อันว่าความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
บทอาขยาน มศ.๒ ได้ท่องกาพย์เห่ แต่ที่ผมชอบมากที่สุด คือกาพย์เห่เรือ และเรื่องราวของเจ้าฟ้ากุ้ง สงสารอีกนั่นแหละ เพราะความรักแท้ๆ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
๏ ๏ กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน และว่าด้วยงานนักขัตฤกษ์ ๏ ๏
พระราชนิพนธ์ โดย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
๏ ๏ เห่ชมเครื่องคาว ๏ ๏
๏ แกงไก่มัสมั่นเนื้อ หอมยี่หร่ารสฉุน ชายใดบริโภคภุญช์ แรงอยากยอหัตถ์ข้อน
๏ มัสมั่นแกงแก้วตา ชายใดได้กลืนแกง ๏ ยำใหญ่ใส่สารพัด รสดีด้วยน้ำปลา ๏ ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม โอชาจะหาไหน ๏ หมูแนมแหลมเลิศรส พิศห่อเห็นรางชาง ๏ ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น รสทิพย์หยิบมาโปรย ๏ เทโพพื้นเนื้อท้อง น่าซดรสครามครัน ๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ๏ ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ ใครหุงปรุงไม่เป็น ๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม รอยแจ้งแห่งความขำ ๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด คิดความยามถนอม ๏ ล่าเตียงคิดเตียงน้อง ลดหลั่นชั้นชอบกล ๏ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า เจ็บไกลในอาวรณ์ ๏ รังนกนึ่งน่าซด นกพรากจากรังรวง ๏ ไตปลาเสแสร้งว่า ใบโศกบอกโศกครวญ ๏ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง ผักหวานซ่านทรวงใน
|
นพคุณ พี่เอย เฉียบร้อน พิศวาส หวังนา อกให้หวนแสวง ๚
หอมยี่หร่ารสร้อนแรง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา วางจานจัดหลายเหลือตรา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ เจือน้ำส้มโรยพริกไทย ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง พร้อมพริกสดใบทองหลาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ เป็นมันย่องล่องลอยมัน ของสวรรค์เสวยรมย์ ทำน้ำยาอย่างแกงขม ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น รสพิเศษใส่ลูกเอ็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ แกงคั่วส้มใส่ระกำ ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์ นอนเตียงทองทำเมืองบน ยลอยากนิทรคิดแนบนอน รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง โอชารสกว่าทั้งปวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน ดุจวาจากระบิดกระบวน ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ๚
|
๏ ๏ เห่ชมเครื่องหวาน ๏ ๏
๏ สังขยาหน้าไข่คุ้น แกมกับข้าวเหนียวสี เป็นนัยนำวาที แถลงว่าโศกเสมอพ้อม
๏ สังขยาหน้าตั้งไข่ เป็นนัยไม่เคลือบแคลง ๏ ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ วิตกอกแห้งเครือ ๏ ลำเจียกชื่อขนม ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย ๏ มัศกอดกอดอย่างไร กอดเคล้นจะเห็นความ ๏ ลุดตี่นี้น่าชม โอชาหน้าไก่แกง ๏ ขนมจีบเจ้าจีบห่อ นึกน้องนุ่งจีบกราย ๏ รสรักยักลำนำ คำนึงนิ้วนางเจียน ๏ ทองหยิบทิพย์เทียมทัด หลงหยิบว่ายาดม ๏ ขนมผิงผิงผ่าวร้อน ร้อนนักรักแรมไกล ๏ รังไรโรงด้วยแป้ง โอ้อกนกทั้งปวง ๏ ทองหยอดทอดสนิท สองปีสองปิดบัง ๏ งามจริงจ่ามงกุฏ เรียมร่ำคำนึงปอง ๏ บัวลอยเล่ห์บัวงาม ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล ๏ ช่อม่วงเหมาะมีรส คิดสีสไลคลุม ๏ ฝอยทองเป็นยองใย คิดความยามเยาวมาลย์
|
เคยมี โศกย้อม สมรแม่ มาแม่ เพียบแอ้อกอร ๚
ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ แทรกใส่น้ำกะทิเจือ ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย นึกโฉมฉมหอมชวยโชย โหยไห้หาบุหงางาม น่าสงสัยใคร่ขอถาม ขนมนามนี้ยังแคลง แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย งามสมส่อประพิมพ์ประพาย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน ประดิษฐ์ทำขนมเทียน เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม สามหยิบชัดน่าเชยชม ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง เหมือนนกแกล้วทำรังรวง ยังยินดีด้วยมีรัง ทองม้วนมิดคิดความหลัง แต่ลำพังสองต่อสอง ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง สะอิ้งน้องนั้นเคยยล คิดบัวกามแก้วกับตน สถนนุชดุจประทุม หอมปรากฏกลโกสุม หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน เย็บชุนใช้ไหมทองจีน ๚
