สิทธิเด็ก

วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เด็กๆ 33 คนในบ้านดอนยาวน้อย ต.หนองลาด   อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ได้มาร่วมกันทำกิจกรรมค่ายสิทธิเด็ก เพื่อให้มีการตระหนักรู้ ถึงภัยต่างๆ ในสังคมรอบๆ ตัวเด็ก และเปิดโอกาสให้ ผู้ใหญ่เข้ามารับรู้ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ เหล่านี้



เปิดงานโดยผู้ใหญ่ใจดี กำนันตำบลหนองลาด ผู้มีภูมิประวัติ การทำงานกับชุมชนดีเด่นจนได้รับรางวัลกำนัน แหนบทองคำ เป็นความภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเคร่งครัดตลอดมาและ เป็นผู้ใหญ่ทีเห็นความเปลี่ยนแปลงของชุมชน สังคม โดยเพาะ กับเด็กและเยาวชน ซึ่งท่านเองก็ ยินดีที่จะเป็นอีกแรงหนึ่งในการปกป้อง คุ้มครอง ให้เด็กและเยาวชนได้เติบโต อย่างมีคุณภาพและเป็นคนดีในสังคม

เด็กๆ เริ่มกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน ตามวัยเด็ก เสียงหัวเราะ กับกิจกรรมต่างๆ ที่ วิทยากรผู้จัดนำมาให้ ล้วนแต่เหมาะสมใสสะอาด เหมาะสำหรับเด็กๆ เป็นอย่างยิ่ง

เด็กๆ เริ่มต้น ทีจะมองตนเอง ถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง ต่อครอบครัว ที่ตนเองเป็นสมาชิก แม้ว่าบางคน ไม่ได้อาศัยอยู่ กับพ่อ และ แม่ และอีกมุมองหนึ่งคือการเป็นส่วนหนึ่งที่ดีของชุมชนนั้น เด็กๆ คิดอย่างไรผ่านรูปมือทั้งสองของเด็กๆ

 

ฝ่ามือน้อยๆ ได้รับการบรรจงตัดอย่างละเอียด พร้อมกับ ลายมือที่บ่งบอกถึงคำสัญญาที่จะปฏิบัติตัวอย่างไร กับครอบครัว สังคม และชุมชนที่ตนอยู่อาศัย

กิจกรรมทำงานเป็นทีม

การทำงานร่วมกัน ทุกคนต้องมีจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมมีความรับผิดชอบและมีเป้าหมายเพื่อความสำเร็จร่วมกัน การทำงานในทีม ต่างมุ่งหวังชัยชนะ เพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ทุกคนต้องการไปถึง การอยู่รอดของทีมต้องพยายามปิดคำว่าแพ้ ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทีมแพ้ไม่ได้ การแพ้ของทีมเพื่อการก้าวใหม่ที่ รอบคอบและมั่นคง ก็คือความหมายของการทำงานเป็นทีมที่สมบูรณ์ อีกทางหนึ่งเช่นกัน เด็กๆ สนุกสนานท้าทายกับอุปสรรค ที่ถูกกำหนดให้ทำ แต่ในความยากลำบากนั้น ความใสซื่อ และมุ่งมั่น การทำงานก็สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้าง แต่ทุกคนก็ให้กำลังใจกัน 

เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่พลังของเด็กๆ ก็ยังเปี่ยมล้น ค่ำคืนนี้ จะมีการแสดงหุ่นมือ ที่เด็กๆ สร้างสรรค์ ขึ้นมาด้วยมือของตนเอง และเล่าเรื่อราวผ่านการเคลื่อนไหวของหุ่น ตามจินตนาการของกลุ่มเด็กๆ  มีทั้งเรื่องราวของการดำเนินชีวิต ปัญหาเด็ก และเยาวชน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคม การดำรงชีวิตภายใต้เศรษฐกิจพอเพียง เด็กๆ ได้ฝึกทักษะการทำหุ่นมืออย่างขมักเขม้นและมีความสุข และอีกยังต้องเตรียมจินตนาการ อันกว้างไกล ที่จะเสกให้หุ่นเหล่านี้มีชีวิตขึ้นมา และเล่าเรื่องราวอย่างสนุกสนานในค่ำคืนนี้

จบค่ำคืนอันเหน็ดเหนื่อย ด้วย ละครหุ่นมือ ที่เจ้าหน้าที่โครงการ และคณะกรรมการบริหารโครงการ(เป็นตัวแทนจากชุมชน) ร่วมกันแสดงให้เด็กๆชมเนื้อหาค่อนข้างเศร้าเพราะเป็นเรื่องความรักของแม่ ที่มีต่อลูก และ ลูกเองประพฤติตนตรงข้ามกับความรักของแม่ เรียกร้องเงินทองอยู่เสมอ โดยที่ไม่รู้ว่าแม่นั้นขายเลือดของตนเองเพื่อแลกเงินมาให้ลูก จนแม่สุขภาพแย่ลงและจบชีวิตในที่สุด

รุ่งเช้าวันที่สองของการอยู่ค่าย แม้จะเป็นวันคืนที่แสนสั้นแต่เด็กๆ ก็ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช้าตรู่วันนี้ขณะที่ คนในชุมชนยังสาละวนกับการหุงหาอาหาร เด็กๆก็เริ่มกิจกรรม พิทักษ์ความสะอาด ตามถนนในชุมชน ซึ่งผลงานที่เก็บได้ นั้นไม่น้อยเลย แสดงถึงความรับผิดชอบของคนในชุมชนอาจ ละเลยไปบ้างในบางครั้งที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่ แต่เด็กๆ ก็เต็มใจที่จะหยิบเก็บ การเก็บครั้งนี้แฝงด้วยปรัชญาของการชำระหัวใจให้ใสสะอาด เก็บทีละชิ้น ทีละชิ้น แม้ไม่สามารถทำให้หมดไปในวันเดียวได้ แต่ด้วยหัวใจที่ชำระให้ใสสะอาด เหมือนกลุ่มเด็กเหล่านี้แล้ว สักวันหนึ่งขยะจะหมดไป

