รับเงินเรียนฟรีไม่ซื้อริบคืน
 
 
 รับเงินเรียนฟรีไม่ซื้อของต้องถูกริบคืน

 ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะจัดสรรเงินในส่วนของชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ในโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพให้แก่สถานศึกษา เพื่อส่งมอบต่อผู้ปกครองล่าช้ากว่ากำหนด ว่า ไม่เป็นความจริง

เพราะขณะนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดปฏิทินการดำเนินงานว่าจะโอนเงินทั้ง 5 รายการให้แก่สถานศึกษา ในวันที่ 6-13 มี.ค. 2552 โดยในส่วนของนักเรียนเก่าจะโอนให้ 100%

ส่วนนักเรียนที่เข้าใหม่ในชั้นอนุบาล 1 ป.1 ม.1 และ ม.4 จะโอนให้ 80% ของจำนวนรับเด็ก ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งวงเงินให้แก่สถานศึกษาทราบแล้ว

ขณะที่การดำเนินการจัดซื้อ และทำสัญญาจัดซื้อนั้น สถานศึกษาจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 เม.ย. 2552 มีการส่งของ-ตรวจรับ ในวันที่ 30 เม.ย. 2552
 
ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับหนังสือเรียนที่โรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อให้นักเรียนยืมเรียนนั้น จะต้องแจกให้ผู้เรียนภายในวันที่ 16 พ.ค. 2552 ทั้งนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) อาจปรับเปลี่ยนปฏิทินการดำเนินงานได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรเกินกรอบเวลาเดิมที่ สพฐ.กำหนด ขณะเดียวกันสถานศึกษาต้องปลุกจิตสำนึกในการใช้หนังสือยืมเรียนเพื่อส่งต่อให้รุ่นน้องได้ใช้ต่อไปด้วย
 
รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ส่วนชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน ที่สถานศึกษาจะต้องจ่ายเป็นเงินสดให้นักเรียนนั้น จะต้องให้นักเรียนลงลายมือชื่อรับเงินเพื่อเป็นหลักฐานด้วย แต่หากนักเรียนไม่สามารถลงลายมือชื่อรับเงินได้ก็ให้ผู้ปกครองเป็นผู้ลงลายมือชื่อแทน

จากนั้นให้นักเรียนไปเลือกซื้อตามความต้องการ โดยต้องให้ทันก่อนเปิดภาคเรียน ซึ่งสถานศึกษาจะต้องติดตามใบเสร็จและดูแลว่านักเรียนมีชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนจริง หากไม่มีสถานศึกษาจะต้องเรียกเงินคืน

ทั้งนี้ ในการจัดสรรเงินให้แก่สถานศึกษานั้น สพฐ. ซึ่งดูแลเด็กกว่า 8 ล้านคน ได้กำชับไปยังทุก สพท.แล้ว ว่า จะต้องตรวจสอบรายชื่อนักเรียนจากเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักให้ชัดเจน เพื่อป้องกันผู้ที่ไม่มีชื่อหรือเด็กผีมาสวมสิทธิเรียนฟรีได้.



ขอบคุณที่มา : เดลินิวส์
25 กุมภาพันธ์ 2552