เมื่อวานระหว่างนั่งรอการเช็คสภาพรถ ก็ได้หยิบหนังสือพิมพ์มติชนมานั่งอ่าน เจอบทความเรื่องหนึ่งน่าสนใจมากครับ อ่านแล้วยกมือสนับสนุนเลยทีเดียว (สนับสนุนคนเขียนครับ) เป็นบทความเรื่อง มอง "ปัญหาชายแดนใต้" ผ่านสื่อมุสลิมโลก โดย ศราวุฒิ อารีย์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่เห็นด้วยมากๆ คือ ผู้เขียนสะท้อนภาพแนวคิดการดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตรงกับที่ผมรับรู้จริงๆ (ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าถูกหรือเปล่านะครับ) ผมเป็นคนปักษ์ใต้ครับ คนสตูลที่คล้ายกับคนใต้อื่นๆ คือ ชอบพรรคประชาธิปัตย์เหมือนกัน เพียงแต่หลายส่วนของแนวคิดพรรคที่ยังมีไม่ถูกโฉลกกับผมเหมือนกัน

ผู้เขียนบทความนี้นำเสนอนโยบายและการดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีตที่เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสามจังหวัดได้อย่างชัดเจนครับ ปัญหาการนำพระพุทธรูปไปไว้ในโรงเรียน แล้วก็บังคับให้นักเรียนไหว้ อันนี้จำได้เลยครับว่า ผมก็อยู่ในโรงเรียนตอนนั้นและมีสภาพเดียวกันคือ ตอนพักเที่ยง จะออกไปทานข้าว ต้องยกมือไหว้ครู ในขณะที่ครูเอาพระพุทธรูปมาตั้งอยู่ข้างหน้าท่าน แล้วก็มีการประท้วงกันขนานใหญ่ ปัญหาฮีญาบที่วิทยาลัยครู อันนี้มีนักวิชาการมุสลิมในปัจจุบันหลายท่านร่วมในเหตุการณ์ (ไม่บอกชื่อแล้วกัน) ซึ่งนโยบายเหล่านี้สอดคล้องกับนโยบายของพรรคในการเลือกผู้สมัครลงเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตเช่นกัน

ผมมองต่อไม่ออกครับ ว่า รัฐบาลชุดนี้จะชักชวนคนที่ตัดสินใจไม่คุยแล้ว มานั่งคุยกันได้อย่างไร และผมก็คิดว่า คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้เกิดการคุยกันไปจนถึงขั้นบรรลุข้อตกลง แต่ผมมองว่า การดำเนินการขั้นต่อๆ ไปเกี่ยวกับคนในพื้นที่สามจังหวัดเพื่อให้เกิดชุมชนที่เข้มแข็งและให้ความร่วมมือกับรัฐนั่นทำได้ง่ายกว่า เพียงแต่ต้องเช็คก่อนนะครับว่า ปัจจุบันประชาธิปัตย์คิดและทำอย่างไรในพื้นที่นี้

ผมเชื่อว่า คนประชาธิปัตย์ไม่กลัวกับพื้นที่นี้ครับ เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา ขนาดเที่ยงคืนแล้ว ลุงชวนยังนั่งรถหาเสียงอยู่ที่นราธิวาสเลย (แฮะแฮะ อันนี้มีคนเล่าให้ผมฟัง) แสดงว่าให้วางระเบิด ให้เกิดอะไรขึ้น คนประชาธิปัตย์ยังกล้าหาเสียงในพื้นที่ครับ ดังนั้นตอนเป็นรัฐบาลแล้วก็คงจะกล้ามาแก้ไขปัญหาให้แน่ เพียงแต่จะใช้อะไรเป็นเครื่องมือในการแก้ไข ซึ่งผมก็คิดได้ว่า ถ้าหากใช้มุมมองของการกลมกลืน การผสมผสานทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ คงไม่มีธงชัยให้เห็นแน่ครับ เพราะผมมองไปที่ว่า การแก้ไขต้องใช้คำว่า ปลดปล่อย สร้างเสรีภาพทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์มากกว่า

จบแล้วกันครับ (ไม่ได้ให้เห็นด้วยกับความคิดเห็นของผมนะครับ)