การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์

สวัสดีทุกท่านค่ะ     วันนี้พอลล่าเพิ่งกลับมาจากนันทบุรี ค่ะ อิอิ...งงไหมคะ “นันทบุรี” หรือที่เรารู้จักกันว่าจังหวัด”น่าน” นั่นเองค่ะ ดินแดนแห่งล้านนาตะวันออกซึ่งมีความเก่าแก่รุ่นเดียวกับกรุงสุโขทัย มีเจ้าผู้ครองนครสืบต่อกันมารวมทั้งสิ้น 59 พระองค์ น่านมีชื่อเดิมว่า “นันทบุรี หรือ “วรนคร สร้างขึ้นโดยพระยาภูคาในราวพุทธศตวรรษที่ 18 บริเวณที่ราบในเขตตำบลศิลาเพชรหรืออำเภอปัวในปัจจุบัน ต่อมาในสมัยพระยาการเมืองได้รับพระบรมสารรีริธาตุมาจากกรุงสุโขทัย ทรงเลือกดอยภูเพียงแช่แห้งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับย้ายเมืองมาสร้างใหม่ที่บริเวณเชิงดอย และในราวปี พ.ศ.1911 แม่น้ำน่านได้เปลี่ยนทิศทางไหลจึงได้ย้ายเมืองอีกครั้งมาตั้งที่บ้านห้วยไค้ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองน่านปัจจุบัน

              มาเมืองน่านครั้งนี้เหมือนได้มาทัวร์ประวัติศาตร์ของเมืองน่านเลยค่ะ เพราะได้ไปเที่ยวชมวัด และสิ่งที่ขึ้นชื่อของจังหวัดน่านครบถ้วนเลยค่ะ ตามคำขวัญของเมืองน่านดังว่า  

" พระธาตุแช่แห้ง แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์
เสาดินนาน้อย แอ่วดอยภูคา ผ้าลายน้ำไหล มะไฟจีนรสดี
มีเครื่องเงินหลากหลาย เครื่องหวายน่าชม ส้มสีทองเมืองน่าน "

ที่ยังไม่ได้ไปสัมผัสก็เห็นจะเป็นดอยภูคาและมะไฟจีนค่ะ นอกนั้นก็ได้สัมผัสหมดแล้วค่ะ ...เหตุที่ทำให้เราต้องไป...แม่ต้อย พอลล่า และพี่เอียด สามสาว(มีสาวมาก สาวน้อย อิอิ) ใช้เวลาวันครึ่งในการทำกิจกรรมการบริการด้วยหัวใจให้กับชาวสาธารณสุข แพทย์ พยาบาลที่จังหวัดน่านค่ะ จังหวัดนี้ต้องตั้งใจไปถึงจะได้ไปจริงๆ ค่ะ พอลล่าก็ตั้งใจไปค่ะ เพราะว่าเครื่องบินมีแค่วันละ 1 ไฟลท์ เท่านั้นเองค่ะ

เราใช้สถานที่จัดกิจกรรมที่”โรงแรมเทวราช” เราพักที่นี่และทำกิจกรรมที่นี่ด้วยค่ะ เป็นโรงแรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของที่นี่ค่ะ  ผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 120 คน ทีมวิทยากร 3 คน เป็นการยากเหมือนกันที่จะต้องใช้พลังในการควบคุมให้ผู้เข้ารับการอบรมมีสมาธิกับกิจกรรม สิ่งแวดล้อมหลายอย่างที่อาจจะไม่เอื้อให้เกิดความมีสมาธิ เสียงคุย เสียงโทรศัพท์มือถือที่ยังมีดังอยู่เป็นระยะๆ ทั้งๆที่เราได้บอกกล่าว ขอร้องล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่เป็นไร คงมีคนที่สามารถเข้าใจและเปิดใจเรียนรู้กับสิ่งที่เราจะมอบให้ ค่ะ

กิจกรรมนี้เหนื่อยยิ่งกว่าการสอนตาม power point มากมายค่ะ แม่ต้อยว่าอย่างนั้น เพราะการเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนใจคนให้กลับมาทบทวนอยู่กับตัวเองและเกิดตัวตนใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังสูง หากสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อแล้ว เมล็ดพันธุ์แห่งความดีอาจจะงอกงามได้ช้า แต่อย่างไรก็ตามเราได้พบเรื่องราวดีงามมากมายในกลุ่มสนทนา ค่ะ

 
 

