ออกจากปายมุ่งสู่ดอยอ่างขางระหว่างทางได้แวะเข้าไปที่ถ้ำเชียงดาว ถ้ำเชียงดาวมีการบริการที่เปลี่ยนไปจากเดิมจนน่าใจหาย ที่เห็นชัดเจนก็คือการบริการนำชมถ้ำ ครูพรรณาเคยมาเมื่อปี ๒๕๑๕ ก่อนนี้มีไฟฉายให้เช่าเพื่อเข้าชมถ้ำในส่วนที่ไม่มีแสงไฟฟ้า แต่ในวันนี้พอพวกเราจะเดินเข้าไปในส่วนที่มีแสงไฟเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไปทางนั้นไม่ได้ต้องไปทางนี้และออกทางนั้น การไปทางนี้ต้องเช่าตะเกียงน้ำมันดวงละ ๑๐๐ บาท โดยมีผู้ถือตะเกียงทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง ส่วนการตอบแทนผู้นำทางก็แล้วแต่จะโปรด เมื่อเข้าไปในถ้ำก็ให้รู้สึกเหม็นน้ำมันจากตะเกียง..... ภายในถ้ำมีหินรูปต่างๆ ตามจินตนาการของผู้ชมถ้ำ โชคดีที่พวกเราได้ลุงวสันต์ อดีตพรานผู้นำทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาว ทำให้การชมถ้ำเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ
หินงูเหลือมอยู่ปากทางเข้าถ้ำย่อยที่ ๓ ค่ะ ใครจะเข้าไปต้องผ่านหินนี้
ถ้ำเชียงดาวยังคงอดีตไว้ให้ชมเหมือนกันเรือหงส์ลำนี้ลอยอยู่ในบ่อน้ำหน้าถ้ำ
บริเวณหลังศาลานี้เป็นผนังถ้ำด้านข้างมีพระพุทธรูปต่างๆ ประดับอยู่ .....๓๕ ปีล่วงมาแล้วก็ยังคงเดิมไม่มีการบูรณะให้ชมอย่างใกล้ชิด....
ออกจากเชียงดาวเราก็ผ่านอำเภอ ชัยปราการ แวะเติมน้ำมันรถและถ่ายน้ำมันคนกันให้วุ่นวาย ที่ปั๊มนี้มีร้านกาแฟฮาๆ อยู่ด้วยค่ะผู้ขายทั้งสามเป็นสาวน้อยวัยเกิน ๖๐ แล้วทั้งนั้นเลย ก่อนเข้าห้องน้ำเราก็สั่งกาแฟเย็น ๔ แก้ว คาบูชิโน ๒ เอสเปรสโซ ๒ ทบทวนคำสั่งกันอย่างดีแล้ว เดี๋ยวมาเอานะคะ....เสร็จสรรพได้คาบูชิโนแก้วเดียว ส่วนอีก ๓ แก้วคนขายถามว่า คาบูชิโนเย็นหวานน้อยและเอสเปรสโซ ๒ แก้ว คุณไม่ได้สั่งใช่ไหมคะ..ครูพรรณาก็ยิ้มๆ และว่าถ้าไม่สั่งแล้วทำไมจำได้ล่ะคะ.....นั่นเห็นไหมๆ ฉันบอกแล้วว่าฉันจำได้เธอก็ไม่เชื่อ....คุณคะคนขายหลายคนก็หยั่งงี้แหละคะแย่งกันทำ....เมื่อได้กาแฟครบตามต้องการก็คิดเงินราคาแก้วละ ๔๐ บาท ๔ แก้วเป็นเงิน ๑๒๐ บาท เขาคูณให้ฟังด้วยนะคะว่า สี่ สี่ สิบสอง อีกคนก็แย้งว่า สี่สี่สิบหก ต้องร้อยหกสิบบาทนะคะคุณ ครูพรรณาส่งแบ็งค์ห้าร้อยบาทให้ เขาก็ช่วยกันทอนใหญ่เลย ...ช่วงรอเงินทอนก็สอบถามสาวน้อยอีกคนหนึ่งว่าทั้งสองสาวนี้เป็นคู่แฝดกันหรือเปล่า...ทั้งสองสาวรีบหันมาตอบว่าไม่ได้เป็นค่ะพวกเราเป็นเพื่อนกันทั้งสามคน...เฮฮาแก้เมื่อยกันแล้วก็เดินทางต่อไปพร้อมกับดื่มกาแฟเย็นที่อร่อยลิ้นและอารมณ์
ออกจากชัยปราการมาได้สักหน่อยก็ขึ้นเขาที่สูงชันวกวนและสลับซับซ้อนจนน่าเวียนหัว สังเกตสองข้างทางบนภูเขาเต็มไปด้วยไร่ผลไม้ที่เริ่มปลูกและรอการเก็บเกี่ยว...ในใจนึกไปตลอดทางว่าถึงเมื่อไรจะกินผักผลไม้ให้เปรม...

เราถึงตลาดหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขางเวลา ๔ โมงเย็น เสาะหาห้องพักแล้วก็เดินออกมาหน้าตลาดสักครู่ก็เห็นเด็กๆ วิ่งออกมาจากปากซอยของตลาดรุมล้อมรถกระบะคันหนึ่ง

ภาพตลาดบริเวณหน้าสถานีเกษตรหลวงฯ
หลังตลาดเป็นโรงเรียนเปิดสอนถึงชั้นม. ๖ เด็กๆ ที่นี่แต่งกายตามสบาย
จึงเข้าไปเมียงมองบ้าง อ๋อ! เด็กๆ เขาซื้อขนมกัน ขนมที่ขายดีก็ผลไม้สดหั่นชิ้นใส่ถุงพร้อมกิน และขนมหวานสดๆ เช่นตะโก้ วุ้นลาย ขนมถ้วยฟู ส่วนขนมถุงสีสวยๆ ไม่เห็นเด็กๆ ถือกินหรือว่าเขาไม่นำมาขายก็ไม่ทราบได้ แต่ตามร้านค้าในตลาดก็พอเห็นมีวางขายอยู่บ้าง รถคันนี้รับของจากชัยปราการขึ้นมาขายทุกวันตรงตามเวลา เมื่อเด็กๆ ซื้อหมดแล้วคราวนี้ก็เป็นรอบของผู้ใหญ่ แต่ละคนก็เลือกๆ ถือๆ และซื้อๆ ผักและเนื้อสัตว์เพื่อประกอบอาหารยามเย็น.....ร้านรวงในตลาดส่วนใหญ่ปิดเงียบเพราะไม่ใช่หน้าเทศกาล เขาบอกว่าเทศกาลเมื่อไรก็มาเปิดขายกันช่วงนี้ก็ไปทำไร่ทำสวน....เราสำรวจไปทั้งตลาดมีเปิดร้านไม่ถึง ๑๐ร้าน มีร้านอาหารอยู่ ๒ ร้านติดป้ายแนะนำอาหารอร่อย เจ้าหนึ่งมีเนื้อกวางผัดเผ็ดพวกเราสนใจจองไว้ในใจก่อน เดินผ่านมาอีกร้านมีเนื้อหมูพันปีทอด ...เอาร้านนี้เถอะนะอาหารป่าอย่าเพิ่งเลยสงสารท้องไส้ที่จะเดินทางอีกไกล...เนื้อหมูพันปีทอดนี่พวกเราก็จินตนาการออกมาเป็นเสียงหลายความเห็นในที่สุดก็.....หัวเราะกันท้องแข็งยกเว้นนายเอ้เพราะในชีวิตยังไม่เคยกิน....ส่วนลุงแม่และน้าเป็นลูกผู้ลากมากจนมาก่อนกินกันทุกวันนึกออกไหมคะ .....อ่ะ ให้ทายก่อน....?????...อ่ะใบ้ปริศนา ใครที่เกิดมามีอายุได้ ๕ ขวบ แล้วยังไม่เคยเห็นน้ำมันพืชบรรจุขวด ต้องเคยได้กิน...????..อ่ะใบ้ให้อีก ใครที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวหมู หรือน้ำตกก็มักจะได้พบมันลอยอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยว....ได้คำตอบไหมคะ...ฮ่ะฮ่ะ..มันคือหมูสามชั้นที่เจียวเอาน้ำมันออกไปแล้วนั่นเอง .....แต่ก็อร่อยนะเพราะเขาใส่เกลือปะแร่มๆ เท่านั้นใส่มากเดี๋ยวน้ำมันหมูจะเค็ม
อ่านมาตั้งนานแล้วยังไม่เข้าสถานีเกษตรสักที....จะเข้าได้อย่างไรก็มาถึงเป็นเวลาเขาเลิกงานแล้วค่ะต้องพรุ่งนี้เช้าจึงจะได้ชม..ช่วงนี้ก็ชมตลาดอ่างขางไปก่อนนะคะ...กินข้าวแล้วเหลือบแลไปทางมุมหนึ่งของตลาดเห็นมีแม่ค้าอายุมากแล้วนั่งขายของเดินไปดูในกระจาดมีลูกอะโวคาโดขายกิโลกรัมละ ๕๐ บาท ลองซื้อกิน ๑ ลูกก่อน อร่อยมากจนไม่กล้ากินอีก ..รสชาติจืดชืดมันเลี่ยนมาก...มองไปที่เตาไฟเห็นเป็นหัววางไว้บนตะแกงเหล็ก...นึกในใจเออ! ที่นี่มีอาหารสุดฮอตของเกาะฮ็อกไกโดในญี่ปุ่นด้วยหละ...คุณยายแกนั่งย่างอีโมะขาย ......ส่วนน้องโอ๋นึกนอกใจว่า " อีเจ้เราจะได้ขี่อีโมะกันไหม" ส่วนนายเอ้เป็นงง ทั้งหน้าตาและคำถาม ......เฉลยอีโมะแปลว่าหัวมัน ขี่อีโมะแปลว่าหัวมันย่าง ...แถมให้อีกคำค่ะ อีโมะโตแปลว่าน้องสาว...เรียกให้ถูกต้องตามมารยาทต้องพูดว่าอีโมะโตจัง.(ข้อมูลเรื่องอีโมะ ของธเนศร์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 16 – 22 พฤศจิกายน 32550 หน้า 23 ).....นายเอ้มีอาการแป่ว.....ตกค่ำอากาศเย็นลงอย่างรวดเร็วโชคดีที่พวกเราอาบน้ำก่อนกินข้าว...ห้องพักมีน้ำอุ่นบริการถึงเวลานอนครูพรรณา ผ้านวม ๒ ผืนพร้อมเสื้อกันหนาว ๑ ตัว แถมหมวกอีก ๑ ใบ ......เอ้กอี๊เอ้ก เอ้ก เสียงไก่ขันพร้อมกับเสียงนกร้อง... " เร็วๆ เช้าแล้วรีบอาบน้ำเราจะไปกินบรรยากาศยามเช้าที่สถานีเกษตรหลวงกัน " พี่ดำรงเร่งพวกเรา...ตีห้าครึ่งพวกเราก็ไปเขย่าท้องกันด้วยกาแฟและบะหมี่สำเร็จรูปในตลาดร้านนี้เปิดแต่เช้าชอบใจมากที่กระติกน้ำร้อนของเขายังคงใช้กระติกแบบคนมีลูกอ่อนใช้ในสมัยก่อนคือต้มน้ำใส่ไว้ เวลาจะใช้ก็เปิดจุกยางแล้วเอียงกระติกเทน้ำร้อนออกตามต้องการ...ได้ใจจริงๆ.....กาแฟเขาให้บริการตนเองค่ะ....นายเอ้เทน้ำหก
๖ โมงเช้าเราก็ไปแง้มประตูสถานีกันเลยค่ะ งานนี้ไม่ลืมชุดกันหนาวนะคะ
เจ้าตัวนี้ต้อนรับเราก่อนใคร...เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่มา

