เมื่อได้ฟังธรรมะ ก็ขอให้ฟังไปโดยมิอาจต้องตั้งใจฟังอะไรมาก แต่เมื่อฟังแล้วสะดุดคำไหน คำนั้นนั่นแลคือสิ่งที่เราต้องแก้ไขอย่างเร็วพลัน...
หลายคน หลายท่าน เครียดเพราะการฟังธรรมะ เพราะคิดว่าเวลาฟังนั้นจะต้องฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
ตั้งอก ตั้งใจ ตั้งหน้า ตั้งตา ฟัง ฟัง ฟัง แล้วก็ฟัง ฟังจนเครียด "ฟังจนฟุ้ง..."
การฟังธรรมะนั้น หลายครั้งหากเราสังเกตุให้ดีจะพบว่า พระองค์นี้เทศน์ คนนั้นบรรยายเราฟังแล้วไม่ชอบ ไม่เข้าใจ นั่นก็ถูกต้อง เพราะนั่นไม่ถูกกับจริตเรา
การฟังธรรมะนั้น หลายครั้งหากเราสังเกตุให้ดีจะพบว่า พระองค์นี้เทศน์ คนนั้นบรรยายเราฟังแล้วชอบ เข้าใจดี นั่นก็ถูกต้อง เพราะนั่นถูกกับจริตเรา
จริต ก็คือ "กรรม"
กรรม ก็คือ "การกระทำ"
คนมีกรรมอย่างไรก็ต้องทำอย่างนั้น
กรรมทำไว้อย่างไรก็ต้องรับอย่างนั้น
หลากครั้งเราอาจพบว่า ฟังธรรมะนานตั้งชั่วโมง แต่ "ปิ๊ง" อยู่คำเดียว นั่นก็คือ "กรรม" อันเป็นการกระทำที่เราเคยทำ และเราจำเป็นต้องแก้ไข
เมื่อได้ฟังธรรมแล้วขอให้หมั่นสังเกตุให้ดี
ทำใจสบาย ๆ เมื่อฟังธรรม
ทำงานไป ฟังไปก็ได้ เมื่อไหร่ถูกกับกรรมเรา ถูกจริตของเรา เราก็จะสะดุด หรือ "ปิ๊ง" ขึ้นมาเอง
ปิ๊ง...รอยกรรม อันจะนำไปสู่การ "ภาวนา..."

กรรมหรือการกระทำใด ๆ ที่เราเคยทำมานั้นย่อมถูกฝังลึกอยู่ในจิต
เสียงธรรมนั้นเปรียบเสมือนคราดที่ลากผ่านดวงจิตนั้นไป
หากลากไปเจอปุ๊บก็ย่อมสะดุดปั๊บ
การสะดุดนั้นเองเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมหาศาล เพราะเป็นการขุดและค้นปัญหาที่ฝังลึกอันอยู่ในก้นบึ้งแห่งหัวใจ
ในเบื้องต้นการตั้งใจฟังธรรมะอย่างจริงจังก็รังแต่ที่จะเครียด เครียดเพราะเยอะ เครียดเพราะยาก
แต่เมื่อฟังแล้ว โดนแล้ว ก็ขอให้เจาะลึกและตั้งใจฟังในเรื่องนั้น ๆ
ฟังแล้ว ฟังอีก ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
จากนั้นนำไปปฏิบัติ แก้ไข "กรรม" คือ การกระทำของตนเองที่สั่งสมเป็นปัญหาให้เกิดตามมานับพบนับชาติ
อุบายแห่งการฟังธรรมนี้มีค่าอย่างเหลือล้น หากนำไปประพฤติปฏิบัติตนอย่าง "ตั้งใจ..."
555555! :)เพิ่งมาอ่านบันทึกนี้ของท่าน
ยังวิเคราะห์ตัวเอง ยังไม่ทันขาดคำ
เขียนตอบท่านในบันทึกก่อนหน้าหมึกยังไม่ทันจะแห้ง
เมื่อเช้าเรียนถามท่านบางคำถาม
ก็ได้มีโอกาสทำวิปัสสนา ตามดูกายใจตัวเอง ว่ากำลังอยากรู้ กำลังสงสัย
หากไม่เห็นตัวเอง คงบานปลาย กลายเป็น ฟุ้งๆๆๆ
ชอบฟุ้งเข้าไปในสิ่งที่อยากรู้ ที่สงสัย บางทีก็ฟุ้งเข้าไปในธรรม (เมื่อก่อนตามตัวเองไม่ทัน)
สาธุ กราบขอบพระคุณท่าน
และเมื่อฟังธรรมแล้ว
คำที่สะดุด นั่นแหละ .....จะทำให้ซึ้งใจในพระธรรม .........จนไม่สงสัย แต่สัมผัสพบว่าพระธรรมที่เขียนว่าไพเราะนั้นไพเราะจริงๆ
จะเข้าใจว่า เรียนคำสอนธรรมะด้วยความจำกับด้วยใจ ต่างกันแค่ไหน
จริต ก็คือ "กรรม"
ปิ๊ง...รอยกรรม อันจะนำไปสู่การ "ภาวนา..."
อนุโมทนา ปิ๊ง สองประโยคนี้ ขอบคุณครับ
ใช้ใจฟังธรรมย่อมล้ำค่า
ใช้ใจนำพาย่อมเกิดผล
ใช้ใจน้อมนำธรรมมงคล
ใช้ใจนำตนพ้นทุกข์ภัย
เราทั้งหลายได้เกิดมาบนโลกนี้
มีชีวีเป็นเครื่องมือสร้างกุศล
เพียรทำบุญ จุนเจือจิต น้อมใจตน
เลิกสับสน กลกิเลส พ้นเภทภัย
นำสัทธรรม เป็นธงชัย ให้ชีวิต
กายและจิต พึงสังวรณ์ ศีลตั้งมั่น
สมาธิ ริตริตรอง กรรมที่ทำ
ปัญญาย้ำ ธรรมเที่ยงแท้ สงบเอย...