เปิดต้นฉบับ หนังสือเรียนหลักสูตรใหม่
| |
| เปิดต้นฉบับ
หนังสือเรียนหลักสูตรใหม่
|
ในระหว่างที่ยังมีปัญหาถกเถียงกันถึงความเหมาะสม
กรณีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
จะให้โรงเรียนในสังกัดยังคงใช้หนังสือเรียนตามหลักสูตรเก่า พ.ศ.2544
ในปีการศึกษา 2552
ซึ่งเป็นปีแรกของการนำร่องใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ.2551 ในชั้น ป.1-6 และ ม.1 และ ม.4
โดยจะจัดซื้อแจกนักเรียนทั่วประเทศตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 รวมมูลค่ากว่า
4,000 ล้านบาท ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ
ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
สำนักพิมพ์เอกชนบางแห่งได้ส่งเนื้อหาบางส่วนของต้นฉบับหนังสือเรียนที่สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่
พ.ศ.2551 บางวิชา ที่กำลังจะส่งให้
สพฐ.ตรวจประเมินคุณภาพก่อนออกใบอนุญาตให้ใช้ในสถานศึกษาได้ มาเผยแพร่
เพื่อเป็นการยืนยันถึงความทันสมัยในเนื้อหาความรู้ที่นักเรียนไทยควรจะได้รับ
วิชาแรกเป็นวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ซึ่งตามสาระการเรียนรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551
ระบุให้นักเรียนชั้นเรียนต่างๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ
"ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และการเสนอแนวทางเพื่อลดความขัดแย้ง"
รวมทั้งเรียนรู้เรื่อง
"การรวิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง,
การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ"
ซึ่งเป็นเรื่องปัจจุบันทันต่อยุคสมัย
แต่ในหนังสือเรียนตามหลักสูตรเก่า พ.ศ.2544 ไม่มี
ต้นฉบับหนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่ในชั้น ม.1
สอนเรื่องของทวีปออสเตรเลีย
นอกจากนี้ เนื้อหาสำคัญหลายเรื่องที่นักเรียนควรได้เรียนรู้
แต่ในหนังสือเรียนหลักสูตรเก่า พ.ศ.2544 มีน้อย
แต่มีการปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยและเพิ่มเติมเนื้อหาให้มากขึ้นในหนังสือเรียนหลักสูตรใหม่พ.ศ.2551
เช่น เรื่อง "ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์
ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข,
บทบาทและหน้าที่ของเยาวชนที่มีต่อสาธารณะ โดยเน้นจิตสาธารณะ" และ
"การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"
ดังตัวอย่างเนื้อหาบางส่วนของต้นฉบับหนังสือเรียนที่สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่
พ.ศ.2551 ในวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้น ม.3
สาระเกี่ยวกับหน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม
มีการอิบายถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เช่น การเมืองการปกครอง
เศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อ
โดยมีการกล่าวถึงความขัดแย้งในกลุ่มเสื้อเหลือง และเสื้อแดง
ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทันยุค
และเป็นไปตามสาระการเรียนรู้หลักสูตรใหม่พ.ศ.2551 ในเรื่อง
"การวิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศ
และเสนอแนวคิดในการลดความขัดแย้ง"
นอกจากนี้
ยังมีมาตรฐานการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ตามหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551
ที่ต้นฉบับเนื้อหาหนังสือเรียนหลักสูตรใหม่มี
แต่หนังสือเรียนในหลักสูตรเก่าพ.ศ.2544 ไม่มี เช่น หนังสือเรียนชั้น
ม.3
สาระการเรียนรู้หลักสูตรใหม่ให้มีเนื้อหาอธิบายถึงอธิพลของสื่อต่อพฤติกรรม
สุขภาพและความรุนแง (คลิปวิดีโอการทะเลาะวิวาท อินเตอร์เน็ต เกม ฯลฯ,
ชั้น ม.6
สาระการเรียนรู้หลักสูตรใหม่ให้มีเนื้อหาการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการครอบครอง
การใช้ และการจำหน่ายสารเสพติด (ตนเอง ครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม)
โทษทางกฎหมายที่เกิดการครอบครอง การใช้
และการจำหน่ายสารเสพติด
 |
(บน) เนื้อหาต้นฉบับบางส่วนในหนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่
สอนเรื่องปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
และการเสนอแนวทางเพื่อลดความขัดแย้ง แต่ในหนังสือเรียนหลักสูตร 2544
ไม่มี (ล่าง) เนื้อหาต้นฉบับบางส่วนในหนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้น ม.6 |
ในวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี หลักสูตรเก่า พ.ศ.2544
จัดเนื้อหาโดยแบ่งงานเป็น 5 งาน ได้แก่ งานบ้าน งานช่าง งานเกษตร
งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ (รวมคอมพิวเตอร์) แต่หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551
จัดเนื้อหาโดยบูรณาการรวมงานทุกงานเข้าด้วยกัน (ไม่แยกงาน)
นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างหลักสูตรเก่ากับใหม่
ยังส่งผลให้บางวิชาต้องโยกชั้นเรียน เช่น ในสาระภูมิศาสตร์
หลักสูตรเก่า พ.ศ.2544
ในสาระว่าด้วยระบบการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย
โอเชียเนีย มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย ในด้านความเป็นมา
เชื้อชาติ ภาษา การแต่งกาย ความเป็นอยู่ จะเรียนในชั้น ม.2
แต่เมื่อใช้หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2551
เรื่องของทวีปออสเตรเลียจะให้เรียนในชั้น ม.1
รวมทั้งสาระเรื่องทวีปยุโรปและแอฟริกา ตามหลักสูตรใหม่ให้เรียนในชั้น
ม.2 แต่หลักสูตรเก่า พ.ศ.2544 ให้เรียนชั้น ม.3
แล้วจะทำอย่างไรกับหนังสือเรียนของเด็ก
เพราะในชั้นที่โยกย้ายให้มาเรียนตามหลักสูตรใหม่ไม่มีหนังสือเรียน
แต่ในต้นฉบับหนังสือเรียนตามหลักสูตรใหม่มีออกมาตรงชั้นเรียนแล้ว
รอเพียง สพฐ.ตรวจประเมินคุณภาพ
สรุปว่า
โดยรวมแล้วเรื่องใหม่ทุนยุคที่สาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรใหม่ต้องการให้เรียน
ยังไม่มีหนังสือเรียน
เพราะไม่มีบรรจุอยู่ในหนังสือเรียนตามหลักสูตรเก่า พ.ศ.2551
ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของครูแต่ละโรงเรียนที่นำร่องใช้หลักสูตรใหม่ในปีการศึกษา
2552 ต้องไปขวนขวายหามาให้เด็กๆ ได้เรียน
นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสาระการเรียนรู้บางเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง
เพราะแน่นอนว่าครูแต่ละคนย่อมอาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้
แม้จะอยู่ในโรงเรียนเดียวกันก็ตาม บางคนอาจสนับสนุนกลุ่มเสื้อเหลือง
แต่บางคนอาจสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดง จึงนึกภาพออกได้เลยว่า
เสี่ยงต่อการสอนนักเรียนให้โน้มเอียงแบ่งฝักฝ่ายจนนำไปสู่ความขัดแย้งในประเทศอย่างถาวร
!!
|