คุณครูคนใหม่ ...... ท่านชื่ออะไร

เช้าวันนี้ ฉันไม่ได้ฟังธรรม ทำวัตรเช้า แต่ เตรียมตัว เพื่อออกกำลังโดย อธิษฐานจิต ว่าขอให้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง ลูกขอเดินไปตลาดเพื่อทำบุญใส่บาตร และออกกำลังกายอย่างหลังจากได้ออกกำลังกายให้เท้าแบบสบายๆแล้ว และในวันหยุดนี้

เวลา 05.45น.

               ท้องฟ้ายังมืด ฉันจึงเอากระบองมารำยืดเส้น ยืดสาย พร้อมกับดูแลน้องเฮงๆให้วิ่งเล่น ประมาณ 20 นาที จึงพาน้องเฮงๆเข้าบ้านก่อน

               06.05 น. ฉันเริ่มวิ่งเหยาะๆ ไปตามถนนเอกชัย เข้าสู๋ตลาด พร้อมดูลมหายใจไปด้วย ลองนับดูประมาณ 200 ของลมหายใจเข้าออก ฉันสังเกตระยะทาง ฉันมาได้ประมาณ400 เมตร ลมหายใจเริ่มเร็วขึ้น ฉันเปลี่ยนเป็นเดินเร็ว และก้าวเดินตามจังหวะมารช์ ไปตามถนนเดิม มีรถวิ่งขวักไขว่ตามท้องถนนแล้ว แต่ดูเหมือนว่านานๆ จะมีรถเมล์วิ่งสักคัน ถึง แยกเทศบาล 8 ฉันเลี้ยวขวา เจอเป้าหมายก่อนกำหนด

ฉันซื้ออาหารถวายพระ 1 รูป และสามเณรน้อย เพราะดูอายุไม่น่าจะเกิน 7 ขวบ อีก 2 รูป เสียงสวดให้พร ไพเราะเหลือเกิน หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ฉันคำนวนระยะทาง ที่เดินมา ก็ประมาณ 2กิโลเมตร

ฉันเดินต่อไปอีก500 เมตร ซื้อน้ำเต้าหู้ กับปลาท่องโก๊ 5 ชุด ถวายพระวัดป่า 3 รูป เณร อีกรูป และพระวัดป้อมฯอีก 1 รูป

อธิษฐานจิต แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร สรรพสิ่งในโลกที่ฉันเข้าไปเกี่ยวข้อง สัมผัส  แล้ววิ่งต่อไปยังศาลากลาง ผ่านศาล และเลี้ยวซ้ายเข้าสู๋ลานกีฬาที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร

ฉันเดินไปรอบๆ และสังเกตผู้คนที่มาออกกำลังกาย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นวัยกลางคน ส่วนวันรุ่นมีน้อยมาก เด็กๆไม่มีเลย

พลันสายตาก็ไปจับที่ชายสูงอายุ ที่กำลังร่ายรำมวยจีน ฉันเดินไปใกล้ๆ เห็นผู้หญิงวัยสูงอายุ   อีก 2ท่าน

ฉันยกมือไหว้ และพูดเบาๆว่าขอเรียนรู้ด้วยคนค่ะ

ทั้งสามคนหันมายิ้ม และรับไหว้ฉัน

คนหนึ่งพูดว่าให้ยืนด้านหลังครู จะได้มองเห็น ฉันจึงรู้ว่า ผู้ชายคนนั้น เป็นครู ฉันรู้สึกดีใจที่  ที่นี่ มีครู หัวใจฉันจึงลิงโลดขึ้นมา วันนี้ ฉันมีครู ช่วยสอน คุณครูคนใหม่ ...ท่านชื่ออะไร ฉันและคุณครูที่สอนดูเหมือนจะไม่มีใครใส่ใจมากกว่า การเคลื่อนย้ายร่างกายไปในลีลาของท่ารำไทเก็ก สมาธิที่แน่วแน่ สงบ และเยือกเย็น ค่อยๆทำให้ร่างกายฉันเริ่มขับเหงื่อออกมาช้าๆ ฉันรู้สึกร่างกายเริ่มเบา และเคลื่อนไหวตามครูได้ดีขึ้น  อาจเป็นเพราะฉันมีพื้นฐานของการออกกำลังกายประเภทต่างๆมาบางแล้ว เช่น การออกกำลังกายด้วยกระบอง ลีลาศ แอร์รูบิค การเดิน การวิ่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเรียนรู้โดยใช้วิธีการ แบบครูพักรักจำ

