พานท้ายปืนทำด้วยไม้ชิงชัน เลื่อมเป็นมันปลาบ ลำกล้องยาวหนึ่งร้อยยี่สิบเซ็นติเมตร
หลังจากวันที่เยืองได้เก้งและอีเห็น ผมก็ทำตัวเป็นลูกศิษย์ของทิดมี ตอนเย็นและวันหยุดก็จะไปขลุกอยู่ที่บ้านเขา ให้เขาเล่าประสบการณ์ล่าสัตว์ให้ฟัง เขาก็ใจดีเล่าให้ผมฟัง ผมชวนเขาไปเยืองอีก แต่เขาบอกว่าหน้านี้ใบไม้เริ่มร่วง เวลาเราเดินไปจะเหยียบใบไม้แห้ง ทำให้สัตว์รู้ตัว หนีเราไป ผมเลยไม่ได้ไปเยืองอีกจนกระทั่งปิดเทอมปลาย ผมต้องกลับบ้านที่วารินชำราบ
ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๒ โรงเรียนเปิดเทอมผมออกจากวารินชำราบตั้งแต่เช้า จนเย็นก็ถึงบุณฑริก ค้างคืนที่บ้านปู่ (น้าของพ่อผม) วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเดินทางไปบ้านคำบาก คราวนี้ได้นั่งรถยนต์จากตัวบุณฑริกไปถึงบ้านห้วยข่า และเดินต่ออีก ๑๕ กิโลเมตร แดดผีตากผ้าอ้อมผมก็ไปถึงบ้านคำบาก
"ครู....มาแล้ว" เสียงเด็กตะโกนบอกต่อๆ กัน และวิ่งมาหาผมสามสี่คนด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ผมลูบหัวเด็กคนละที แล้วเด็กๆ ก็วิ่งจากไป ผมนึกเสียใจที่ไม่มีอะไรมาฝากพวกเขาเลย แต่ผมขนสิ่งของหลายอย่างมาฝากทิดมี เหรียญและชิน
ผมก้าวขึ้นบ้านก็เห็นพ่อเหรียญนั่งรอที่ชานบ้าน
"ครู..ผมมีอะไรให้ดู" แกไม่ยอมใช้คำแทนตัวว่า "พ่อ" แม้ว่าผมจะเรียกแกว่า "พ่อ" หลังจากที่ผมวางกระเป๋าสะพายลงพื้นบ้านแล้ว แกก็บอกให้ชินไปเอาปืนแก๊ปออกมาจากในบ้านเอาให้ผม
"ปืนกระบอกนี้ผมซื้อมาจากบ้านแกะแดะ มันสวยดีมาก เจ้าของเก่าเขาอายุมากแล้ว ไม่ได้ใช้ ผมเลยขอซื้อมาให้ครู" พ่อเหรียญบอก พร้อมกับที่ชินถือปืนออกมาให้ผม
"สวยมากครับ..." ผมชมและพลิกดูปืนจนทั่วแล้วยกขึ้นประทับบ่า มันสวยจริงๆ พานท้ายปืนเป็นไม้ชิงชันเลื่อมมันปลาบ ลำกล้องยาวหนึ่งร้อยยี่สิบเซ็นติเมตร ผมรู้สึกว่าสั้นกว่าปืนแก๊ปที่ผมเคยใช้ยิงนกคราวนั้นมาก กำลังจะเอ่ยถาม พ่อเหรียญก็พูดขึ้นว่า
"ปืนกระบอกนี้เหมาะสำหรับยิงเก้ง หรือหมูป่า ดูรูลำกล้องซิ กว้างกว่าปืนเหรียญมาก ปืนนั้นใช้ยิงนก อย่างเก่งก็ยิงอีเห็น ลำกล้องยาว เดินป่าเกะกะ" ผมดูรูลำกล้องปืนมันกว้างขนาดเอานิ้วก้อยแหย่เข้าไปได้
"พ่อซื้อมาราคาเท่าไหร่" ผมถาม พอแกบอกว่าราคาหนึ่งร้อยสี่สิบบาท ผมก็ล้วงเงินให้แกไปตามราคานั้น พอดีทิดมีขึ้นบันไดบ้านมา และขอดูปืนจากผม พอผมส่งให้แกก็วางปืนลงบนฝ่ามือคล้ายกับจะชั่งน้ำหนัก แล้วพูดว่า
"อือ...ดี ไม่หนักมาก ลำกล้องบางเหล็กดี ยิงแม่น" แล้วก็ส่งปืนคืนให้ผม และถามผมว่า "ได้มาดมาไหม" คำว่า "มาด" แกหมายถึงดินประสิวที่เป็นส่วนประกอบของการทำดินปืน พอผมตอบว่า ได้มาเยอะเลย ทิดมีก็ยิ้มแล้วพูดว่า
"ดีละ..พรุ่งนี้จะได้ทำดินปืน"
คืนนั้น พอทานข้าวเย็นเสร็จ ผมนั่งคุยกับทิดมี พ่อเหรียญ เหรียญและเถิง แต่...ไม่นานนัก พอผมหาวนอนถี่ๆ ทิดมีและเถิงก็กลับบ้าน ผมรีบเข้านอนโดยมีปืนแก๊ปวางอยู่ข้างๆ และจินตนาการว่าผมกำลังนอนบนลานหินกลางสายน้ำ โอบล้อมด้วยปีกของขุนเขา ป่าไม้และแสงจันทร์หม่น
ขอบคุณครับครูอ้อย แซ่เฮ
ผมก็แวะเวียนไปอ่านบล็อกของครูอ้อยบ่อยๆ ครับ เขียนได้สนุกเป็นกันเอง ที่สำคัญเพลงเพราะมาก ผมยังเอาเพลงลงไม่เป็นเลย