การบริการด้วยหัวใจในความคิดของชาวจังหวัดน่านสรุปได้ภาพดังนี้ค่ะ

พยาบาลห้องฉุกเฉินท่านหนึ่งเล่าว่า

ได้ดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุสามคน พ่อ แม่ ลูก ทำให้แม่ตายคาที่ พ่อและลูกสาวไม่ได้สติ ต้องรับไว้ในรพ. เรา คิดว่าต้องดูแลทั้งสองคนให้เป็นอย่างดี จัดให้นอนเตียงใกล้กันไม่แยกจากกันจนกว่าเขาจะฟื้น ระหว่างนั้นมีญาติมาเยี่ยม ได้พูดคุยกับญาติว่าให้ดูแลพ่อกับลูกคู่นี้อย่างใกล้ชิด ดูแลให้เขารู้สึกว่ามีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา ต่อมาลูกสาว ฟื้นก่อน ถามหาแม่ แต่พยาบาลไม่มีใครกล้าบอกเธอ มีแต่เลี่ยงไป เธอได้แต่ร้องไห้หาแม่... หันไปมองดูพ่อ..นอนอยู่เตียงข้างๆ ก็ยังไม่รู้สึกตัว ไม่ฟื้นเสียที....เธอร้องเรียกพ่อ..แม่ ด้วยน้ำตาที่ไหลนอง พยาบาลไม่รู้จะทำอย่างไร ไปปรึกษาจิตแพทย์ แพทย์แนะนำให้บอกความจริง คิดว่าลูกคงจะรู้บ้างแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง พ่อได้ตื่นมา จึงเชิญญาติมาคุย ซึ่งทีมได้เตรียมบอกกับญาติไว้แล้ว ว่าไม่ให้ทำอะไรที่กระทบจิตใจ ต่อมาเราได้บอกความจริงแก่น้อง น้องเสียใจมาก ร้องไห้.. แต่น้องได้รับการดูแลจากพ่อ ทีมพยาบาล หมอและ ญาติทำให้เธอผ่านพ้นวิกฤตในชีวิตของเธอมาได้  ทำให้ทุกวันนี้ สามปีแล้วน้องมีจิตใจเข้มแข็ง ได้อาสาเป็นดีเจของชุมชน  ประชาสัมพันธ์และคอยสนับสนุน เรื่องอุบัติเหตุทางท้องถนน มาตลอด มาเยี่ยมเยียนทีมงานที่รพ.เป็นประจำ......

บรรยากาศของการสนทนา

นั่งก็ได้ นอนก็ได้

นอกจากนี้ เรายังได้ให้ผู้เข้าร่วมอบรมคิดว่า ถ้าเราจะทำให้เกิดการบริการด้วยหัวใจ จะทำอะไรเป็นสามสิ่งแรกทุกกลุ่มบอกว่าต้องเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน เริ่มจากการยิ้มให้ทุกคน คิดบวก และรับฟังผู้ป่วยให้มากขึ้นค่ะ

สรุปสุดท้ายว่า การบริการด้วยหัวใจนี้มีมานานแล้ว ท่านอาจารย์หมอบุญยงค์ วงศ์รักมิตร ท่านปราชญ์ผู้เป็นศูนย์รวมใจของชาวจังหวัดน่าน แพทย์ผู้ที่มีความเย็นและอบอุ่น เมื่อได้พบและพูดคุยกับท่านในช่วงเวลาหนึ่ง ท่านได้ให้แนวคิดการบริการด้วยหัวใจที่มีมานานมากๆแล้ว คือกฎเสนาบดีสามข้อที่มีตั้งแต่ พศ. 2476 คือ 1) การให้การดูแลอย่างเต็มความรู้ความสามารถ 2)การให้บริการที่คำนึงถึงความเสี่ยงในการรักษาที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและ 3) คือความปรารถนาดีที่มีต่อผู้ป่วย นอกจากนี้ท่านได้ให้แนวคิดของการพัฒนาคุณภาพ การสร้างเสริมสุขภาพโดยการทีส่วนร่วมและเรื่องของสุนทรียสนทนา ที่บูรณาการได้อย่างกลมกลืนมากๆค่ะ (แม่ต้อยคงจะนำมาเล่าค่ะ) นับเป็นธรรมะจัดสรรให้พอลล่าได้มาพบท่านทุกๆ ท่าน ที่จังหวัดน่านค่ะ ขอบคุณทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่ทำให้เกิดสิ่งดีๆในชีวิตพอลล่าค่ะ