ทำตามเพื่อน

   

" ตาสว่าง "กลับจากการไปดูตะกอนที่ตกกับตัวนักเรียนโรงเรียนในโครงการโรงเรียนในฝันโรงเรียนดีใกล้บ้านกรณีเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือในส่วนที่รับผิดชอบและขอรับการประเมินตั้งแต่วันที่ 24 กพ.ถึง 13 มีค.52 โรงเรียนล่าสุดจาก เลยเขต 2 ชุมชนภูกระดึง

ผลการประเมินโดยรวม มีทั้งสมหวังทั้งผิดหวังเพราะมีเงื่อนไขต้องซ่อม บ้างก็ซ่อมมาก บ้างก็ซ่อมน้อย แต่ทุกคนเข้าใจในมาตรฐานค่ะ "ตาสว่าง"ไม่อยากให้ใครต้องผิดหวังเพราะเราต้องการโรงเรียนที่เป็นต้นแบบได้ บอกกับสังคมได้ว่าเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝัน วันที่ประเมินโรงเรียนเป็นอย่างไร ?วันต่อๆไปโรงเรียนก็ต้องเป็นอย่างนั้นและดียิ่งๆขึ้นไป ดังนั้นบันทึกหน้านี้จะนำจุดอ่อนที่ทุกโรงเรียนจะต้องนำไปทบทวนก่อนขอรับการประเมินมาให้พิจารณา ....เป็นต้นว่า

1. ครูทุกคนหรือส่วนมากไม่อ่าน ไม่ศึกษาเอกสารเพื่อนร่วมทางสู่ต้นแบบโรงเรียนในฝัน (คู่มือการประเมิน) เอกสารฉบับนี้แจกให้ผู้บริหารตั้งแต่การประชุมใหญ่ที่พัทยา เมิ่อวันที่ 9-11กค.51และลงใน web โรงเรียนในฝัน รวมถึงส่งให้ทุกสพท. Roving Team มีทั้งคำแนะนำและแบบประเมินซึ่งใช้เป็นแนวทางการพัฒนาได้เป็นอย่างดี

2.ครูทุกคนหรือส่วนมากยังไม่เข้าใจว่า " วันที่ขอประเมินเป็นวันรวมตะกอนที่มีอยู่ในตัวนักเรียนที่ท่านสอน ท่านจัดกิจกรรมให้นักเรียนปฏิบัติอย่างเป็นปกติอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นกิจกรรมนำเสนอโดยนักเรียนเพื่อสะท้อนวิธีสอน วิธีการบริหารจัดการทั้งระบบโรงเรียนที่ผ่านมาให้กรรมการพิจารณา " ดังนั้นจึงไม่ได้ดูความพร้อมในทุกจุด ทุกคน ทุกสาระจึงไม่ช่วยกันสะสมตะกอนด้วยการปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนตามคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง

3.หลายโรงเรียนมีความตั้งใจในการทำงาน และไปดูงานการประเมินโรงเรียนอื่น แต่ไม่ดูการประเมินจนจบ ทำให้ไม่รู้ข้อ Comment จึงจำที่เห็นต่อมาประกอบกับไม่ศึกษาคู่มือ เป็นการจำกันต่อมา และทำตามๆกัน ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อคู่มือหรือแบบประเมินโดยเฉพาะไม่ให้ความสำคัญต่อการสะสมตะกอนอย่างจริงจังตามที่กล่าวไว้ในข้อ 1.-2.

4. "ตาสว่าง" พยายามแนะนำใน Blong แนะนำให้อ่าน ให้ตัวอย่าง และให้ถามเป็นการนิเทศทางไกล และมีเงื่อนไขที่ส่งผ่าน Roving Team ว่าถ้าไม่อ่านคำแนะนำไม่เล่า ไม่ถาม ตาสว่างไม่ไปประเมินนะคะ แต่ไม่ได้ผลทั้งหมดค่ะเพราะยืนยันว่าพร้อม แถมบางโรงเรียนขู่นิดๆว่าถ้าไม่มาจะไม่ประเมินตลอดไปเพราะขณะนี้พร้อมมากแล้ว (ใจร้ายจัง) แต่ก็ได้ผลตรงที่ ทำให้"ตาสว่าง"รู้ว่าโรงเรียนในฝันส่วนหนึ่งเปิด Web โรงเรียนในฝันไม่ได้ ไม่รู้จัก ไม่เคยใช้บริการ โดยเฉพาะคุณครูหลายท่าน บางท่านสารภาพว่าใช้ Internet ไม่เป็น ไม่ชอบ แล้วเราจะทำอย่างไรดีเอ่ย? อายุเราไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้Computer ใช้ Internet นะคะ แล้วเราจะเป็นต้นแบบได้ไหมเอ่ย? น่าเป็นห่วงและหนักใจว่าเรื่องการใช้ e-learning ที่ลงทุนแนะนำจังแต่ไม่เป็นไรเพราะเรากำลังช่วยกันกำจัดจุดอ่อน