 

เก็บขยะจนไปถึงบริเวณวัด เพื่อเป็นการเน้นย้ำ ความใสสะอาดแน่วแน่ของเด็กๆเหล่านี้ เมื่อมาถึงวัด สมาธิจิต ที่มั่นคงจะช่วยเด็กๆ ดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างปลอดภัย แวะขึ้นไปนมัสการพระประธานบนศาลา นัยว่าเด็กๆ ทุกคนต่างตั้งอธิษฐานจิต ให้มีชีวิตที่ดีและผ่องใส

ผู้ใหญ่ใจดี อีกท่านหนึ่งมาพบกับเด็กๆ ในเช้านี้ ท่านเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้มาบอกกล่าวเล่าเรื่องถึงสุขอนามัย ของเด็ก ในวัยเด็ก และในวัยรุ่น แต่ที่พิเศษกว่านั้นคือ ไม่มีใครเดาออก เลย ว่าเมื่อพบกับบุคคลที่มาจากสาธารณสุข แล้วจะได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ การพัฒนาในประเทศเกาหลี ที่เล่าเรื่องราวของบทบาทนักพัฒนา ที่เป็นครูใหญ่ ผู้ดำเนินชีวิตควบคู่กับงานพัฒนาชุมชน ด้วยความมานะอดทนและฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย จนสามารถพิสูจน์ได้ว่า หลักการทำงานพัฒนาให้ประชาชน มีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของกิจกรรมพัฒนาอย่างแท้จริงนั้นมีกลวิธีอย่างไร  เรื่องราวแม้แฝงด้วยหลักการของการทำงานพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม แต่การสื่อผ่านบทบาทของครูใหญ่ นั้นเรียบง่าย และมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ครูใหญ่ทำอะไรง่ายๆ ชาวบ้านเข้าใจได้ง่าย ปฏิบัติได้ เด็กเมื่อได้เห็น บทบาทของครูใหญ่ ก็เข้าใจได้ง่าย ไม่มีใครเบื่อเลยสักคน แม้ว่าการดูนั้นเด็กจะดูจากจอของคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุคก็ตาม 

 

ท้ายของวันสุดท้าย เด็กๆได้พบ กับสองสารวัตร ท่าแรกเป็นสารวัตรกำนัน อีกท่านเป็นสารวัตร ตำรวจอาชีพ ท่านเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับเด็กๆ ในหมู่บ้าน รับรู้เรื่องราว พฤติกรรมของเด็กๆ ทั้งหมด ท่านให้ตัวอย่าง ให้รับทราบถึง เด็กสก็อยส์ เด็กแว้น ที่ทำตัวเป็นปัญหา สังคม และทางตำรวจได้ มีการติดตามอยู่  พฤติกรรมทางเพศที่ เด็กวัยรุ่นมีความเสี่ยง ที่จะถูกล่อลวง และ มีการแพร่เชื้อเอดส์ จากผู้ติดเชื้อแล้วเกิดความเคียดแค้น พยายามที่จะแพร่เชื้ออกไปอีกอย่างไม่หยุดยั้ง โดยที่ ไม่มีใครทราบได้เลยว่าเป็นผู้ติดเชื้อ   สารวัตรเล่าถึงกระบวนการล่อลวง ว่าจะค่อยๆดำเนินการอย่างไร เด็กๆ มักจะรู้เท่าไม่ถึงการ และตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

ชีวิตการอยู่ค่าย ที่ดูเหมือนแสนสั้น แต่เปี่ยมด้วยคุณค่า คุณค่าจากน้ำใจของเด็กๆ ที่มีต่อกันและกัน ความมีวินัย ความร่วมมือ ของเด็กๆ ทำให้ไม่ยากเลยที่จะหาผู้ใหญ่ใจดี มาเป็นผู้ให้ความรู้  เด็กๆ ในโครงการฯ มีโอกาสที่แตกต่างจากเด็กทั่วๆไป คือ นอกจากจะมี พ่อแม่ ที่ให้กำเนิด หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่คอยให้การดูแล ยังมี เครื่อข่ายผู้ใหญ่ ในชุมชน คอยให้การดูแล ควบคุม และ พยายามแก้ไขปัญหาอยู่เสมอมิได้ขาด  และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ เหล่านี้ยังมี พ่อแม่ ที่เป็นผู้อุปการะ ที่เด็ก ๆ คอยเขียนจดหมาย ติดต่อ เพื่อรายงานความก้าวหน้าในชีวิต ให้ พ่อแม่อุปการะ ได้รับทราบอยู่เสมอ กิจกรรมค่ายนี้ก็เช่นกัน หากไม่มี พ่อแม่ผู้อุปการะ ก็จะทำให้การจัดการค่ายในครั้งนี้ ไม่สำเร็จลงแน่นอน วันนี้ มีเพียงแต่คำมั่นสัญญาของเด็กๆ ที่จะเป็นเด็กดี รวมตัวกันเป็นเครือข่าย ส่งเสียงสะท้อน เสียงเด็ก พลังเด็ก  เพื่อปกป้องดูแลซึ่งกันและกัน เป็นเด็กดี ของพ่อแม่ผู้อุปการะ และ ผู้ใหญ่ใจดี ทุกคน ที่ทำให้ชีวิตของเด็ก มีวันนี้ที่อบอุ่น และมั่นคง