การดำเนินชีวิตแบบน้องเหมียว

สวัสดีค่ะ! วันนี้เราเอาแง่คิดการดำเนินชีวิตแบบเหมียวๆ มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

  •           แมวส่วนใหญ่รู้โดยสัญชาตญาณเมื่อมีภัยมาใกล้ตัวเมื่อไรก็ตามที่เกิดกานจลาจลวุ่นวายขึ้น! มันรู้จักหนีเอาตัวรอดหมามักจะเริ่มต้นเห่าก่อนเมื่อมีเหตุมิดีมิร้ายเกิดขึ้น แต่แมวเดินหนีไปเฉยๆมันกะเกณฑ์เวลาอย่างรอบคอบก่อนจะเดินจากไปเช่นเดียวกับตอนที่มันเลือกที่จะเดินเข้ามาบางครั้งเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างกันร้อนระอุจนถึงจุดหนึ่ง การเกินจากไปเฉยๆกลับเป็นการกระทำที่สุขุมรอบคอบอย่างยิ่ง
  • ลูกแมวเหมียวทำให้เราหวนคิดถึงเสียงร้องขอความเห็นใจจากคนที่อยู่เดียวดายคนที่แยกตัวออกจากกลุ่ม หรือใครบางคนที่ร้องเรียกให้เราไปอยู่เป็นเพื่อนเขา...เมื่อเราเกี่ยวข้องกันเป็นชุมชน ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน สนับสนุน แบ่งปัน รับฟังมอบให้ และห่วงหาอาธรซึ่งกันและกัน ชีวิตทุกๆ คนก็จะมีความสุขขึ้นเมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในชุมชน ก็จะไม่มีใครถูกทิ้ง หรือถูกลืมและถ้ามีการร้องขอก็จะมีคนตอบรับเสมอ การมอบความรักนั้นจะช่วยรวมจิตใจให้อบอุ่นและเป็นหนึ่งเดียว ................รวมกันเราอยู่.............
  • การแสดงความไม่พอใจอย่างถูกเวลา จะช่วยป้องกันอารมณ์โกรธไม่ให้เกิดขึ้นมาได้เพราะแม้แต่แมวก็ไม่คิดที่จะกางเล็บข่วนใครง่ายๆมิฉะนั้นแล้วอาจจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง รวมถึงการพูดเกินกว่าเหตุ การกล่าวหาและสุดท้ายก็คือ ความเสียใจ แผลจากรอยข่วนนั้นเจ็บปวดฝังลึกทีเดียวฉะนั้นเมื่อไรก็ตามที่เกิดความรู้สึกไม่พอใจ พูดออกมาบ้างน่าจะดีกว่าจงกระตุกหางเพื่อส่งสัญญาณไม่พอใจ เพราะการเผชิญหน้าอย่างนุ่มนวลนั้นเป็นที่พึงปรารถนา มากกว่าการระเบิดอารมณ์ใส่กันเยอะ
  • อาการเงียบเชียบของแมวนั้นเกิดจากเหตุผลทางสรีระอุ้งเท้าแมวที่มีลักษณะเป็นอุ่งเหมือนหมอนเล็กๆ ทำให้สัมผัสเวลาเดินเบาหวิวแต่สำหรับคนที่มักจะถ่อมตัวนั้น ไม่ได้เกิดจากเหตุผลทางธรรมชาติเลยแม้ว่าคนทั่วๆไปอยากจะทำตัวให้อ่อนน้อมถ่มตน แต่พอถึงเวลาจริงๆลัหษณะเช่นนี้กลับหาไม่ได้นัก คนเราไม่อาจทำตัวเงียบกริบได้แบบแมวโดยเฉพาะเวลาต้องพูดถึงความสำเร็จของตนเองเพียงแต่เราต้องอดกลั้นไม่ปรบมือให้ตัวเอง และรู้สึกขอบคุณคำชื่นชมจากผู้อื่นอย่างจริงใจ