สะท้อนมุมมองเหรียญสองด้าน

งานยาเสพติด โรงพยาบาลวังสะพุง ได้ดำเนินงานยาเสพติดในปีงบประมาณ 2551    ซึ่งผลการดำเนินงานการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด แบบจิตสังคมบำบัดในสถานบริการที่ผ่านมา  มีผู้เข้ารับการบำบัดแบบบังคับบำบัด จำนวน 12 คน และระบบสมัครใจ จำนวน 26 คน  ผู้ติดสารเสพติดกลุ่มนี้  ในฐานะที่พวกเขาเป็นมนุษย์  มีพลังในทางความคิด  มีศักยภาพ ควรต้องนำพลังนี้มาใช้ในระดับที่เป็นปัจเจกบุคคล   เป็นสมาชิกของครอบครัว และ สมาชิกของประเทศ

การคืนคนดีสู่สังคม เป็นวาทกรรมทางสังคม เป็นเครื่องมือวิธีการหนึ่ง ที่คลินิกบำบัดยาเสพติดของสถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับยาเสพติดนำมาใช้หลังจากเสร็จสิ้นการบำบัดรักษา      ซึ่งคลินิกยาเสพติด โรงพยาบาลวังสะพุงได้นำกิจกรรมดังกล่าวมาทำพิธี  เมื่อวันที่  3   กุมภาพันธ์   2552     ศาลาวัดพัทธสีมาราม    โดยมีหน่วยงานราชการ เช่น สถานีตำรวจอำเภอวังสะพุง  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  เจ้าหน้าที่งานยาเสพติดของโรงพยาบาลวังสะพุง  นอกจากนี้ยังมี กลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดทั้งที่อยู่ระหว่างการบำบัด และการติดตามการบำบัด พร้อมครอบครัว  รวมจำนวนทั้งหมดประมาณ 30 คน  เข้าร่วมกิจกรรมพิธีคืนคนดีสู่สังคม   ด้วยการดำเนินกิจกรรมเริ่มต้นโดยการฉายวิดิทัศน์  จากนั้นทุกคนร่วมสวดมนต์ไหว้พระ เสร็จแล้วทำพิธีสัจจะอธิษฐาน พระสงค์สวดชยันโต จำนวน 3 รูป  และพิธีส่งมอบผู้เข้ารับการบำบัดคืนผู้ปกครอง  เมื่อจบพิธีการนี้ผู้ติดสารเสพติด ซึ่งเข้ารับการบำบัดนี้ ได้กลายเป็นแกนนำป้องกันยาเสพติดในชุมชน ที่จะต้องเปลี่ยนแนวคิดทางลบเป็นด้านบวก และเพื่อที่จะสังคมให้โอกาสกับคนเหล่านี้

ก่อนที่ผู้ติดสารเสพติดจะผ่านพิธีคืนคนดีสู่สังคมนั้น พวกเขาเหมือนโดนประทับตราบาปที่สังคมตีตราให้แก่พวกเขา  อันเนื่องมาจากการมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานสังคม  โดยมุมมองของคนหลายๆกลุ่มที่มีทัศนคติด้านลบ ในชีวิตประจำวัน บุคคลที่มีคุณลักษณะของตนต่างไปจากคุณลักษณะที่สังคมคาดหวัง จะรู้สึกว่าตนเองมีมลทิน ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่จากผู้อื่น  ถูกมองเพียงด้านเดียวของเหรียญ จึงทำให้เป็นคนที่ถูกสงสัย เป็นกลุ่มแรกเมื่อเกิดเหตุการณ์ในการลักขโมยทรัพย์ โดยลืมมองอีกด้านหนึ่งของเหรียญ ที่มีทั้งพลัง   ศักยภาพ และความหวัง ซึ่งผู้ติดสารเสพติดมีอยู่ภายใน    ดังคำกล่าวของ ยุทธ (นามสมมุติ) เด็กหนุ่มวัย 19 ปี   เขาเป็นคนหนึ่งที่ผ่านพิธีคืนคนดีสู่สังคม     เล่าให้ฟังว่า

  ผมดีใจ ที่ผมได้รู้จักคนมากขึ้น  แล้วผมก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดมันไม่ดีกับตัวเราเอง  และผมก็ดีใจที่ผมได้มาบำบัดกับคุณหมอครับ ผมภูมิใจที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับยาเสพติดยาบ้า  เมื่อผมจบการบำบัด ผมจะได้ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวครับ  ผมหวังว่าผมต้องทำให้ได้ ผมจะพยายามมากขึ้น  แล้วผมก็วางโครงการไว้ในชีวิตของผมนี้ไว้ว่าผมจะตั้งใจทำสิ่งดีๆ  และผมก็จะไม่ยุ่งกับยาเสพติดอีก  ผมต้องทำให้ได้ และผมก็ต้องไปทำงานช่วยพ่อแม่  แล้วผมก็จะไปทำงานอย่างอื่นอีก จนกว่าผมจะได้สิ่งดีๆนั้นมา

ยังมีอีกด้านหนึ่งของเหรียญที่หลายๆคนมองไม่เห็นนั้น  พวกเขาเหล่านี้มีเป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิต  ซึ่ง ชนะชัย(นามสมมุติ)  หนุ่มโสดวัย 25 ปี ได้เล่าถึงความสำเร็จของชีวิตที่เขาภูมิใจมากที่สุดในชีวิต   เขาเล่าว่า  ความสำเร็จในชีวิตของผมก็คือ  ผมได้ทำงานที่น้ำประปาในหมู่บ้าน ซึ่งทำให้ผมไม่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดอีก  ได้อยู่กับพ่อแม่  พี่น้อง และเพื่อนๆ มันเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบและได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ถึงแม้ว่าการคืนคนดีสู่สังคม จะเป็นเพียงวาทกรรมทางสังคมหรือเป็นเครื่องมือวิธีการก็ตาม   พิธีการคืนคนดีสู่สังคม นั้นสามารถสะท้อนแนวคิดด้านบวกให้กับ กลุ่มคนหลายๆคน หลากหลายอาชีพรวมทั้งบุคลากรทางสาธารณสุขเอง ที่มีทัศนคติมุมมองเพียงด้านใดด้านหนึ่งของเหรียญ   อยากกระตุ้นเตือนสะกิด ให้บุคลากรที่ทำงานด้านยาเสพติดได้มีมุมมองรอบด้าน ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นในความเป็นมนุษย์ที่มีพลังความคิด   ศักยภาพ และความรู้สึกดีงามในจิตใจ