หลังการประชุม คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ที่มี ศ. ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นประธาน ที่ สกศ. เย็นวันที่ ๖ มี.ค. ๕๒ ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองท่านหนึ่งมาบอกผมว่า กกอ. ควรมีนโยบายคุมกำเนิดสถาบันอุดมศึกษา เพราะเวลานี้มีจำนวนสถาบันมากเกินไปแล้ว จำนวนสถาบันอุดมศึกษาภายใต้ สกอ. ๑๖๕ สถาบัน ที่ไม่อยู้ใต้ สกอ. อีกหลายสิบ รวมแล้วเวลานี้ที่นั่งเรียนในมหาวิทยาลัยมีมากกว่าจำนวนผู้เข้าเรียนแต่ละปีประมาณเท่าตัว
ท่านบอกว่า สถาบันอุดมศึกษาที่ยังตั้งใหม่กันอยู่นั้น เกือบทั้งหมดเน้นผลิตบัณฑิตในสาขาที่ผลิตมากเกินอยู่แล้ว และในระบบอุดมศึกษาปัจจุบัน มีลักษณะ supply creates demand กระตุ้นให้คนตะเกียกตะกายเรียนเพื่อปริญญา ทั้งๆ ที่ความรู้ที่ได้คุณภาพต่ำ เอาไปทำงานแทบไม่ได้ ท่านบอกว่า หากยังปล่อยเสรีให้ตั้งมหาวิทยาลัย ใหม่ได้หากดำเนินการได้ครบตามเกณฑ์ บ้านเมืองจะเสียหายมาก
นี่คือคำถามหนึ่ง ของการวิจัยระบบอุดมศึกษา ที่คณะอนุกรรมการวิจัยระบบอุดมศึกษาน่าจะหยิบไปดำเนินการ
แต่ในชั้นนี้ ผมเอามาตั้งวงเสวนา ลปรร. กันเสียก่อน ว่ามิตรสหายใน Gotoknow มีความเห็นอย่างไร มีประสบการณ์ข้อดีข้อเสียของการมีสถาบัน อุดมศึกษาเปิดใหม่อย่างไรบ้าง หากมีนโยบายคุมกำเนิดควรมีลักษณะอย่างไร อย่าลืมนะครับ การคุมกำเนิดไม่ใช่การทำหมัน
วิจารณ์ พานิช
๗ มี.ค. ๕๒
เอาผลประเมิน คุณภาพ สถาบัน เผยแพร่ ให้ประชาชน
ค่าใช้จ่าย ของหลักสูตร บอกเปิดเผย ค้นหาง่าย
ก็ช่วยคุมกำเนิด โดยผู้เรียน และ ผุ้ปกครอง ที่จะเป็นลูกค้า อีกทางหนึ่ง