สวัสดีครับ

(ขณะเขียนบันทึก เกิดทุกเวทนาทางกาย  คือรู้สึกว่าง่วงมากๆ ครับ^_^)

สำหรับนักเดินทาง....ด้านใน...

เรามักจะพยามเรยนรู้ ตั้งคำถามกับชีวิตของเรา....

ว่าชีวิตของเรานั้นมีอะไรบ้าง...เราจะเดินทางไปทางไหน  อย่างไร  เท่าใด

ชีวิตที่มีรูป-นาม    ชีวิตที่มีกายกับจิต

ชีวิตที่มีความสุข  ความทุกข์  ความรู้สึก  อารมณ์  ความจำ

และชีวิตที่เต็มไปด้วยการคิด  การปรุงแต่ง การผูกรัด  ร้อยเรียงเรื่องราวมากมายแบบไม่ขาดสาย

ทั้งตอนที่เราตื่น หรือแม้กระทั่งหลับ  หรือจนทำให้เรานอนไม่หลับ...........

 อารมณ์ ความรู้สึกทั้งสองฝ่ายของเราในแต่ละวัน คือ ด้านบวก  และด้านลบ...

  มันดูเหมือนจะวกวน  ลบๆบวกๆ  กลับไปกลับมา  หรืออาจจะลบๆๆ  ลบๆๆ  อยู่นาน

นั่นคือภาพที่เรามองเห็นย้อนกลับไปแบบหยาบๆ....ลบ  บวก  ชอบ  ไม่ชอบ  ดี  ไม่ดี

เรื่องราวทั้งหมดของชีวิตในแต่ละวัน  ในแต่ละชั่วโมง  ในแต่ละนาที  ในแต่ละลมหายใจนั้น

เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง  การเคลื่อนไปของ 2 สิ่ง  คือกาย กับ จิต(รูป-นาม)

  -  รูป  กายของเรา   ยืน เดิน  นั่ง  นอน เคลื่อนไหว ไปมา  ทั้งรู้ตัว  ไม่รู้ตัว     รูปเราทีรับรู้สัมผัสจากจุดรับรู้ต่างๆ....

  - จิต  ใจ  ของเรา   ที่คิดไปมา  โดยเฉพาะคิดตามสิ่งที่มากระทบ เรา    และอีกด้านคือ  มันคิดของมันเอง  คิดไปเรื่อยๆ  ไม่จบสิ้นไม่สิ้นสุด (ถ้ามีวิธีไปหยุดให้มันคิดง่ายๆ  หรือทำให้มันสงบง่ายๆ เร็วๆก็คงจะดีนะครับ..)

 

   ว่าด้วยเรื่องของกาย  ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของเขา.....

 

  ว่าด้วยเรื่องของใจนี่สิ  ที่เราต้องมาใส่ใจ  มาเฝ้าตามรู้  ตามดู ให้ทัน

  หน้าที่ของผมตอนนี้ที่พอจะเข้าใจ  ตามที่ครูอาจารย์ท่านเขียนไว้  (ซึ่งผมอาจจะตีความผิดหรือถูก?)

           คือตามรู้  ตามดูไปเรื่อยๆ  รู้ว่าทัน  รู้ว่าหลง ไม่ทัน  รู้ว่านี่คือกายไหว  รู้ว่านี่คือจิตคิด ปรุงแต่ง

 

  สุข-ทุกข์  ก็รู้...

  รู้แล้ววาง  รู้แล้ววาง  เพราะมันจะเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อยๆ เข้าใจว่าอย่างนั้น  วินาทีนี้  กับวินาทีที่ผ่านไป

 

  จริงๆแล้วแรกเริ่มนั้น

  แค่เราอ่านว่าเรามีกาย กับใจ  ก็เหมือนจะเข้าใจยากแล้ว  เพราะมันเหมือนทั้งหมดนี่คือตัวกูของกู

 ต่อมาก็เริ่มชัดขึ้นว่า เอะ  นี่ใจ  นี่กาย...

  ต่อมาก็รู้สึกได้ว่า  ใจร้อน  ใจไม่สบาย  ใจโกรธ  ใจทุกข์   กายก็ไปตามอาการของใจ

 กาย...ย่อยลงไปเป็นอะไรบ้างนะ...แตกไปเรื่อยๆ

 ใจละ..มันมีเพียงหนึ่งเดียวหรือ....หรือว่าจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร

 นาม...จิต  เจตสิก...มันคืออะไรนะ   เวทนา  สัญญา  สังขาร วิญญาณ...มันเป็นไปได้ยังไงนะ

 ที่จิตหนึ่งที่เราคิด  ที่เป็นตัวของเราจะเป็นทั้งความรู้สึก  ความจำ ความคิดปรุงแต่ง  และสิ่งที่รู้ได้

 จิตที่เป็นทั้งตัวรู้และตัวที่ถูกรู้....

มันสลับกันได้เร็วเพียงนั้นหรือ....  หรือว่ามันเกิดดับ  เกิดดับทีละอัน

 

จิตที่รู้  จิตที่ถูกรู้

ตามรู้ตามดูแบบสบายๆ  ไม่ไปบังคับ  ไม่ไปเพ่งจดจ่อว่าต้องรู้ตลอด  รู้บ้าง  ไม่รู้บ้างในช่วงแรก(แค่รู้ตัวทุกๆชั่วโมง หนึ่งครั้งก็น่าจะเซียนแล้ว..)  เหมือนเบรกรถแล้วปล่อยๆ

รู้แล้วได้อะไร  รู้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น...อืมน่าสนใจนะ

แล้วความไม่รู้  ความไม่ทันมันหายไปไหน 

ทำไมเมื่อรู้แล้วความคิดของเราที่ปรุงมันสั้นลง  ไม่ยาวเหยียดเช่นเดิม  มั้นเกิดแล้วหายไป  เกิดแล้วหายไป

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเปลี่ยนแปลง  ว่าเราไม่ทุกข์มากเหมือนเดิม  ไม่ร้อนมากเหมือนเดิม

...ความโกรธของเราอยู่นานหรือไม่  ความโกรธของเราเกิดแล้วมาก โตมากหรือไม่  มันดับลงไปเลย  หรือว่าไม่มีสิทธิ์แม้จะเกิดขึ้นให้เราได้รู้สึกว่าเราโกรธ.........

....กำลังเฝ้ารู้  เฝ้าดูภายในตนเองครับ  อาจจะมีสักวันที่เห็นทั้งหมด ทั้งมวลด้วยความเข้าใจ  ด้วยแสงสว่างที่อาจจะเกิดขึ้นใจจิตใจ...

  จิตใจที่ยังมากด้วยโลภะ  โทสะ  โมหะ........

   หรือท้ายที่สุดมันไม่มีอะไรเลย....