GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

นิราศเพชรบุรี ตอน ก่อนนิทรา : จากรังสิต - สายใต้ - เพชรบุรี

ทุกย่างก้าวมีความรู้

รถถึงสายใต้ ผมสะพายกระเป๋าเป้สีเขียวขี้ม้า อันเป็นสีที่ชอบ (เฉพาะกระเป๋าสะพายหลัง) สมัยเยาว์ผมเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะเป็นทหาร แต่โอกาสผมไม่ได้ หรือโชคชะตาไม่ให้ผมเป็นก็ไม่รู้ สอบเข้าเพื่อจะเป็นอนุศาสนาจารย์กองทัพบก ๑ ครั้ง กองทัพเรือ ๑ ครั้ง แต่ทั้งสองครั้งแม้จะมั่นใจว่าได้แต่ก็ได้แค่สอบ ผมคงมีความรู้ไม่พอจึงสอบไม่ได้ หรือไม่โชคชะตาของทหารไม่ต้อนรับผมก็ได้ ต่อมาสมัครเข้าเพื่อสอบเข้ากองทัพอากาศ แต่ไม่ได้สอบ เพราะเพื่อนบอกว่า อย่าเหนื่อยอีกเลย ทุกตำแหน่งมีคนจองหมดแล้ว ตั้งแต่นั้น ผมก็เลิกคิดที่จะไขว่คว้าตามหาฝัน แต่ไม่เป็นไร ผมก็ขอเป็นทหารในใจก็แล้วกัน นอกจากกระเป๋าเป้ใบนั้น ผมยังมีเสื้อและกางเกงที่เป็นชุดออกป่าเฉพาะอีกด้วย แต่นั่นแหละสิ่งไหนเมื่อเรามีใจให้มาก มันมักจะอยู่กับเราไม่นาน ผมจึงมีคติเตือนใจว่า รักมากเสียใจมาก รักน้อยเสียใจน้อย ไม่รักไม่เสียใจ สิ่งที่ดีคือ ให้มีใจอยู่เหนือรักและไม่รักให้ได้ แล้วจะไม่รู้สึกหวั่นไหวใดๆ

 

ผมเข้าไปที่ช่องขายตั๋ว และซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปเพชรบุรี วันนี้ช่างเป็นอะไรที่ดีมาก คนขายตัวบอกว่าให้ไปซื้อตั๋วบนรถได้เลย นั่นก็แสดงว่า ผมได้ออกจากสายใต้เลย โดยไม่ต้องรอคอยเวลาข้างหน้าเหมือนครั้งก่อนๆ การมาทันเวลารถออกโดยไม่ต้องรอนี้ไม่ใช่จะมีบ่อยนัก

 

ประมาณบ่ายสามโมงเย็นถึงสี่โมงเย็น ผมเดินทางถึงเพชรบุรีจึงไม่รอช้าที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพี่สาวเพื่อให้ใครสักคนหนึ่งมารับ แต่ก็กำชับไปว่า จะไม่มารับก็ได้ เดี๋ยวผมจะไปเอง พี่สาวส่งพี่เขยมารับ เพราะหลานของผมไม่ยอมมา ผมวัดความรู้สึกของตัวเองทันทีดังนี้ ๑) การที่ใครคนหนึ่งมาบ้านเรา ถ้าเขาคนนั้นมีความสำคัญมากต่อชีวิตเรา เรานี่เองจะเป็นผู้เสนอตัวเพื่อเข้าไปให้ความสำคัญกับเขาคนนั้น ๒) แม้หลานของผมจะเป็นคนไม่ค่อยเชื่อฟังมารดาของตัวเอง แต่ผมก็คิดว่า ผมควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหลานเหล่านี้ ที่ผ่านมาผมให้แค่คำพูด ต่อไปผมควรให้สิ่งของที่เขาอยากได้ แล้วเราจะมีความสำคัญโดยไม่ต้องรบกวนผู้ที่มีอายุมากกว่าเรา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ศาสนาและปรัชญา
หมายเลขบันทึก: 24597
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)