ขอบคุณครับ
หวัดดีค่ะอาจารย์เปลวเทียน คิดถึงบล็อกอาจารย์จัง เมื่อวานเนตเสีย วันนี้ใช้ได้แล้วค่ะ ดีใจจริงๆ
ท้ายปืนเป็นไม้ชิงชันเลื่อมมันปลาบ อาจารย์ใช้คำมันเลื่อมปลาบ ดิฉันรู้สึกได้เลยค่ะเพราะเคยจับท้ายปืนพี่ชายดู มันลื่นๆมากเลยค่ะทีแรกสงสัยว่าเพราะพี่ชายจับขัดๆถูๆบ่อยหรือเปล่าน๊าๆทำไมมันลื่นจัง ปืนอาจารย์ก็มันเลื่อมปลาบเหมีอนกัน อาจารย์ขัดปืนบ่อยๆหรอคะ หรือมันเกิดลื่นจากอะไรคะ
อาจารย์ปิดเทอมกลับบ้านทำอะไรคะ ตอนดิฉันเด็กๆเคยคิดว่าครูปิดเทอมทำอะไรน๊า จะเล่นเหมือนดิฉันไหมน๊าอิอิอิ อยากทราบคะ
เดี๋ยวนี้เนตเสียเป็นเรื่องใหญ่เลย เมื่อก่อนผมแก้ไม่เป็น โทร.ถามช่างอุตลุด เดี๋ยวนี้ดูได้เอง ถ้าไม่เสียเพราะคู่สายก็ซ่อมได้.....บ้านผมใช้ ADSL โมเด็มรวนบ่อย (ใช้ของถูก..ไม่ใช่ของ TOT หากใช้ของเขาก็จะไม่ค่อยเกเร)
พานท้ายปืนสมัยก่อนน้ำยาขัดไม่มีหรอกครับ ชาวบ้านใช้น้ำมันมะพร้าวทาแล้วผึ่งลมพอแห้งก็ใช้ผ้าแห้งเช็ดก็จะขึ้นเงาครับ แต่ไม่ลื่นนะครับไม่งั้นจับไม่มั่น เห็นขึ้นเงาแต่ไม่ลื่นหรอก
ปิดเทอมสมัยก่อนครูก็ไปเที่ยวกับเพื่อนสิครับ ดูหนัง ดื่มเหล้า ฟังเพลง กินข้าวต้มแล้วก็นอน นั่นคือชีวิตผมนะครับ จนแม่บอกว่า "ไม่รู้มีปิดเทอมทำไม" ฮ่า ฮ่า
อยากได้ไหมคะ code ที่จะลงเพลง ครูอ้อยจะเขียนการลงเพลง ดีไหมคะ
ดีครับ ครูอ้อยใจดีจังเลย
ขอบคุณมากครับ
สมัยก่อนคงเงียบเหงา คงมีการจดบันทึกเป็นเพื่อนแก้เหงาใช่ไหมคะ
เป็นความรู้นะ เสียงใบไม้ ที่เราเหยียบทำให้สัตว์ได้ยิน แล้วมันจะหนีมันไปแล้วเราก็จะไม่เห็นมันวิ่งมาให้เราได้ยิง เป็นความรู้คะ
ปิดเทอมสมัยก่อนครูก็ไปเที่ยวกับเพื่อนสิครับ ดูหนัง ดื่มเหล้า ฟังเพลง กินข้าวต้มแล้วก็นอน นั่นคือชีวิตผมนะครับ จนแม่บอกว่า "ไม่รู้มีปิดเทอมทำไม" ฮ่า ฮ่า
เกจนได้ดี ใช่ไหมคะ ฮ่า ฮ่า สนุกมากนะ
คนแบบนี้ ต้องเจอหรือได้เมียดุ ใช่ไหมคะ ถึงจะรอด
โอ๊ย....เอามาทำไมเนี่ย ผมยิ่งกลัวๆ อยู่ด้วย
รักเมียต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพเมีย
รักเมียต้องส่งเสียอย่าให้เมียต้องสงสัย
รักเมียต้องรักเดียว อย่าได้เที่ยวไปรักใคร
รักเมียต้องทำใจ ถึงอย่างไรเธอก็เมีย
รักเมียอย่าขี้เหล้าถ้าเมียเหงาเราจะเสีย
รักเมียอย่าอ่อนเพลีย คนรักเมียต้องเข็งแรง
รักเมียอย่าเที่ยวดึก จะเกิดคึกผิดสำแดง
รักเมียอย่ารุนแรง ค่อย ๆแซงอย่าขับไว
รักเมียต้องยอมเมีย เพราะว่าเมียไม่ยอมใคร
รักเมียต้องเข้าใจไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย
รักเมียอย่าเถียงเมีย คำพูดเมียใหญ่กว่าใคร
ชาติหน้ามีฉันใด จงจำไว้อย่ามีเมีย
(ลอกเขามาครับ)
คนอะไร ยอมรับสาร(รูป)ภาพแล้ว กลัวเมียจนท่องขึ้นใจเลย อึม...
คาถากันผีใช่ไหมคะ
รักเมียต้องเข้าใจไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย
อยู่ที่ทำงาน เรายิ่งใหญ่กว่าใคร คนต้องนบนอบนับถือเรา เชื่อฟังเรา
แต่พอกลับมาบ้าน กลับกัน เราต้องปล่อยให้เมียยิ่งใหญ่กว่า เชื่อฟังเมีย
คริ คริ
ผมเชื่อภาษิตกะเหรี่ยงที่ว่า
"คนเชื่อเมียได้ดีทุกคน" ไช่กลัวเมียครับ แหะ แหะ