*

การรอคอยก็เป็นทุกข์ อยู่ดี

ตราบใดมีการรอคอย ก็มีทุกข์ อยู่นั่น

*

และยิ่งทุกข์ทวีหลายเท่า ซ้ำสอง เพราะว่า เราอยากหายทุกข์

*

แต่การเห็นว่า ตราบใดมีความอยาก ก็มีการรอคอย

ทำให้เกิดการปลดปล่อยตนเองได้ในระดับหนึ่ง

*

การเห็นความอยาก คือการตามดูรู้กายใจ เราเอง (เจริญสติ)

เมื่อเห็นตามนี้ตามจริง ก็ทำให้เกิดคล้ายๆตาสว่าง

ทำให้ความอยาก -ค่อยๆเบาลง -ค่อยๆจางลง -สั้นลง -ขาดเป็นช่วงๆเมื่อสติมา

*

และระหว่างช่องว่างนั้นทำให้เกิดความสงบสบายขึ้นอย่างอัศจรรย์

ทำให้อิสระจากการรอคอย จากทุกข์ (ในใจเรานี้เอง)

*

และ ทำให้เห็นความอัศจรรย์ ในคำสอนพระพุทธองค์ ในการปฎบัติตามแค่เจริญสติ

ภาวนาตามเป็นจริง

*

และทำให้ระลึกในบุญคุณพระพุทธองค์ จริงๆ

เมื่อระลึกบุญคุณนี้ทีไรก็เหมือนการปฎิบัติอีกอย่างที่ทำให้ตั้งมั่นเกิดความสงบได้อีกด้วย