จากที่ได้ไปประชุมมา หลังจากที่เราคุยกันในประเด็นของงานแต่ละอย่างที่ต้องรับผิดชอบกันเสร็จแล้วนั้น ประธานในที่ประชุมก็พูดขึ้นมา ว่า ขอเชิญให้ผู้เข้าร่วมประชุมช่วยกันบอกแนวทางการทำงานให้กับผู้ที่กำลังจะก้าวเป็นผู้บริหารในอนาคต และผู้ที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในอนาคต จากที่ได้นั่งฟังมาก็ตลกดีเหมือนกันนะ แต่ละคนก็กำลังที่จะก้าวไปสู่หน้าที่การงาน ตำแหน่งใหม่ ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อก้าวสู่อนาคต ซึ่งทิศทางของอนาคตนั้น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะดีจะร้ายสักแค่ไหน ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรบ้าง แต่ที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือ พลัง พลังของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังจะก้าวบันไดไปสู่อีกขั้นหนึ่ง เราคนที่นั่งฟังอยู่ด้วย ก็ได้แต่อมยิ้ม แต่ก็รู้สึกดีมากๆ ที่อย่างน้อยก็ยังมีคนที่สนใจว่าใครกำลังทำอะไร จะไปทางไหน คล้ายๆ เป็นการฝึกคน ฝึกให้เค้ากล้า และแกร่งขึ้นมา จากที่เห็นมาแล้วก็หลายท่าน ที่ก้าวขึ้นไปโดยที่ไม่มีใครให้แนวทาง ก้าวไปคนเดียวทำให้บางครั้งการตัดสินใจ หรือการทำงานของคนคนนั้น อาจจะดูไม่เหมาะไม่ควรเท่าไหร่ เพราะการทำงานคนเดียว คิดคนเดียว โดยที่ไม่มีใครให้คำปรึกษา หรือคิดว่าตัวเองถูกอยู่เสมอก็น่าสงสารเค้าเหมือนกัน เพราะสักวันเค้าก็คงต้องอยู่คนเดียวจริงๆ สักวันที่เค้าหมดอำนาจ หมดหน้าที่ แล้วเค้าจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร เพราะที่ผ่านมา เค้าไม่เคยสนใจสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ผิดกับผู้ที่กำลังจะก้าวไปในอนาคตอันใกล้นี้ เค้ามีทีม มีเพื่อน มีที่ปรึกษา สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ บางครั้งอาจจะเซ อาจจะล้มบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังมีคนที่จะคอยช่วยพยุงเค้าอยู่ข้างหลัง มีคนที่จะจับมือพร้อมก้าวไปด้วยกัน มีคนที่พร้อมจะบอกว่าทางนั้นอาจมีอุปสรรคอะไรขวางอยู่ ให้ลองหาทางดูเพื่อจะก้าวผ่านมันไปให้ได้ สำหรับคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว ก็จากผู้มีประสบการณ์อีกนั่นแหละ ก็บอกว่าเหมือนกับการปลูกต้นไม้ เราต้องช่วยกันรดน้ำพรวนดิน ช่วยกันดูแลต้นไม้นั้น แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าต้นไม้ก็มีวันแปรสภาพไป หากเราดูแลไม่ดีก็อาจจะเฉาไป แห้งไป หรืออาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป เราก็ต้องหมั่นดูแลกันและกันให้ดี ความรักอาจจะแปรสภาพไปตามกาลและเวลา อาจเป็นคนรัก ความสัมพันธ์เหมือนหนุ่มสาว หรืออาจจะผันแปรกลายกันไปเป็นเพื่อนคู่คิดกันในอนาคต ก็ไม่แน่นอน เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน เปรียบได้กับที่ ท่านพุทธทาสภิกขุภิกขุ ให้ทัศนะว่า “อิทัปปัจจยตา” มีใจความว่า “เมื่อมีสิ่งนี้ ๆ เป็นปัจจัย สิ่งนี้ ๆ ย่อมเกิดขึ้น” และในทางกลับกัน “ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ๆ เป็นปัจจัย สิ่งนี้ ๆ ก็ไม่เกิดขึ้น”
เรื่องอมยิ้ม
แนวคิด ชีวิต
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Dr.Anongpanuch · 25 ก.พ. 2552
ข้ามสีทันดร · 25 ก.พ. 2552
garnet · 25 ก.พ. 2552
berger0123 · 25 ก.พ. 2552