การนำดวงจิตไปผูกกับใครหรือสิ่งใดหรือสิ่งหนึ่งแล้วรอคอย ตั้งความหวังกับใครหรือสิ่ง ๆ นั้นเป็น “ทุกข์” น่าดู...

เมื่อเรารอคอยใครสักคนทุก ๆ วินาทีช่างเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้าและยากเย็น
ดวงจิตนั้นก็คอยเฝ้าแต่พะวง วนเวียน วกวนอยู่กับสิ่งที่เรารอคอยอยู่นั้น

เมื่อมาก็ดีใจ เมื่อไม่มีก็เสียใจ ใจฟุ้บ ใจแฟ้บอยู่ตลอดเวลา
เสียงลมพัดตึงก็ตกกระใจว่าเขาหรือใครที่เรารอคอยอยู่นั้นมาหรือยัง

ใจกระกระตุกกับจิตใจที่แตกกระเจิงอยู่นี้ช่างทุกข์นัก
จิตที่ตั้ง alert อยู่กับการรอคอยนั้นไม่ส่งผลดีกับกายเลย

ระบบร่างกายจะรวนเรและแปรปรวน
คนแข็งแรงดีก็พาลจะป่วยจะไข้ไปได้
คนที่ไม่ค่อยแข็งแรงก็จะยิ่งทรุดหนัก

ทำไมหนอจิตใจเราถึงต้องตั้งความหวังกับการ “รอคอย...”
ทำไมเราต้องรอต้องคอยด้วยนะ
นี่แหละเขาเรียกว่า “กรรม”
“อันเป็นกรรมจากการคิด”

ใคร คนใด ที่มักบอกตัวเองว่าสิ่งที่เราคิด เรานึก คนอื่นนั้นไม่รู้
แต่ทว่า... เราก็คนเหมือนกัน เรารู้ เราเก็บ

เก็บไว้เป็น “กรรม...”
กรรมที่ทำให้จิตคอยยึดติด คอยพะวง “จิตนั้นไม่เป็นอิสระ”

จิตที่ไม่อิสระ จิตนั้นย่อมไม่สงบ
วุ่นวาย สับสน อลวนกับการรอคอย

ทำไมถึงตัดความกังวลนั้นออกไปไม่ได้ล่ะ...?
ก็กรรมเราทำไว้เยอะ เราคิดไว้เยอะ เราหวังไว้มาก นี่แหละเป็นกรรมที่เราคิด เป็นเวรจากสิ่งที่เราหวัง

ความหวังนั้นไม่เคยให้ผลตอบแทนกับใครถึงครึ่งหนึ่งถึงความหวัง
เมื่อกล้าหวังก็ต้องกล้าที่จะ “ทุกข์”
ทุกข์เพราะความหวัง ความหวังนั้นจึงเป็นต้นเหตุแห่งความทุกข์
อื่ม... ทุกข์น่าดู ทุกข์น่าดู

เมื่อยังหวังอยู่ เมื่อยังติดอยู่ในความหวัง จักต้องภาวนา ต้องทำจิตนั้นให้หลุดพ้นให้ได้ ต้องทำจิตนั้นให้เป็น “อิสระ”
ต้องหาอุบายแห่งการภาวนาที่เหมาะสมกับจริตของเราให้เจอ

ต้องกลับมาทบทวนศีลเราดูซิว่าบกพร่องตรงไหนไหม..?
ถ้าบกพร่องก็จงรีบแก้ไข รีบปรับปรุงเสียโดยไว

“ยิ้ม” เพื่อเรียกสติ
“ยิ้ม” เพื่อพลิกจิต

เมื่อสติมา จากนั้นจึงหางานให้ “กาย” ทำ
ทำงานออกกำลัง แรงกาย ทำไป ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ
วุ่นก็ทำ ไม่วุ่นก็ทำ ฟุ้งก็ทำ ไม่ฟุ้งก็ทำ
ถ้าจิตวกกลับมาทุกข์กับการรอคอยอีก ก็ “ยิ้ม” อีก จากนั้นก็ทำงานต่อไป “ทำไป ยิ้มไป…” จิตของเราก็จักค่อย ๆ คลายจากความทุกข์

อาการของจิตที่ติดหรือผูกพันธ์กับความหวังนี้เป็นทุกข์อันหนักแท้
มาก็ดีใจ ไม่มาก็เสียใจ ได้ตามหวังก็ดีใจ ผิดหวังก็ยิ่งเสียใจ
ได้หรือไม่ได้ก็คือทุกข์
เพราะการได้นั้นจัดว่าเป็นความสุขอันเป็น “ทุกข์อย่างละเอียด”

โปรดถ่ายถอนความหวังออกจากจิตใจ โดยใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย
หายใจเข้าเพื่อเรียกสติ “สบาย...”
หายใจออกเพื่อปลดปล่อยความทุกข์จากความหวัง “สบาย...”
หากเราทำอย่างนี้ได้เราจะพบความสงบอันแท้จริง...