จุดที่ประทับใจ
1.อธิการบดีเล่นเต็มตัว 5 หมวกในเวลาตลอดหลักสูตร 3 วัน คือ เปิดงาน เป็นผู้ร่วมอบรม ผู้ตอนรับคณะกรรมการ ผู้ให้สัมภาษณ์ และที่สำคัญ “พ่อครัว”
2.ผู้เข้าร่วมอยู่ครบเต็มเวลาเท่าที่เคยเห็นมา
สะท้อนจากใจเพื่อพัฒนาครับ
1.มีความขัดแย้งความคิดตัวเอง ลืมว่าตอนนี้เราเป็นผู้ประเมิน ไม่ได้เป็นอาจารย์ของมหาลัย พอเริ่มอ่านSAR หรือ ดูหลักฐาน แล้วไม่เกิดประเด็นที่อยากรู้อยากเห็น ไม่อยากค้นหาอยากค้นหาต่อ เพราะสมองอีกซีกหนึ่งรู้แล้วว่ามีอะไร เกิดอะไรแล้ว (ลืมบทบาทว่าคือผู้ประเมิน)
ประเด็นนี้ สกอ. ต้องกลับไปคิดในการปรับหลักสูตรฝึกอบรมที่ให้หน่วยงานไปขยายผล ว่า การใช้สถาบัน หรือ หน่วยงานตัวเองเป็น site นั้น มันเกิด “การแสดงบทบาทได้ไม่เต็มที่”
2.การขอสลับสาย ในส่วนของการอบรมนั้นสามารถทำได้ เนื่องจากการจัดสถานที่ หรือ ออกเยี่ยม นั้น ออกแบบเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ
แต่ในสถานการณ์จริงอาจมีข้อจำกัด ของระยะทาง และในสถานที่จริง ถ้าต้องการข้อมูลจริงๆในส่วนที่ตัดสินใจไม่ได้ สามารถนอกโปรแกรมได้ แต่ต้องแจกผู้ประสาน ให้จัดให้เป็นพิเศษ
3.การให้โอกาสสถาบัน เนื่องจากถ้าความจริงแล้ว พบว่าเอกสารหลักฐานที่จัดให้ประกอบSAR มีเท่าที่เห็นอยู่ด้านหลังแล้ว เชื่อในเบื้องต้นได้เลยว่า ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนแบบรับไม่ได้เลย (ดูคู่มือหน้า144 ข. “หน่วยงานที่รับประเมินต้องจัดเอกสารที่ต้องตรงกับชื่อหมายเลขและสาร.....”) ในกรณีนี้จากประสบการณ์ มี 2 ทางออก
3.1ขอให้สถาบันจัดเอกสารใหม่แบบ “เร่งด่วน ทั้งวันทั้งคืนก็ต้องทำ” โดยกำหนดเส้นตาย Deadline ให้ชัดเจน
เนื่องจากความเป็นจริงคณะกรรมการมาจากคนละที่ และจำเป็นต้องตัดสินผลให้แล้วเสร็จภายใน 1.5 วัน ก่อนรายงานด้วยวาจา ไม่ควรที่จะตัดสินผลลับหลัง หรือ ขอเอกสารให้ส่งไปในภายหลังจากวันประเมิน เพราะสถาบันที่รับประเมินต้องมีโอกาสโต้แย้ง หรือ อภิปรายด้วยวาจาเช่นกัน
4.การประชุมสาย แสดงความคิดเห็นในการกำหนดประเด็นคำถามในการสัมภาษณ์ ไม่ทั่วถึงทุกคน
5.ถ้าได้เปิดอ่าน คู่มือฯ หน้า 105 “แนวทางพัฒนา” จะทำให้ง่ายขึ้น
6.ไม่ค่อยฝากคำถามข้ามสาย เพราะจะทำให้เกิดการขาดการสอบทานของข้อมูล จะได้ข้อมูลเพียงด้านเดียว เช่น เรื่องของการพัฒนาอาจารย์ ควรจะถามคำถามนี้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้บริหาร และ กลุ่มอาจารย์
7.ตอนคณะกรรมการพบผู้บริหาร ประธานคณะกรรมการไม่ได้ชี้แจงแนวทาง วัตถุประสงค์ ของการมาครั้งนี้ และแผนการดำเนินงานทั้ง 2 วัน เริ่มถามทันที ซึ่งควรมีการเล้าโลม กระชับมิตร แนะนำตัว
เนื่องจากในสถานการณ์จริง ผู้ประเมิน 4 5 ท่าน ต้องนั่งประจันหน้ากับอธิการ ผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ของสถาบัน เป็นร้อยๆคน
เหตุการณ์ที่เกิด เหมือน President Day หรือ วันอธิการฯพบบุคลากร ยังงัยยังงั้น
8.จับภาพลงพื้นที่จริง สาย 2
- คณะคอมพิวเตอร์ฯ 10.30-11.50 น.
