คนดีต้องดีมาจากจิตใจดีมาจากข้างใน มองเชิงบวก รู้จักปล่อยวาง ทำจิตอารมณ์ให้กว้าง ไม่มองคนอื่นด้านลบ

         

          ประพิศ ชัยยา สมัครใจเข้ามาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้ว ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้และช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีความรู้สุขภาพ สามารถดูแลตนเองได้ เนื่องด้วยพ่อของตนเองป่วยด้วยโรควัณโรค ด้วยเหตุที่ไม่รู้เรื่องการป้องกันและการดูแลผู้ป่วยวัณโรค ทำให้แม่ติดเชื้อวัณโรคไปด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงขับภายในที่สำคัญที่ทำให้ประพิศ สมัครใจมาเป็นอสม.ของชุมชนบ้านประตูปล่อง

          หลังจากได้มาเป็นอสม. ทำให้ได้ผ่านการอบรมเรื่องการดูแลและรักษาสุขภาพเบื้องต้น ได้ไปช่วยเหลือให้คำแนะนำเพื่อนบ้านและคนในชุมชน จนประทั่งในปี ๒๕๔๔ ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมแพทย์แผนไทย เพื่อนำมาใช้ในชุมชน

          และในปี ๒๕๔๖ พี่ชายของประพิศตื่นขึ้นมาด้วยอาการชาแขนขาไม่รู้สึกต้องส่งเข้ารับการรักษาที่รพ.น่านด้วยอาการอัมพฤกษ์ ช่วงที่รักษาอยู่รพ.น่าน ประพิศจึงนำเอาวิชาความรู้แพทย์แผนไทยมาใช้ ด้วยการนวดให้กับพี่ชาย ครั้งแรกที่นวดเท้าปรากฏว่าพี่ชายชักมือและเท้าหนี ทำให้ประพิศรู้ทันทีเลยว่าพี่ชายจะต้องหายและกลับมาเดินได้แน่นอน จึงนำเอาวิชาการนวด ประคบมาใช้กับพี่ชายทุกวันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการแนะนำเรื่องการกินอาหารตามธาตุ หลังจากออกรพ.พี่ชายก็ยังเดินไม่ได้ ประพิศก็สอนให้พี่สะใภ้นวดประคบต่อเนื่อง กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินอาหารตามธาตุ หลังจาก ๑ เดือน พี่ชายจึงเริ่มกำมือได้ หลังจากนั้นจึงเริ่มทำกายภาพ ให้หัดเดินข้างเตียง และปั่นจักยานอยู่กับที่ หลังจากนั้นไม่นานพี่ชายก็เดินได้ กลับมาช่วยเหลือตนเองได้ ใช้ชีวิตตามปกติ

          จากบทเรียนในการใช้วิชาแพทย์แผนไทยกับพี่ชายจนได้ผลดี ทำให้ประพิศได้นำมาใช้กับผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตในชุมชน และสอนให้ญาติในการฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพขึ้นในศูนย์บริการสาธารณสุขมูลฐาน(ศสมช.)บ้านประตูปล่อง โดยมีกิจกรรมชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง หาค่าดัชนีมวลกาย(BMI) ส่งเสริมการออกกำลังกาย กิจกรรม ๓ ต้อง ๖ ไม่ (ต้องออกกำลังกาย, ต้องกินอาหารที่สุกสะอาดปลอดภัย, ต้องออกกำลังกาย, ไม่อ้วน, ไม่หวาน, ไม่เค็ม, ไม่มัน, ไม่สูบ, ไม่ดื่ม) รวมทั้งการแนะนำการกินอาหารตามธาตุควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตนเอง

          ในปี ๒๕๔๗ ประพิศได้สมัครเข้ามาเป็นพนักงานคลินิกแพทย์แผนไทยที่รพ.น่าน ได้มีโอกาสพัฒนาตนเองและช่วยเหลือผู้ป่วยต่างๆ หลากหลายรูปแบบ และนำเอาความรู้ที่ได้เรียนมาพัฒนาปรับใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

          ขณะเดียวกันประพิศและอสม.บ้านประตูปล่อง ก็ยังคงออกติดตามเยี่ยมบ้านและช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตในชุมชน จนสามารถช่วยเหลือให้ผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จำนวน ๓ ราย สามารถกลับมาเดินได้และปั่นจักรยานได้ กลับมามีชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป

          ในช่วงที่ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาตนี่เองทำให้ได้เห็นผู้ป่วยรายหนึ่งใช้ลูกประคบที่ญาติส่งมาให้จากอเมริกา เป็นลูกประคบที่ทำมาจากข้าวบาร์เล่ย์และสมุนไพรหลากหลายชนิด ด้วยความสนใจจึงของยืมมาเป็นตัวอย่างศึกษาและทดลองผลิตขึ้นมาเอง โดยใช้ข้าวสาร ถั่ว งา สมุนไพรที่ตากแห้ง ปรากฏว่าทำได้ผลดี จึงชักชวนเพื่อนๆ อสม.มาช่วยกันผลิตเพื่อใช้และจำหน่ายให้แก่ผู้ป่วยและญาติได้ใช้กัน กลายเป็น นวตกรรมลูกประคบสมุนไพรฉบับของประพิศเอง

          ประพิศบอกว่า คนดีต้องดีมาจากจิตใจดีมาจากข้างใน มองเชิงบวก รู้จักปล่อยวาง  ทำจิตอารมณ์ให้กว้าง ไม่มองคนอื่นด้านลบนี่คือคติความดีที่ประพิศถือเป็นวัตรปฏิบัติตลอดมา

          ลูกชายคนเดียวของประพิศบอกว่า ...คุณแม่ไม่เคยสอนให้ลูกต้องเป็นคนมีจิตอาสาเหมือนแม่ แต่แม่ได้ชวนผมช่วยทำมาตั้งแต่เล็ก จึงทำให้ผมรู้สึกอยากช่วยเหลือสังคมเหมือนแม่บ้าง จึงสมัครไปเป็นจิตอาสาของรพ.น่าน...ผมภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ประพิศ…”

          นี่คือเรื่องเล่าของคนจิตอาสา อาสาสมัครสาธารณสุข อาสาช่วยลดความทุกข์ของผู้คน

 

บันทึกจากเรื่องเล่า การประกวดอสม.ดีเด่นระดับชาติ สาขาแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ

๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒

ลานโพธิ์ลานไทรวัดอรัญญาวาส อ.เมืองน่าน

ขอบคุณ

คุณประพิศ ชัยยา และลูกชาย, บุคคลต้นเรื่อง

เทศบาลเมืองน่าน

โรงพยาบาลน่าน

อสม.เขตเทศบาลเมืองน่าน

และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน