบรรยายเรื่องการทำนาแบบประหยัด และพึ่งตนเอง

ผมมักได้รับคำถามเดิมๆ ว่า

ถ้าไม่ไถจะกำจัดหญ้าโดยวิธีไหน

ผมก็เลยบอกว่า ถ้าจำเป็นก็ยอมหน้าแตก ไถสักครั้งก็ได้ แล้วต่อไปก็พยายามเก็บบ่อยๆ หญ้าก็จะหมดไปเอง

เก็บหญ้าสักสัปดาห์ละครั้ง จะมีหญ้าไหนมางอกทันมือเรา

พอหญ้าหมด ก็ไม่ต้องไถ ปล่อยให้ลูกข้าวขึ้น ก็ไม่ต้องหว่านอีก

เพราะลูกข้าวจะมีเมล็ดให้เราเหลือเฟือ แล้วจะหว่านไปทำไม

พอมาถึงตรงนี้ทุกตนก็เริ่มไม่อยากคุยกับผม เพราะแค่ไปนาสัปดาห์ละครั้งก็ทำไม่ได้แล้ว

ส่วนใหญ่ เขาถนัดไปนากันปีละ ๕-๑๐ วัน

ทำแบบ “รีบไถ รีบหว่าน แล้วก็รีบ (หนี)กลับ”

หาชาวนาตัวจริงยากเหลือเกิน

เพราะผมพยายามเทียบว่า ผมมีอีกอาชีพหนึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

ถ้าผมไปทำงานต่ำกว่า ๒๕๐ วัน ผมจะถูกเพ่งเล็งว่าหนีงาน

เอาละ ถือว่าหักวันลาสารพัดออกแล้ว ก็จะเหลือไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ วัน ที่ต้องไปถึงที่ทำงาน (โดยที่เพื่อนร่วมงานเริ่มมองเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะลาบ่อย)

ผมก็เลยใช้หลักการคล้ายๆกันว่า

ถ้าผมหรือคนอื่นๆไปนาน้อยกว่า ๒๐๐ วัน ต่อปี ก็น่าจะถูกเพ่งเล็ง และอาจพิจารณาให้ออก หรือไล่ออกจากการเป็นชาวนา

(แบบเดียวกับการไล่ออกจากงานอื่นๆ)

พอพูดถึงประเด็นนี้ คนก็จะเริ่มเกร็งว่าจะถูกไล่ออกจากการเป็น “ชาวนา”

นั่งกันเงียบกริบ

ผมจึงสรุปในเบื้องต้นว่า

ความยากของการทำนาแบบประหยัด ก็อาจมาจากชาวนา ไม่ยอมเป็นชาวนา

และส่วนใหญ่อ้างสิทธิ์ แต่ไม่ยอมทำหน้าที่ของตนเอง

พอเจ้าของไม่ทำหน้าที่ชาวนา นาก็จะโกรธ หนีไปอยู่กับพวกมีเงิน ธกส และธนาคารต่างๆ

บางทีก็หนีไปไกลถึงยุโรป หรือแม้กระทั่งตะวันออกกลาง

น่ากลัวจริงๆ

ผมกลัวนาจะโกรธ เลยต้องไปนาบ่อยๆ

แต่คนที่เรียกตัวเองว่าชาวนากลับไม่กลัวนาจะโกรธ แปลกจริงๆ

หรือใครคิดว่ายังไงครับ