ทักทายกันแล้วเราก็เริ่มรุกเข้าไปเรื่อยๆ

ดอกไม้มากมายละลานตาและอารมณ์


อยากเห็นดอกฝิ่นบานใหม่ๆ ได้ความคิดความร้อนน่าจะช่วยให้บานเร็วขึ้น

แรกทดลองนายเอ้หัวเราะหึๆ น้าทำอะไร! ...ต่อมาเมื่อเห็นผลก็ร่วมด้วยช่วยกัน
จากสวนดอกไม้แล้วก็ไปชมสวนผัก

ผักกาดสีต่างๆ ..คนปลูกบอกว่าเวลากินก็เลาะเอาแต่กาบไป ไม่ถอนทั้งต้น

ดูก้านใบชัดๆ นะคะ


( อยากดูภาพผักกาดสวยๆ เชิญที่ไฟล์อัลบั้มค่ะ)

กะหล่ำสีต่างๆ
ส่วนต้นที่กำลังรดน้ำคนปลูกบอกว่ากินหัวค่ะ

ไม่ลืมพาเจ้านกสีส้มไปเที่ยวสุพรรณด้วย ส่วนเจ้าตัวสีขาวต้องรอโอกาสหน้า

ถ่ายภาพสวยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
berger0123
* ขอบคุณที่แวะมาเป็นกำลังใจค่ะ
* ขอกำนัลด้วยผักสวยๆ และสุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ
KRUPOM
* บ่ายแล้วเรามาติดปีกนางฟ้าเตรียมไปไหว้พระธาตุกันค่ะ
ธรรมชาติช่างสวยงามมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
.Bad Angel
* ขอบคุณที่แวะมาชมอีกค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
ต้นใหญ่จัง..คงหวานกรอบนะคะ
สวัสดีครับ คุณครูพรรณา
@ ขอตามไปเที่ยวดอยด้วยคนครับ
สวัสดีค่ะ
* ไม่มีโอกาสได้ชิมเลยค่ะ
* ไม่มีวางขาย...ชมให้ชุ่มคอก้พอมั้งคะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ
ไทบ้านผำ
* ติดปีกนางฟ้าก่อนนะคะ
* คราวนี้ก็บินแว้บๆ ให้สุขกายสุขใจเลยค่ะ
เจริญพร โยมครูพรรณา
โยมครูไปดอยอ่างขางแล้วน่าจะเลยไปชม
อุโบสถวัดเจดีย์งาม ซึ่งเป็นอุโบสถทำด้วยไม้สักทั้งหลัง
โดยช่างไม้ชาวไทใหญ่จากเชียงตุง วัดแห่งนี้
อยู่ริมถนนสายเชียงใหม่ - แม่อาย ในเขตเทศบาลฝาง
เจริญพร
แวะมาอีก เพราะติดใจบรรยากาศค่ะ
สวัสดีค่ะอ.พรรณา
ชอบบรรยากาศมากค่ะ ...
ดอกไม้ ใบไม้ พืชผักลานตามาก ๆ เห็นแล้วมีความสุขไปด้วยค่ะ
ขำ ๆ สามสาวน้อยที่ขายกาแฟค่ะ...55555....น่ารักจัง
คนไม่มีรากก็ว่าจะไปขายกาแฟค่ะ จะลงทุนกับเพื่อนสนิท 2 คนและหลานอีก 1 คน ขายไปดื่มกาแฟไป...ชื่นใจ...^_^...
เที่ยวให้สนุกและมีความสุข ปลอดภัยนะคะ
(^___^)
นมัสการค่ะ
พระปลัด
* ขอบพระคุณค่ะที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ...ขอเป็นคราวหน้านะคะ
* ไปครั้งนี้ก็เห็นมีอยู่ที่วัดผาเงาค่ะ อ. เชียงแสน ทำด้วยไม้สักทองทั้งหลังภายในก็แกะสลักเป็นภาพต่างๆ ไม่ทราบว่าใครเป็นช่าง บันทึกต่อไปจะนำเสนอภาพค่ะ
* นมัสการลาค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
Bad Angel ขอบคุณที่แวะมาชมภาพและบรรยากาศค่ะ คราวหน้าเชิญไปนมัสการพระธาตุกันนะคะ
คุณ
KRUPOM คิดถึงเช่นกันค่ะ เมื่อวานกรุงเทพฯ ฝนตกไหมคะ ที่บางลี่ตกจนอากาศหนาวเชียวหละ พอวันรุ่งขึ้นก็ร้อนอบๆ ค่ะ
ลำดวน ขอบคุณที่ตามมาแอ่วเหนือค่ะ ช่วงนี้ขอทำตัวเป็นน้ำสักพักค่ะ งานยุ่งๆ ก็เรื่องของงานท่านหัวหน้าอย่าไปยุ่งกับงานนะคะ ....
ท่านหัวหน้า
**** ขอให้ทุกท่านสุขกายสุขใจนะคะ ****
สวัสดีค่ะคุณปรีดา
เกษตร(อยู่)จังหวัด
* แหมๆ ย้ำนักนะ ตัวไม่แก่บ้างให้รู้ไป
* อะโหมีหลายต้นแสดงว่าทุ่งกุลางดใช้กระดาษทิชชูแล้วซิ
* ดีใจในความสำเร็จของนักพัฒนาค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
มาเยี่ยมค่ะ ระลึกถึงเสมอนะคะ ถ้ำสวยมาก บรรยากาศที่งดงามค่ะ