เรื่อง วุ่นๆ ของคนกับหมา คงยังไม่จบลงได้ง่ายๆ ความวุ่นวาย คงดำเนินต่อไป ขึ้นแล้วแต่ว่า หมาจะปรับตัวเข้ากับคน หรือคนจะปรับตัวเข้ากับหมาได้แค่ไหน

เจ้าหมาสองตัว ที่บ้าน ตัวหนึ่งตัวเล็ก(เจ้าปุยฝ้าย) อีกตัว ตัวใหญ่(เจ้าต้น)
          ทั้งสองตัวเป็นสุนัขพันธ์บางแก้ว เจ้าปุยฝ้าย เป็นหมาตัวเมีย ที่เจ้าของคอก ให้มาเพราะ เป็นหมาที่มีตำหนิ คือขนที่หน้าแหว่ง

              เจ้าปุยฝ้าย น่าจะเรียกมันว่าเจ้าปุกปุยมากกว่า เพราะขนปุกปุยของ เจ้าปุยมันยาวมาก
           ส่วนเจ้าต้นเป็น หมาใหญ่วัยหนุ่ม ซึ่งผมไม่อยากได้มา เพราะ รู้กิตติศัพท์ของหมาบางแก้วดีว่าดุ และหวงเจ้าของ ถ้านำหมาใหญ่มาเลี้ยง มันจะไม่คุ้นกับเจ้าของ แต่คนที่จะนำเจ้าต้นมา การันตีว่า เจ้าต้นเป็นหมาใจดี เห็นคน นี่กระโดดกอดเลย ซึ่งก็จริงอย่างเค้าว่า แต่งชุดทำงานอย่างหล่อ เจ้าต้นเล่นกระโดดกอดซะเลอะเทอะไปหมด

            เจ้าปุยมาอยู่ก่อน สองวัน เจ้าต้นตามมาทีหลัง
            หลังจากที่เจ้าต้นมาอยู่ได้สองวัน มันก็ออกจากบ้านหายหน้าไป 1 วัน  กลับมาอีกทีมอมไปด้วยขี้โคลน หลังจากรู้แหล่งคุกขี้โคลน แล้วว่าอยู่ที่ไหน เจ้าต้น ก็เป็นตัวนำน้องเล็ก เจ้าปุยไปคลุกขี้โคลนมาเต็มที่ทั้งสองตัว เดือดร้อน พ่อลูกต้อง จับเจ้าสองตัวอาบน้ำ

              ผมหัดให้เจ้าต้น ทานอาหารเม็ด เพราะรู้อยู่ว่าเจ้าของไปโน่น มานี่อยู่บ่อยๆ บางครั้งต้องทิ้งไว้ให้ดูแลตนเอง ต้องฝึกให้กินอาหารเม็ดไว้   เจ้าต้นเป็นหมาที่แปลกที่ และยังระแวงเราอยู่ แต่ก็ยังชอบออกไปนอกบ้าน  เวลาเราเปิดประตูให้รถออก เจ้าต้นก็จะมาเดิน เอี้ยง เอี้ยง (ภาษาวัดโบสถ์ แปลว่า เดินช้าๆ ชำเรืองมองด้วยหางตา อย่างรอจังหวะ) รอให้เราแง้มประตู พอได้จังหวะ ก็จะเผ่น แพร๊ว ออกไปนอกรั้ว


          เจ้าสองตัวนี้ ถ้าตัวหนึ่งตัวใดอยู่ในกรง หรืออีกตัวถูกล่าม อีกตัวหนึ่งจะสงบเสงี่ยม เรียบร้อยไปทันที แต่ถ้ารวมตัวกันได้เมื่อไหร่ วิ่งคึกๆ ทั่วบ้าน
          เมื่อวานผมกลับมาดึก เจ้าสองตัว รวมตัวกันขึ้นไปรื้อกัดของที่ระเบียงบ้าน กัดของใช้ซะเละ เลย เสร็จแล้วเจ้าปุยหาทางลงไม่ได้ น้องจาว่า กำลังขึ้นบ้าน ถามพ่อว่า "พ่ออนุญาตให้เจ้าปุยมันขึ้นบ้านได้เหรอ"
             ก็เลยมีหลักฐาน มัดตัวเจ้าปุย อ.อ้อย โกรธ หัวฟัดหัวเหวี่ยง จะให้นำเจ้าสองตัวนี้ไปคืนเจ้าของ อ.อ้อย บ่นๆ ว่าๆ หมาฟังไม่ออก แต่คนฟังออกรับไปเต็มๆ ผมในฐานะของคนที่อยากได้หมามาเลี้ยง พลอยโดนไปด้วย

            เจ้าต้นโดนข้อหา ไม่ทำตัวคุ้นเคยกับเจ้าของใหม่ ซุกซน ไม่รู้เรื่อง
           ผมก็เลยบอกว่า ก็มันเป็นหมา  ลูกเรายังซนรื้อของเล่นไว้เต็มบ้านเลย แล้วนี่มันเป็นหมา ถ้าหมามันรู้เรื่อง ดี หัดได้อย่างใจ มันคงไม่เป็นหมา

            ข้อหานี้ตกไป ข้อหาใหม่ คือมาอยู่ตั้งหลายวันแล้วไม่ยอมปรับตัวเข้ากับคน เลี้ยงหมามาก็เยอะ ไม่เคยดื้อขนาดนี้
             ผมก็เลยอ้อมแอ้ม พูดในลำคอ แบบ พอได้ยินคนเดียว บอกไปว่า แล้วทำไม่"คนไม่ทำตัวให้เข้ากับหมา"  น่าจะปรับตัวเข้ากับหมาบ้าง

             ว่าแล้ว ผมก็ออกมานั่งเล่นที่ระเบียงบ้าน มองเจ้าต้นที่ถูกล่ามไว้หน้าบ้าน เสียงคนในบ้าน พูดกับลูก ในทำนองเหน็บแนม ว่า พ่อแก เค้ากำลังเศร้าลูก ที่หมาสุดที่รักจะโดนไล่ออกจากบ้าน  ผมก็เลยลงไปคุยกับเจ้าต้น ว่า เจ้าต้นแกทำตัวไม่ดี ช่วยแกไม่ได้แล้วนะวุ้ย พรุ่งนี้ถ้ามีเรื่องอีก แกต้องโดนกลับบ้านเก่า เพราะถึงฉันจะพูดผิดหูอย่างไร เค้าก็คงไม่ไล่ฉันออกจากบ้าน แต่แกเถียงไม่ได้ โดนแน่

         เรื่อง วุ่นๆ ของคนกับหมา คงยังไม่จบลงได้ง่ายๆ ความวุ่นวาย คงดำเนินต่อไป ขึ้นแล้วแต่ว่า หมาจะปรับตัวเข้ากับคน หรือคนจะปรับตัวเข้ากับหมาได้แค่ไหน