ลำตัดเป็นการแสดงที่มาจากการแสดงบันตนของแขกมลายู ลำตัดจึงมีลักษณะ “ ตัด” และเฉือนกันด้วยเพลงลำ

เมื่อพูดถึงศิลปะพื้นบ้านของไทยที่เรียกกันว่า ลำตัด นั้น แม่ต้อยยอมรับว่าได้มีโอกาสได้ดูการแสดงไม่บ่อยนัก การแสดงสดๆนั้นบอกได้เลยว่าไม่เคยได้ดูจริงๆ เท่าที่จำได้ก็ จะเป็นการแสดงทางโทรทัศน์เสียมากกว่า และทุกครั้งที่ได้ดู ก็จะต้องอดนึกชมในไหวพริบ ความเฉียบคมของผู้เล่นเป็นอย่างมากที่มีทักษะ ทางด้านภาษาไทย โดยเฉพาะการด้นกลอนสดๆ ตอบโต้กันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งท่วงท่าการร่ายรำประกอบของผู้เล่นด้วยแล้ว ทำให้การแสดงมีเสน่ห์ และสนุกสนาน เพลิดเพลินเป็นอย่างยิ่ง

       แต่ถึงแม้ว่าจะชื่นชอบแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดว่า แม่ต้อยจะต้องมาเล่นลำตัดกับเขา.. ไม่เคยคิดจริงๆ

       จนกระทั่ง ก่อนการประชุม National forum ครั้งที่๑๐ นี่แหละคะ น้องๆมาบอกว่า แม่ต้อยต้องเป็นหัวหน้าทีม เล่นลำตัดกับทีม รพ.สมุทรสาคร พร้อมกับยื่นบทกลอนยาวเหยียดมาให้แม่ต้อยไว้ท่องจำ อย่างที่หมดหนทางขัดขืน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีการแสดงนำ ก่อน การประชุมแน่ๆ( เป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่าทุกปีก่อนเปิดการประชุมวิชาการ ทาง พรพ.จะมีการแสดงเพื่อเชื่อมเข้าสู่สาระการประชุมเสมอ )

       เอาละสิ.. เอาละสิ.. ต้องใช้สำนวนว่า..งานเข้าอีกแล้ว

ก่อนที่จะเล่นแม่ต้อยจึงไปค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องลำตัดเพื่อเพิ่มเติมความรู้อันมีอย่างน้อยนิด มาจึงขอนำมาเล่าต่อดังนี้นะคะ

       ลำตัดเป็นการแสดงที่มาจากการแสดงบันตนของแขกมลายู ลำตัดจึงมีลักษณะ ตัด และเฉือนกันด้วยเพลงลำ  การว่าลำตัดจึงเป็นการว่าเพลงลับฝีปากของฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง จริงๆแล้วจะมีทั้งบท เกี้ยวพาราสี ตัดพ้อต่อว่า แทรกลูกขัดคอ ลุกหยอดให้ตลกเฮฮากัน  สำนวนกลอนออกนัยยะเป็นสองแง่สองง่าม เครื่องดนตรีจะมีกลองรำมะนา ฉิ่ง วิธีแสดงจะมีต้นเสียง ร้องก่อน โดยส่งสร้อยให้ลุกคู่ร้องรับ แล้วจึงด้นกลอนเดินความ เมื่อลง ลุกคู่ก็จะรับด้วยสร้อยเดิม พร้อมกับตีรำมะนาและฉิ่งรับ.

.(ข้อมูลจากwebsite คลังปัญญาไทย)

      

โอ้โห..ยาก นะเนี่ย จะไหวไหม..จะมีเวลาซักซ้อมกันอย่างไร..รู้สึกหนักใจยิ่งนัก

แม่ต้อยคร่ำครวญในใจ โดยมีน้องๆเป็นกองเชียร์อยู่ข้างหลัง( เป็นกองเชียร์ ก็ดีอย่างนี้แหละคะ)

       แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเดินไปข้างหน้าไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้ มีการนัดวันซ้อม ก่อนแสดงเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ในวันซ้อม ทีมรพ.สมุทรสาคร มากันพร้อมหน้า พอแม่ต้อยได้ฟังเขาร้องเป็นตัวอย่างแล้วแทบถอดใจเลย น้องๆมีทักษะดีมาก เสียงเพราะจับใจ ไม่น่าเชื่อว่า คุณหมอ  คุณพยาบาล คุณเภสัชกร ที่นี่มีพรสวรรค์ที่อยู่ข้างในตัวที่เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน

       เมื่อแม่ต้อยและทีมทางพรพ.มาฝึกหัดร้องบ้าง แม่ต้อยรู้สึกว่ามันช่างฝืดๆ เสียจริง ..ทำไงดี ทำไงดี

แต่สิ่งที่ทำให้เรามีความมุมานะ เพราะว่า งานนี้ ไม่ได้มีแม่ต้อยคนเดียวที่เป็นหน่วยกล้าตาย แต่มีคุณหมอกิตตินันท์ อาจารย์เรวดี  อาจารย์ผ่องพรรณ พอลล่ามาร่วมกันขายหน้าเป็นทีม ( ฮ่าๆๆๆๆ)

ซ้อมหนักๆๆ บทก็ยาวจัง

       แต่ว่า สักครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ร่วมกันอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านของไทย แม่ต้อยก็พร้อมที่จะสู้ 555555

      

       อย่าให้แม่ต้อยเล่าเลยนะคะ ว่าเมื่อได้ขึ้นไปเล่นแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพราะยังไม่อยากนึกถึงเลยคะ

      

เป็นเรื่องเล่าแบบสบายๆในวันหยุดนี้นะคะ

สวัสดีคะ