>สังเกตน้อยไปน้อย เพราะเร่งรีบที่จะไปพบพูดคุยกับผู้บริหาร เช่น บอร์ด, ในถังขยะมีอะไร?
>กรรมการบางท่านเข้าใจผิดว่ากำลังลงไปประเมินคณะคอมพิวเตอร์ฯ
>บางท่านสนใจในการซักถามข้อมูล บางท่านเล่นเน็ต
>บางท่านเข้ามาที่หลังทำให้ถามคำถามซ้ำซ้อนของกรรมการที่ได้ถามไปก่อนหน้านั้นแล้ว
>ถามเพลินเกินไปจนต้องไปกินเวลาในหน่วยถัดไปที่ต้องไปตามโปรแกรม(สำนักกิจการนักศึกษาเสร็จ 12.15น.)
-สำนักกิจการนักศึกษา (11.50-12.15น.)
>เจาะคำถามลงไปที่ตัวนักศึกษาน้อยไป
>ควรแยกกลุ่มสัมภาษณ์ ระหว่างกลุ่มอาจารย์ที่รับผิดชอบ และกลุ่มของนักศึกษาสโมฯ
-สัมภาษณ์ผู้ใช้บัณฑิต ไม่ชี้แจงวัตถุประสงค์ว่ามาทำไม, ขาดตอนไม่ต่อเนื่อง บรรยากาศเครียดไปหน่อย
JUB JUB 16-03-09 NEU_ASSESSOR BY KPN
เรี่ยน ท่านกัมปนาท
แวะมาเรียนรู้ครับ
อ. แจ๊ค
ผมนึกถึงสมัยเด็กเมื่อดูหนังขายยาที่ส่วนใหญ่เป็นหนังคาวบอย วันรุ่งขึ้นหลังจากกลับจากโรงเรียนก็นัดเพื่อนไปลานวัด แบ่งพวกเล่นกันแบบในหนังเพื่อนบางคนเล่นนานเข้านึกว่าเป็นรื่องจริง(คงจะอินกับบท)เกิดเล่นแรงเล่นจริง ผมเห็นกรณีตามข้อสะท้อน ๑ ตอนที่อยู่ในห้องก็ทำให้นึกถึงสมัยเล่นกันตอนเด็ก
sk
สวัสดีครับ อ.SK
บางที่เราทำหลายอย่างหลายงาน เลย งง งง ชีวิต ครับ
ผมก็เช่นกัน บางครั้งก็สับสนเหมือนกัน ว่า ทำอะไรอยู่
สงสัยจัง แล้วดารา ที่ตอนกลางวันมาทำงาน เล่นบทโจร บทตัวอิจฉา พอเลิกงานลืมถอดบทบาท กลับบ้านหาครอบครัวไป จะเป็นอย่างไรหนอ
น่ากลัวมากครับ
เรียน ท่านอาจารย์จิตเจริญ
อาจารย์ทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม ล้วนแล้วแต่คงแก่เรียน วัยวุฒิสูง คุณวุฒิสูง แต่อีกด้านหนึ่งก็พยายามที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเช่นกันครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์จารุวัจน์
ที่กรุณาแวะเข้ามาทักทาย เรียนรู้กันและกัน