 5.ประเด็นต่อไปนี้...ตาสว่างเห็นใจทั้งครูและผู้บริหารที่ยังไม่เข้าใจ บ้างก็ไม่อยากเข้าร่วมโครงการฯแต่จำใจต้องเข้า (กรณีนี้ถ้ารู้ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมเป็นทางการ "ตาสว่าง"มีคำแนะนำ) บ้างก็เป็นชาที่ล้นถ้วยแล้ว บ้างก็ชินกับวิธีเดิมๆ บางก็คิดว่าเป็นไฟไหม้ฟาง (ก็มันมีตัวอย่าง) ฯลฯ  ที่กล่าวมานี้ไม่อาจก้าวล้ำนะคะ โครงการฯก็ต้องเสี่ยงเพราะเราผ่านการทำความเข้าใจกันมาจนนับไม่ถ้วนแล้ว และจากนี้จะขอทำความเข้าใจด้วยผลงานของต้นแบบฯ การทำงานกับความรู้สึกที่ฝังแน่นคงใช้เวลาและผลงานและแล้วแต่วาสนา

ต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่น่าพิจารณา และคงจะรับเป็นต้นแบบไม่ได้

1. วันประเมินโรงเรียนไม่สะอาดโดยเฉพาะห้องเรียน หนังสือเก่าๆกระดาษเก่าๆ อุปกรณ์ชำรุดทรุดโทรม เป็นการแสดงถึงการปล่อยปละละเลย ทอดทิ้งเรื่องความสะอาด ความมีระเบียบมานาน ถ้าเราทำมาตลอดเป็นนิสัย ไม่ต้องทุ่มทุนไม่ใช่หรือค่ะ  โรงเรียนเป็นโรงเรียนในฝันหรือไม่ก็ต้องสะอาด ใช่ว่าโรงเรียนในฝันจะหวือหวา ความสะอาดเป็นมรดกของคนไทยค่ะไม่ใช่ทำอะไรตามใจคือไทยแท้ เราเปลี่ยนความคิดกันเถอะ โรงเรียนในฝันจะเป็นต้นแบบค่ะ  นักเรียนควรได้เรียนในบรรยาศห้องที่น่าเรียน โรงเรียนที่น่าอยู่

2.โรงเรียนไม่เปิดห้องเรียนทุกห้องให้ประเมิน แต่การประเมินเราขอดูทุกห้อง ขอดูประสิทธิภาพสื่ออุปกรณ์ที่อยู่ในห้อง โรงเรียนใดที่เคยรับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆเป็นต้นแบบโครงการต่างๆเช่นก่อนประถมฯ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรูดีเด่น เป็นครูคศ.3 การประเมินจะช่วยยืนยันความเป็นต้นแบบหรือความดีให้อีกทางหนึ่ง เช่น ได้รับรางวัลจากสารณสุขก็ต้อง Ok เรื่องสุขภาพอานามัย ความสะอาด ทุกจุดห้องส้วม โรงอาหาร แบบประเมินโรงเรียนในฝันอยู่ในข้อ 5 ค่ะ ยิ่งดีมาก เรายิ่งดูมากเพื่อช่วยยืนยันความดี ทุกอย่างต้องไปด้วยกันค่ะ ทั้งรางวัลและสภาพจริง

3.โรงเรียนให้นักเรียนจำนวนหนึ่ง(จำนวนน้อย)มาแสดงความสามารถ ซึ่งความเป็นจริงเราประเมินนักเรียน 2กลุ่ม คือกลุ่มเจาะจง (กลุ่มที่นำเสนองาน) กลุ่มทั่วไป(ทุกคน) น่าเสียดายบางโรงเรียน มีนักเรียน 200-300 คน โรงเรียนให้นักเรียนส่วนมากนำเสนอการแสดง (เด็กๆชอบผู้ปกครองก็ชอบ ดีค่ะไม่เป็นไรเพราะกรรมการจะประเมินทุกกิจกรรมโดยติดตามพูดคุยกับนักเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้) และให้นักเรียนส่วนมากที่ร่ายรำหรือนำเสนอกิจกรรมการแสดง เสนอกิจกรรมที่ไม่สะท้อนตะกอนด้านคุณภาพเท่าที่ควร  เมื่อกรรมการตามไปพูดคุยนักเรียนตอบไม่ได้ สื่อสารภาษาอังกฤษเล็กน้อยไม่ได้ ไม่ชอบใช้ห้องสมุด บางคนใช้ Computerไม่ถึง10 ครั้งใน 1 ภาคเรียน เราคงรับเป็นต้นแบบไม่ได้           "ตาสว่าง " คิดว่าที่เป็นเช่นนี้มาจากเหตุในข้อ 1ที่กล่าวข้างต้น  ประเด็นนี้ตาสว่าง ได้ยินผอ.โรงเรียนหนึ่งที่ขอนแก่น พูดกับครูว่า "ผมว่าพวกคุณ มัวเสียเวลากับการซ้อมการแสดง ซ้อมรำนักเรียนมากกว่าการ ฝีกการอ่าน การใช้ห้องสมุด การเข้าLab การใช้ Computer ..." คำพูดนี้เป็นการสะท้อน Concept สะท้อนวิสัยทัศน์ ของผอ.เป็นอย่างดี และจากคำพูดของผอ.ท่านนี้แหละทำให้"ตาสว่าง " ต้องบันทึกเรื่อง มากำจัดจุดอ่อนกันเถอะ ติดตามตอน 2 และต่อๆไปค่ะ

ด่วน ****โปรดอ่านบันทึกของผอ.บรรจง ปัทมาลัย จากเขียงกลมวิทยา เลย เขต1 เพราะท่านมีข้อเสนอแนะในการใช้โปรแกรมจาก Saver เป็นการกำจัดจุดอ่อนของการนำเสนอที่น่ารับฟังมาก