คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์

บ้านเมืองในอดีตกับปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ความเจริญทางวัตถุถูกเข้ามาแทน แต่สิ่งที่โดดเด่นและมีคุณค่ายิ่งทางสถาปัตยกรรมคือสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือนเก่า ๆ ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปเท่าไร เพราะจากสภาพสังคมเมือง วิถีชีวิตของคนลำพูนที่ยังคงสภาพเดิมพบเห็นได้โดยทั่วไปและค่อนข้างจะสมบูรณ์ คุ้มต้นแก้วหรือคุ้มเจ้าราชสัมพันธ์วงษ์ลำพูนสร้างขึ้นเมื่อปี 2455ในสมัยเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ 10 ( พ.ศ.2454 – 2486) ซึ่งตรงกับรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เป็นเรือนพักอาศัยของเจ้าราชสัมพันธวงษ์กับเจ้าหญิงส่องหล้าสัมพันธวงษ์ และบุตรธิดา ซึ่งเจ้าหญิงส่องหล้าเป็นธิดาของเจ้าอินทยงยศโชติ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 9 และเจ้าแม่รถแก้ว เจ้าหญิงส่องหล้าเป็นน้องของเจ้าหญิงมุกดา และเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์ที่ 10 เจ้าหญิงส่องหล้าสมรสกับเจ้าราชสัมพันธวงษ์ ( พุทธวงษ์ ณ เชียงใหม่ ) มีบุตรธิดารวมกัน 9 คนได้แก่ เจ้าหญิงรวงคำ เจ้าสุรกัณทร เจ้าวรดิษฐ์ เจ้าฤทธิ์วงษ์ เจ้าพงศ์สว่าง เจ้าสว่างสวัสดิ์ เจ้าหญิงสรวงแก้ว เจ้าหญิงฤทธิดา และเจ้ามานุรัตน์
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2488 ) กลุ่มพ่อค้าชาวจีนในลำพูน ได้ซื้อคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ลำพูนและได้ใช้เป็นสถานที่พบปะพูดคุยกับกลุ่มพ่อค้าชาวจีนด้วยกันและใช้อาคารสถานที่เปิดสอนภาษาจีนเป็นหลักและเปิดสอนวิชาอื่น ๆ เช่นวิชาคำนวณ ตั้งแต่ประถมปีที่ 1 – 4 ชื่อโรงเรียนหวุ่นเจิ้ง ( เจริญและเที่ยงธรรม ) เปิดสอนได้ประมาณ 4 ปี จนถึงปีพ.ศ. 2492จึงได้ปิดกิจการด้วยเหตุผลทางการเมือง 3 ปีต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนหวุ่นเจิ้งเป็น โรงเรียนมงคลวิทยา และเปลี่ยนหลักสูตรการสอนตามแบบกระทรวงศึกษาธิการและเลิกสอนภาษาจีน ในช่วงแรกโรงเรียนมงคลวิทยาเปิดทำการสอนในสภาพที่ลำบาก จนกระทั่งครูเซี้ยง หรือนายถาวร เลาหกุล ได้เข้ามาดำเนินกิจการและบริหารต่อโดยเช่าอาคารสถานที่จากสมาคมชาวจีนในลำพูนเดือนละ 200 บาท และเจริญขึ้นตามลำดับจึงได้ขยายกิจการและซื้อที่ดินสร้างโรงเรียนแห่งใหม่บริเวณทุ่งนาบ้านสันมหาพน จำนวน 5 ไร่ เปิดทำการเรียนการสอนแห่งใหม่ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2529 เป็นต้นมา ต่อมาถูกทิ้งรกร้างได้มีนักธุรกิจได้มาเช่าอาคารเปิดร้านอาหารคุ้มต้นแก้ว, ช่อชมวงและปิดกิจการไปจนกระทั่งสถานีวิทยุอสมท จังหวัดลำพูน FM 96.5 MHz.ได้ขอเช่าพื้นที่คุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์เป็นอาคารที่ทำการส่งกระจายเสียงจนกระทั่งหมดสัญญาลงเมื่อปี พ.ศ.2548
ปัจจุบันมีอายุครบ 96 ปี (ปีพ.ศ.2551) ถือเป็นคุ้มเจ้าเพียงไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ในเมืองลำพูน เทศบาลเมืองลำพูนและกลุ่มกวงแหวนได้เล็งเห็นถึงความงดงามทางสถาปัตยกรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และมีความสำคัญยิ่งต่อประวัติศาสตร์ จัดตั้งเป็น “พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง”เพื่ออนุรักษ์ตัวอาคารประวัติศาสตร์และเพื่อให้คนลำพูนเกิดจิตสำนึกในการรักท้องถิ่น โดยภายในตัวอาคารได้จัดแสดงเรื่องราว ความเป็นมาจดหมายเหตุของเมืองลำพูน การแสดงสิ่งของเครื่องใช้วิถีชีวิตของชุมชนเมืองในอดีตและส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชนในด้านต่าง ๆตลอดจนสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนได้อีกทางหนึ่งด้วย
บทสัมภาษณ์คุณ นเรนทร์ ปัญญาภู หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง กลุ่มกวงแหวน
ถึงลักษณะอาคารที่โดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม โครงสร้าง

“ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองในปัจจุบันหรือคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงศ์มาอายุ 97 ปี เป็นตัวอาคารเก่าที่ควรอนุรักษ์ ศิลปะร่วมสมัย กลุ่มกวงแหวนและเทศบาลเมืองลำพูนเข้ามาดูแล สร้างกิจกรรม ให้ผู้คนได้เข้าไปศึกษาให้อาคารดูมีชีวิต โดยบรรยายให้ความรู้ผ่านภาพ จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองที่แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านโดยทั่วไป บ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่คนในเมืองเมื่อ 100กว่าปีของลำพูนเป็นอย่างไร ไม่ว่าโรงภาพยนตร์ ร้านค้า ปั๊มน้ำมันสามทหาร ของที่ใช้ โรงเรียน จัดแสดงให้ได้ชม และทิศทางในอนาคตจะเป็นการนำร่องเพื่ออนุรักษ์ตัวอาคาร คุ้ม เก่า บ้านเรือนในพื้นที่อื่น ๆ ของลำพูนต่อไป”
ขอบคุณคววมรู้ ดี ดี จาก http://www.fm100cmu.com/blog/Lanna/content.php?id=77