ฉันอยากใช้คำว่าครูพักรักจำ เพราะฉันรักที่จะจำรักที่จะเรียนรู้ แต่มิได้ขโมย ไม่อยากใช้คำว่าครูพักลักจำหรอกนะ

และวันนี้ ฉันไม่ต้องลักจำใคร .....หากเป็นการเรียนรู้โดยมีครูที่เพียงพยักหน้ารับศิษย์ ฉันก็กลายเป็นศิษย์มีครูแล้ว

 และเมื่อจบเพลงมวย ครูท่านนี้ ท่านก็บอกว่าเสร็จ แล้ว วันหลังจะมาเรียนก็มาให้เช้าหน่อย จะได้เป็นเร็วๆนะ

ฉันรู้สึกได้ว่าสายใยรัก เมตตาของของผู้มีหัวใจเป็นครูของท่านได้แผ่มาถึงฉันแล้ว

และพรุ่งนี้เช้าวันอาทิตย์ ฉันจะเดินเท้าไปที่นี่ด้วยระยะทาง  2,500  กิโลเมตร

ฉันก้มลงทำความเคารพด้วยการไหว้ครูคนใหม่ด้วยความเคารพอีกครั้ง

เมื่อท่านเดินจากไปฉันก็ได้ยินเสียงอาซิ่ม สองสาวเรียกฉันเบาๆ และบอกว่า มาตรงนี้ จะสอนพื้นฐานให้ ฉันดีใจมาก ฟังดูว่า 2 ท่านนี้ เป็นศิษย์อีกทีหนึ่ง แล้วฉันก็เริ่มร่ายรำ โดยมีครูมวยผู้หญิงทั้งสองคนประกบทั้งซ้ายขวา ฉันยืนตรงกลาง แต่ถอยหลังมาประมาณ 4 ก้าว เพื่อจะได้เห็นทั้งซ้ายขวา

อ่อนช้อยและทรงพลังมาก ฉันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายที่เคลื่อนไปพร้อมกับการกำหนดลมหายใจ ที่ บางครั้ง ก็สัมพันธ์กัน แต่บางครั้ง ลมหายใจก็ตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่บางครั้ง ร่างกายก็เคลื่อนไหวไม่ทัน..ช้ากว่า ลมหายใจ

เมื่อรำไปครบ 10 รอบ จึงหยุดด้วยการทำสมาธินิ่ง

ฉันรีบขอบคุณครูทั้งสองท่าน และแผ่เมตตา กุศลจิตให้สรรพสิ่งรอบๆตัวฉัน

ครูสองท่านเอ่ยชวนฉันไปถวายอาหารให้พระ แต่ฉันปฏิเสธ เพราะฉันได้ทำมาเรียนร้อยแล้ว และขอตัว ฉันยังรู้สึกว่าตัวเองยังมีพลังงานที่ต้องเผาผลาญอีก จึงเดินสังเกตบรรยากาศไปรอบๆ และหาที่เหมาะทำโยคะ อีก 5 รอบ ต่อจากนั้น จึงวิ่งเหยาะๆไปรอบๆ ลานกีฬา  รวมเวลาที่ฉันอยู๋ที่ลานกีฬานี้ 1.45 ชั่วโมง

ฉันเดินกลับเข้ามาในตลาดซึ่งไม่ไกลมากนัก 5นาทีก็ถึงหน้าไปรษณีย์ ที่นี่ มีอาหารสำเร็จขาย ใกล้ๆกับเซเว่น พอดีเจอท่านพระครูปู ที่ฉันเคารพในจริยวัตรของท่านกำลังรับบิณฑบาตร ก่อนกลับวัดในตลาด ฉันจึงมีโอกาสถวายอาหารก่อน กลับบ้าน ด้วยหัวใจที่อิ่มเอิบ มีอาหารและน้ำใบบัวบกฝากลูกสาวได้ดื่ม ก่อนไปศูนย์ติวที่ห่างจากบ้านไป 2 จังหวัดปริมณฑล