|
๏ ๏ เห่ชมผลไม้ ๏ ๏
๏ ผลชิดแช่อิ่มโอ้ หอมชื่นกลืนหวานใน รื่นรื่นรสรมย์ใด หวานเลิศเหลือรู้รู้
๏ ผลชิดแช่อิ่มอบ รสไหนไม่เปรียบปาน ๏ ตาลเฉาะเหมาะใจจริง คิดความยามพิสมัย ๏ ผลจากเจ้าลอยแก้ว จากช้ำน้ำตากระเด็น ๏ หมากปรางนางปอกแล้ว ยามชื่นรื่นโรยแรง ๏ หวนห่วงม่วงหมอนทอง คิดความยามนิทรา ๏ ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น หวนถวิลลิ้นลมงอน ๏ พลับจีนจักด้วยมีด คิดโอษฐ์อ่อนยิ้มยวน ๏ น้อยหน่านำเมล็ดออก มือใครไหนจักทัน ๏ ผลเกดพิเศษสด คำนึงถึงเอวบาง ๏ ทับทิมพริ้มตาตรู สุกแสงแดงจักย้อย ๏ ทุเรียนเจียนตองปู เหมือนศรีฉวีกาย ๏ ลางสาดแสวงเนื้อหอม กลืนพลางทางเพ่งพิศ ๏ ผลเงาะไม่งามแงะ หวนเห็นเช่นรจนา ๏ สละสำแลงผล ท่าทิ่มปิ้มปืนกาม
|
เอมใจ อกชู้ ฤๅดุจ นี้แม่ แต่เนื้อนงพาล ๚
หอมตรลบล้ำเหลือหวาน หวานเหลือแล้วแก้วกลอยใจ รสเย็นยิ่งยิ่งเย็นใจ หมายเหมือนจริงยิ่งอยากเห็น บอกความแล้วจากจำเป็น เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตง ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง ปรางอิ่มอาบซาบนาสา อีกอกร่องรสโอชา อุราแนบแอบอกอร เรียกส้มฉุนใช้นามกร ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน ทำประณีตน้ำตาลกวน ยลยิ่งพลับยับยับพรรณ ปล้อนเปลือกปอกเป็นอัศจรรย์ เทียบเทียมที่ฝีมือนาง โอชารสล้ำเลิศปาง สางเกศเส้นขนเม่นสอย ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย เนื้อดีดูเหลือเรืองพราย สายสวาทพี่ที่คู่คิด ผลงอมงอมรสหวานสนิท คิดยามสารทยาตรามา มล่อนเมล็ดและเหลือปัญญา จ๋าเจ้าเงาะเพราะเห็นงาม คิดลำต้นแน่นหนาหนาม นามสละมละเมตตา ๚
|
๏ ๏ เวนิสวาณิช ๏ ๏
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖
๏ อันว่าความกรุณาปราณี
จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
เป็นสิ่งดีสองชั้นพลันปลื้มใจ
แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล
เป็นกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น
เจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระกรุณา
ประดุจทรงวราภรณ์สุนทรสวัสดิ์
เรืองจรัสยิ่งมกุฏสุดสง่า
พระแสงทรงดำรงซึ่งอาชญา
เหนือประชาพสกนิกร
ประดับพระวรเดชวิเศษฤทธิ์
ที่สถิตอานุภาพสโมสร
แต่การุณยธรรมสุนทร
งามงอนกว่าพระแสงอันแรงฤทธิ์
เสถียรในหฤทัยพระราชา
เป็นคุณของเทวาผู้มหิทธ์
และราชาเทียมเทพอมฤต
ยามบพิตรเผยแผ่พระกรุณา
จบบทท่องจำชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๒ ครับ
อ่านอาหาร หิวข้าวจังเลย ทุกวันนี้ ภัตราคาร เป็นหลัก ผลไม้ก็ตามฤดูกาล มีอะไรในช่วงไหน ก็กินอันนั้น ขนมก็กินแบบสะดวก สำเร็จง่าย ไม่เลือกของไทย เพราะมันหวาน เดี๋ยวจะเป็นโรคหนักหวาน
แต่ขอชมเชย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า รัชการที่ 2 ที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ ในขณะนั้นสุนทรภู่ ก็อยู่ ในช่วงนั้น รัชการที่ 2 แต่งเรื่องรามเกียรติไม่จบ เลยได้สุนทรภู่มาช่วย
ส่วนเรื่องแต่งอาหารหวานคาว ผลไม้จะเห็นลีลาการแต่งกลอน ที่เปรียบเทียบ กับนั่นกับนี่ เก่งจริงนะ
แต่มาถูกจับในรัชการที่ 3 หลังจากนั้น ก็ไม่มีกลอนอีก มีก็สู้ไม่ได้
ทุกวันนี้ คนแต่งกลอนกันได้ง่ายๆ จับตัวนั้นมาใส่ตัวนี้ ให้คล้องกัน ส่วนจะแปลได้หรือเปล่านั้นไม่รู้ ไม่นิยมแบบนี้ ต้องคล้องจอง สัมผัสด้วย และที่สำคัญ ต้องมีความหมายและไพเราะห์ ซึ้ง ๆๆ หวาน
๏ ๏ เวนิสวาณิช ๏ ๏
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖
๏ อันว่าความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน
เป็นสิ่งดีสองชั้นพลันปลื้มใจ แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล
แสดงว่าในรัชการที่ 6 เริ่มมีคนเก่ง แต่จะมีใครบ้างนั้น ก็ไม่ต้องไปค้นหาหรอก แสดงความคิดเห็นเฉยๆ เขาอยากให้เรารู้แค่นี้ ก็แค่นี้แหละ
อันที่เราอยากรู้ ปัจจุบัน แต่ก็หาได้ไม่ยาก ค้นในเวบได้ ก็เลยเฉยๆดีกว่า รู้มาก ก็แก่มาก เข้าใจ๊
รู้มาก ก็แก่มาก
แก่ความรู้นะครับ (ส่วนอายุ เป็นเพียงตัวเลข ฮ่าฮ่า)